อัพเดทฮอทฮิท

ทำลายสถิติสูงสุดกันอีกครั้ง หลังจากกกพ. เคาะขึ้นค่าเอฟทีงวดเดือน กันยายน - ธันวาคม 2565 ที่ 68.66 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยโดยรวมที่เราต้องจ่ายจริงขึ้นมาอยู่ที่ 4.72 บาทต่อหน่วย จากเดิมที่จ่ายอยู่ 4 บาทต่อหน่วย  โดยทางด้านกกพ. ได้ชี้แจงถึงสาเหตุท่ีต้องปรับค่าเอฟทีขึ้นนั้นมาจากสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติเหลวในตลาดจร (Spot LNG) ที่เพิ่มสูงขึ้น และความผันผวนของ Spot LNG ในตลาดโลก ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ข้อย่อยสรุปสั้น ๆ ได้ดังนี้ ปริมาณก๊าซในประเทศที่ลดลง จากเดิมสามารถจ่ายก๊าซได้ 2,800-3,100 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน แต่ตอนนี้ลดลงเหลือ 2,100-2,500 ทำให้ต้องนำเข้า Spot LNG เข้ามาเสริมและทดแทนปริมาณก๊าซที่ขาด อีกทั้งในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ราคา Spot LNG มีราคาแพงมากขึ้น  ถ้าให้เทียบกันง่าย ๆ คือ Spot LNG มีราคาอยู่ที่ 25-50 USD/ล้านลูกบาศก์ฟุต กับก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่มีราคาประมาณ 6-7 USD/ล้านลูกบาศก์ต่อฟุต ดังนั้นเมื่อเราใช้ Spot LNG ทดแทนก๊าซธรรมชาติที่ลดลงจึงทำให้ค่าเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น การผลิตก๊าซจากเมียนมามีแนวโน้มที่จะผลิตได้ลดลงจากเดิม  ในการคาดการณ์ของกกพ. คิดว่าเมียนมาจะไม่สามารถผลิตได้ตามกำลังผลิตเดิม และมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายปี 2565 และต้นปี 2566 ซึ่งอาจทำให้มีความต้องการนำเข้า Spot LNG มากกว่าเดิมที่ตั้งไว้ สถานการณ์ผู้ผลิต Spot LNG ชะลอการลงทุน สาเหตุมาจากความต้องการใช้พลังงานน้อยในช่วงปลายปี 2564 หลังจากสถานการณ์โควิด 19 ระบาดขึ้น…
16 สิงหาคม 2565

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save