Mango Zero

✅ เช็กฟีเจอร์โซเชียลมีเดียยอดนิยมในไทย “เสียเงิน” แล้วคุ้มไหม เหมาะกับใครบ้าง 🤔

✅ เช็กฟีเจอร์โซเชียลมีเดียยอดนิยมในไทย “เสียเงิน” แล้วคุ้มไหม เหมาะกับใครบ้าง 🤔

เคยไหมเวลาดูยูทูปพอเสียงโฆษณาคั่นดังขึ้นมาก็จะหงุดหงิดรู้สึกโดนช็อตฟีล บางครั้งก็ไม่ใช่แค่ 1-2 ตัวบางทีคลิป ๆ หนึ่ง ก็มีโฆษณาไปแล้ว 5 ตัว นอกจากจะต้องอดทนดูให้จบแล้ว พวกเพื่อนตัวดีก็ชอบแซวว่า “ว๊าย.. ไม่ใช้พรีเมียม” อีกต่างหาก
มนุษย์เงินเดือนอย่างเราแค่รายจ่ายก็ประคับประคองกันแทบไม่ไหว ทั้งค่ากิน ค่าเดินทาง ค่าน้ำ-ไฟอีกมากมาย ทำให้โอกาสในการตัดสินใจเสียเงินให้กับโซเชียลมีเดียน้อยลง ทุกที ทุกที~ ซึ่งไม่รู้ว่าพอซื้อไปแล้วมันจะคุ้มกับเงินที่เสียไปหรือเปล่า
ล่าสุดก็ไม่ได้มีแค่ยูทูปแล้วด้วย! เพราะทวิตเตอร์ เฟซบุ๊กต่างก็พากันออกฟีเจอร์อัปเกรดที่ต้องเสียเงินเท่านั้นถึงจะได้สิทธิพิเศษเหนือระดับ เรียกได้ว่าพร้อมบริการให้เราดั่งราชาเลยก็ว่าได้
คนที่เงินเดือนชนเดือนอย่างเราก็คิดหนักเลยล่ะสิ ว่าจ่ายเงินให้กับ 3 แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียนี้แล้ว จะได้อะไรบ้าง คุ้มหรือไม่คุ้ม และเหมาะกับใครกันแน่ แมงโก้จะชวนไปหาคำตอบกันนน ~

🔴 YouTube

อย่างที่เรารู้กันว่าประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ชื่นชอบการดูวิดีโอผ่าน YouTube เป็นอย่างมาก ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นคอนเทนต์เกี่ยวกับความบันเทิง ไม่ว่าจะรายการ ละคร หรือฟังเพลง

ค่าสมัครสมาชิกยูทูปพรีเมี่ยม

มีอยู่ 3 รูปแบบ

  • บัญชีบุคคลทั่วไป  159 บาท / เดือน
  • บัญชีครอบครัว  299 บาท / เดือน

สามารถเพิ่มสมาชิกได้สูงสุดรวม 5 บัญชี โดยแต่ละคนจะต้องมีอายุ 13 ปีขึ้นไป

  • บัญชีนักศึกษา 95 บาท / เดือน

สำหรับบัญชีนักศึกษาจะต้องผ่านการยืนยันสิทธิ์ที่มีการตรวจสอบทุกปี 

** สามารถทดลองใช้ได้ฟรี 1 เดือน ซึ่งระบบจะแจ้งให้ทราบ 7 วันล่วงหน้าก่อนสิ้นสุดช่วงทดลองเพื่อเริ่มเก็บเงิน ** 

จ่ายเงินแล้วได้อะไรบ้าง 

  • ดูวิดีโอแบบไม่มีโฆษณา > จุดเด่นหลักที่ไม่ว่าใครก็ต้องพ่ายแพ้ เชื่อว่าคงถูกใจใครหลายคนเพราะจะดูได้แบบไม่มีสะดุด ลื่นปรื้ดกันยาว ๆ โดยดูได้บนทุกอุปกรณ์ที่ล็อกอินอีเมลบัญชีเดียวกัน
  • เล่นวิดีโอในแบ็คกราวด์ > จากปกติเราต้องค้างหน้าจอยูทูปเพื่อฟังเพลง แต่ถ้าสมัครพรีเมียมสามารถฟังเพลง เสียงคลิปพูดคุยได้ แม้ตอนที่ล็อคหน้าจอโทรศัพท์แล้ว หรือถ้าจะสลับไปเล่นแอปอื่นเสียงก็ไม่ถูกตัด
  • ดูวิดีโอออฟไลน์ > ใครไม่ว่างดูตอนนี้! ก็โหลดคลิปเก็บไว้ดูแบบออฟไลน์ได้ ไม่ต้องมานั่งเกร็งว่าเน็ตจะหมดหรือเปล่า
  • YouTube Music Premium > คัดสรรเพลงคุณภาพ จัดแต่งเพลย์ลิสต์ตามสไตล์คนฟัง ยูทูปมิวสิคพื้นที่ฟังเพลงฟรีแบบไม่มีโฆษณา มีเพลงให้ฟังเยอะมากกกกกกกก แถมไม่มีคลิปอื่นมาคั่นช็อตฟีลตอนฟังเพลงแน่นอน 
  • YouTube Originals > หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าสมัครพรีเมียมแล้ว สามารถดูคอนเทนต์พิเศษที่ยูทูบผลิตขึ้นมาเองสำหรับสมาชิกที่เสียเงินเท่านั้น

เหมาะกับใคร ? 

  • คนที่ชื่นชอบฟังเพลง พอดแคสต์ ดูหนัง หรือเสพคอนเทนต์ยูทูปเป็นชีวิตจิตใจ
  • คนที่มีเวลาดูยูทูปมากกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน ดูวันละหลาย ๆ คลิป
  • คนที่ใช้ยูทูปเพื่อการศึกษาหาข้อมูลเป็นจำนวนมาก ช่วยให้สะดวกสบายมากขึ้น ไม่มีโฆษณาคั่น
  • คนที่ชอบหาไรฟัง หรือดูเพลิน ๆ ระหว่างขับรถ
  • คนที่ชอบเปิดยูทูปกล่อมนอนหลับ 

หากยังตัดสินใจไม่ได้ก็ทดลองใช้ฟรี 1 เดือนเป็นอย่างน้อย เพื่อให้เราได้สัมผัสประสบการณ์นั้นด้วยตัวเองว่าสรุปแล้วมียูทูปพรีเมียมแล้วคุ้มค่าไหม ? 


🌐 Twitter

ใครที่เป็นชาวทวิตเตี้ยนคงได้เห็นหน้าตาทวิตเตอร์แปลกตากันไปบ้างเล็กน้อย เพราะเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาทวิตเตอร์ได้เปิดบริการ Twitter Blue ในประเทศไทยแล้ว พร้อมให้กดสมัครสมาชิกอย่างเต็มรูปแบบ

ค่าสมัครสมาชิก Twitter Blue

  • รายเดือน 275 บาท/เดือน
  • รายปี 2,900 

** ถ้าสมัครบริการผ่าน Android หรือ iOS นั้นจะต้องบวกค่าบริการเพิ่มขึ้น ** 

จ่ายเงินแล้วได้อะไรบ้าง ? 

  • อยู่อันดับต้น ๆ ของการตอบกลับ กล่าวถึง และค้นหา

หลังจากสมัครทวิตเตอร์บลูแล้วชีวิตจะกลายเป็นคนพิเศษทันที เพราะตัวแอปจะจัดให้เราอยู่ตำแหน่งสูงสุด เท่ากับว่าเป็นการเพิ่มโอกาสให้คนอื่นสามารถอ่านสิ่งที่เราเขียน โต้ตอบได้ไวมากขึ้นนั่นเอง

  • เห็นโฆษณาน้อยลง

ปกติเวลาเราเล่นทวิตเตอร์มักจะมีแถบโฆษณามากวนใจอยู่บ่อยครั้ง แต่ถ้าสมัครทวิตเตอร์บลูจะได้เห็นโฆษณาน้อยลงเหลือเพียง 50% จากโฆษณาทั้งหมด 

  • ลงวิดีโอยาวได้ในคุณภาพที่สูงขึ้น 

เอาใจเหล่าแฟนคลับที่ชอบลงวิดีโอศิลปิน ด้วยการปรับฟีเจอร์ให้เราลงวิดีโอยาวได้เท่าไหร่ไม่จำกัดในความละเอียดสูงถึง 1080p เพื่อให้ภาพชัด และไม่สูญเสียคุณภาพ 

  • สามารถแก้ไขทวีตได้

ตอบโจทย์ชาวทวิตเตอร์สุด ๆ ถือเป็นการประหยัดเวลาในการมานั่งลบและลงใหม่ รวมถึงเราสามารถแก้ไขทวีตตัวเองได้ 5 ครั้งในระยะเวลา 30 นาที

  • สามารถทวีตข้อความได้ยาวถึง 4,000 ตัวอักษร

สำหรับใครที่ชอบพิมเยอะ ๆ เน้นเล่าเรื่อง มีอะไรมาให้เม้าท์มอยอยู่บ่อยครั้ง ทวิตเตอร์บลูจะเข้ามาช่วยให้เรื่องนี้ง่ายขึ้น เพราะสามารถทวีตข้อความได้ยาวถึง 4,000 ตัวอักษร เรียกได้ว่าไม่ต้องมานั่งกังวล และต่อเทรดยาว ๆ แล้ว

  • มีเครื่องหมายถูกสีฟ้าว่ายืนยันตัวตนแล้ว

เป็นการป้องกันและยืนยันบัญชีของเราว่าไม่ใช่การปลอมแปลง ซึ่งใครที่เปลี่ยนชื่อทีหลังอาจจะส่งผลกระทบกับเครื่องหมาย Verified สีฟ้า เพราะมันจะถูกปิดการใช้งาน ไม่ขึ้นหน้าโปรไฟล์ จนกว่าทาง Twitter จะอนุมัติชื่อใหม่ให้ 

  • ใช้ NFT ตั้งรูปโปร์ไฟล์

สามารถเลือก NFT ภาพโปรดของตัวเองได้ ซึ่งจะรองรับไฟล์เฉพาะภาพนิ่ง JPEG และ PNG โดยมีการเพิ่มกรอบไอคอนหกเหลี่ยมให้ต่างจากบัญชีธรรมดาทั่วไป

เหมาะกับใคร

  • คนที่ใช้ทวีตเตอร์ในการสร้างคอนเทนต์เพื่อหารายได้ 
  • คนที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก และต้องการ Verified บัญชีของตัวเอง ป้องกันการปลอมแอคเคาท์ในอนาคต
  • แบรนด์ที่ต้องการลงโฆษณา หรือโปรโมตสินค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

🔵 Facebook

โซเชียลมีเดียรายล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวแพ็คเกจสมาชิก “Meta Verified” จากเฟซบุ๊ก เป็นการเปิดให้บริการบางส่วน และบางพื้นที่ สำหรับประเทศไทยคาดว่าจะประกาศให้ใช้บริการเร็ว ๆ นี้ 

ค่าสมัครสมาชิก Meta Verified 

ราคาโดยรวมประมาณ 400-500 บาท

  • ใช้งานบนเว็บไซต์ ราคา 414 บาท/เดือน
  • ใช้งานบน iOS และ Android ราคา 517 บาท/เดือน 

จ่ายเงินแล้วได้อะไรบ้าง ? 

  • จะได้รับ Blue Badge ยืนยันความน่าเชื่อถือของบัญชี 

ปกติแล้วเฟซบุ๊กสามารถขอเครื่องหมายถูกสีฟ้าใช้ได้ฟรี โดยเป็นสัญลักษณ์ทำให้ผู้ติดตามชื่อถือมากขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างฐานแฟนเพจได้อย่างดี

  • เพิ่มโอกาสที่ผู้ใช้คนอื่นจะมองเห็นโพสต์รวมไปถึงความเคลื่อนไหวของบัญชีที่มีตราน้ำเงินด้วย
  • ปกป้องจากการปลอมแปลงบัญชีผู้ใช้โดยบุคคลอื่น 

เป็นการป้องกันความสับสนของผู้ใช้งาน เพื่อไม่ให้หลายคนเข้าใจผิด หรือถูกเข้าใจผิดได้จากแอคเคาท์ปลอมที่ถูกสร้างขึ้น

  • สามารถเข้าถึงระบบบริการช่วยเหลือง่ายกว่าบัญชีทั่วไป

นอกจากนี้ยังมีระบบสนับสนุน ทำหน้าที่ช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหา หรือมีข้อสงสัยในการใช้งาน รวมถึงได้รับสติ๊กเกอร์รูปแบบพิเศษตกแต่งคลิปใน Reels และดาว 100 ดวงต่อเดือน 

  • ลดจำนวนโฆษณาหน้าฟีดลง

ขจัดปัญหาความน่ารำคาญ กังวลใจ ที่ส่งผลต่อความสะดวกสบายในการเล่นเฟซบุ๊ก 

เหมาะกับใคร

  • เพจเฟซบุ๊กที่มียอดติดตามมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนดัง อินฟลูเอนเซอร์ นักแสดง ศิลปิน เน็ตไอดอล 
  • แบรนด์ที่ต้องการโปรโมต และสร้างยอดขายในอนาคต
  • คนดังที่ต้องการป้องกันการปลอมแปลงบัญชีจากผู้อื่นที่อาจสร้างความเสียหายให้กับตัวเองได้
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ, support google, trueid