Mango Zero

“ความเจ็บปวดของการอยู่ บางครั้งเจ็บปวดกว่าการตาย” Death Fest 2026 : re-member ก่อน-แก่-เจ็บ-ตาย งานแฟร์เพื่อการเป็นอยู่ที่มีความหมายและวาระสุดท้ายที่ดีที่สุด

งานแฟร์ที่จะชวนทุกคนในสังคม มาเรียนรู้เรื่องการเป็นอยู่ที่ดีและการเตรียมตัวตายที่ดีอย่างเข้าใจ เพราะการตายเป็นเรื่องของทุกคน 

Death Fest 2026 : re-member ก่อน-แก่-เจ็บ-ตาย จัดขึ้นโดย Peaceful Death, The Cloud และ ชูใจ กะ กัลยาณมิตร ร่วมกับเครือข่ายองค์กรด้านสุขภาพและสังคม อาทิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), กรมการแพทย์, สภากาชาดไทย, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ, กรมกิจการผู้สูงอายุ, สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟูกูโอกะ, ชีวามิตร, The Active Thai PBS และ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ (สวนโมกข์กรุงเทพ)

งานแฟร์ที่พร้อมโอบรับทุกคนจะจัดในวันที่ 13 – 15 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลา 09.00 – 19.00 น. ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6 เมืองทองธานี

ทาง Mango Zero ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้อยู่เบื้องหลังของอีเวนต์งานแฟร์ Death Fest 2026 : re-member ก่อน-แก่-เจ็บ-ตาย โดยได้รับเกียรติจากคุณเม้ง ประสิทธิ์ วิทยสัมฤทธิ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง ชูใจ กะ กัลยาณมิตร 

จุดเริ่มต้นของ Death Fest งานแฟร์แชร์เรื่องความตายที่กลายมาเป็นเรื่องปกติ

คุณเม้งเล่าว่า จริงๆ ความความตายเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน เป็นเรื่องที่ทุกคนควรรู้และเตรียมตัวให้ดีก่อนจากลา แต่โดยทั่วไปแล้วในสังคมเราไม่ค่อยมีงานประเภทนี้สักเท่าไหร่ เพราะพอพูดถึงความตาย หลายๆ คนก็เกิดความกลัวและไม่กล้าที่จะเผชิญกับมัน 

แน่นอนว่าการกลับมาอีกครั้งในปีนี้ของ Death Fest 2026 มาในธีม “re-member ก่อน-แก่-เจ็บ-ตาย” ซึ่งตั้งต้นจากความเชื่อว่า การมีคุณภาพชีวิตที่ดี แม้ในช่วงเจ็บป่วยหรือวาระสุดท้าย ไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง หากเกี่ยวข้องกับทุกคนรอบตัว ตั้งแต่ครอบครัว เพื่อน ชุมชน ไปจนถึงสังคมในภาพใหญ่ แม้เราจะวางแผนการรักษา เตรียมเอกสาร หรือคิดถึงช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตไว้แล้ว 

แต่สิ่งเหล่านั้นจะเกิดขึ้นได้จริง ต้องอาศัยการสื่อสารเจตนารมณ์ให้คนรอบข้างรับรู้ เข้าใจ และร่วมกันทำให้เกิดขึ้น ท่ามกลางความคิด ความเชื่อ และมุมมองที่อาจแตกต่างกัน Death Fest 2026 จึงออกแบบให้เป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้เรื่องอยู่ดี-ตายดีร่วมกัน

คุณเม้งเล่าต่อว่า จริงๆ Death Fest  เริ่มเป็นที่รู้จักแล้ว แต่ยังไม่มากพอ การที่จัดงานนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพราะอยากให้ผู้คนเข้าถึงและจดจำงานนี้ได้ สำหรับบางคนที่กลัวหรือยังมีคำถามกับงานนี้ อยากให้คนค่อยๆ เปิดใจให้กับงานนี้ เพราะเข้าใจว่างานมันไม่ง่าย 

งานเกี่ยวกับความตายจะเล่าอย่างไรให้ไม่น่ากลัว

สำหรับงาน  Death Fest 2026 รูปแบบงานตั้งใจออกแบบให้สนุก ครีเอทีฟ ไม่น่ากลัวเลย อย่างปีที่แล้วเราก็ชวนทุกคนมาดูโลงศพ มันไม่มีงานแฟร์ไหนที่ทำให้เราได้ไปสัมผัสอะไรแบบนี้ได้ 

งานมันพูดเรื่องก่อนความตาย ก่อน แก่ เจ็บ ตาย เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างทาง เรื่องของการเตรียมตัวก่อนตาย ค่อนข้างเป็นเรื่องคุณภาพชีวิต ถ้าอยากตายดี ก็ต้องอยู่ให้ดี ถ้าอยากอยู่ให้ดี ก็ต้องเตรียมตัวตายให้ดี ถ้าเราจัดการดีแล้ว ตระหนักรู้ เราก็สามารถจากไปได้อย่างหมดห่วง

เพราะจริงๆ แล้วงานความตายมันไม่ใช่เรื่องของเราคนเดียว ตายแล้วไม่ได้จบเลย อย่างที่หลายๆ คิด การจัดการหลังจากไป การจัดการเรื่องความรู้สึกต่างๆ ของคนที่อยู่ข้างหลัง ฉะนั้นการมีอยู่ของเราผูกพันธ์อยู่กับความสัมพันธ์ครอบครัว พ่อแม่พี่น้อง แฟน เพื่อนหรือแม้แต่กระทั้งสัตว์เลี้ยง การจากไปของเราจึงเกิดควรมีพวกเขาเหล่านี้ร่วมเข้าใจไปกับเราด้วย

คุณเม้งเล่าเสริมว่าปีที่แล้วช่วงวัยที่สนใจงานส่วนใหญ่จะเป็นผู้ใหญ่ สูงวัย กลุ่มคนที่โตแล้ว เพราะงานแบบนี้คนที่มาก็จะเป็นคนที่เห็นถึงปัญหาแล้วแล้วอยากหาวิธีเตรียมรับมือ แต่ความตั้งใจของงานในปีนี้ อยากจะให้กลุ่มเด็กๆ Gen Z มาสัมผัสมากขึ้นเพราะงานไม่ได้เครียดหรือซีเรียสเลย 

ปัจจุบันการพูดถึงความตายกลายเป็นช่วงวัยที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ 

จากที่ได้สัมผัสมาผู้คนหรือเด็กๆ สมัยนี้ก็เริ่มพูดถึงความตายกันง่ายขึ้น เขาไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวหรือเรื่องที่ไม่ควรพูดถึงเหมือนรุ่นพ่อแม่แล้ว

อยากให้วัยรุ่น วัยทำงาน และทุกๆ วัยได้มาเรียนรู้ สัมผัส และเตรียมตัวให้ดีเพื่อชีวิตของตัวเอง เพราะหลายๆ ครั้งความเจ็บปวดของการอยู่ ก็เจ็บปวดกว่าการตาย ในงานจะตอบโจทย์เลยว่า การรับมือและการรู้สึกดีก่อนที่จากไป เป็นเรื่องที่เราสามารถเรียนรู้ที่จะทำได้ 

ฝากถึงคนที่ยังกลัวและไม่กล้ามางานนี้

การตายไม่น่ากลัวเท่ากับการอยู่ เพราะถ้าชีวิตมีความสุขมากๆ ความตายไม่ใช่เรื่องที่จะนึกถึงเป็รอย่างแรก เพราะชีวิตเราเอ็นจอยอยู่ ภายในงานบรรยากาศมันอบอุ่นมาก อยากให้ลองมาสัมผัสก่อน ยิ่งกลัวยิ่งต้องมา “รู้เร็วยิ่งดี อะไรที่ผลักไสมันยิ่งอยู่ อะไรที่ตระหนักรู็จะยิ่งหายไป” เราจะไม่กลัวในเรื่องที่เรารู้แล้ว มาเพื่อให้เราเข้าใจมากขึ้น แล้วเบาใจมากขึ้น

Death Fest 2026 : re-member ก่อน-แก่-เจ็บ-ตาย มีกิจกรรมเสวนา เวิร์กช็อป บูทที่รวบรวมบริการตามเส้นทางชีวิต และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ทั้ง 5 โซน ประกอบด้วย

  1. Old School ห้องเรียนทฤษฎีและปฏิบัติ รวบรวมวิชาสำหรับการดูแลตัวเองและคนรอบข้าง จะเรียนรู้คนเดียวก็ได้ หรือเรียนรู้ไปกับคนใกล้ชิดเพื่อสร้างความเข้าใจและนำไปใช้ได้จริง
  2. Before I Die นิทรรศการและกิจกรรมที่อยากให้คุณชวนคนที่รักมาทำก่อนวันสุดท้ายจะมาถึง เพื่อคลี่คลายทุก (ข์) เรื่องราวทางกายและใจ ไม่เพียงแค่เพื่อตัวเราเอง แต่เพื่อคนรอบตัวด้วย
  3. Human Life-brary Cafe ห้องสมุดมนุษย์ ตั้งวงคุยถึงการใช้ชีวิตเพื่อการ ‘อยู่ดี-ตายดี’ กับผู้คนจากแวดวงต่างๆ
  4. Life Journey บูทให้บริการตามเส้นทางชีวิต แก่ เจ็บ ระยะท้าย และตายดี
  5. Friends Eat รวบรวมร้านอาหารที่อยากให้คุณชวนเพื่อน คนรัก หรือญาติสนิทมากินก่อนตาย

 

ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 15 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลา 09.00 – 19.00 น. ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6 เมืองทองธานี (เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย) ลงทะเบียนเข้างานล่วงหน้าได้ที่นี่ 

สำหรับผู้ที่สนใจกิจกรรมเวิร์กช็อปและข้อมูลด้านอื่น ๆ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Death Fest https://www.facebook.com/deathfest.th