ถ้าการฝึกงานคือการย้ายตัวเองเข้าไปอยู่ในบ้านหลังใหม่อย่าง “The Zero” ผ่านประตูแต่ละบานที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ความวุ่นวาย ไอเดียใหม่ๆ และประสบการณ์ที่ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรบางอย่างในทุกๆ วัน ตลอดเส้นทางนี้ พวกเราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักประตูแต่ละบานของ The Zero ผ่านมุมมองของเหล่า Intern The Zero Junior #13 ว่าในแต่ละวันมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้าง เบื้องหลังการทำงานเป็นอย่างไร และพวกเราได้เรียนรู้อะไรบ้างจากประตูแต่ละบาน เลยอยากชวนทุกคนมาร่วม “เปิดประตูสู่บ้าน The Zero” ไปพร้อมกัน ว่าประตูแต่ละบานทำหน้าที่อะไร มีบรรยากาศแบบไหน และระหว่างการฝึกงาน พวกเราได้เจอประสบการณ์อะไรบ้าง Introduce Intern The Zero Junior #13 Toey (เตย) | Graphic, Mango Zero จากคณะดิจิทัลมีเดีย สาขากราฟิกดีไซน์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม Nine (นาย) | Editor, Mango Zero จากคณะนิเทศศาสตร์ สาขาการกระจายเสียงแพร่ภาพและสตรีมมิ่ง มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย Jeena (จีน่า) | Creative Content, Mango Zero จากวิทยาลัยนวัตกรรม สาขาวิชาการจัดการมรดกวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ Pink (ปิ๊ง) | Graphic, RAiNMaker จากคณะนิเทศศาสตร์ สาขาวารสารสนเทศและสื่อใหม่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย LingLing (หลิงหลิง) | Creative Content, RAiNMaker จากวิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม เอกการสื่อสารเพื่อเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ Poy (ปอย) | Creative Content, Production จากคณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนต์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ Fleen (ฟลีนแลนด์) | Editor, Production จากวิทยาลัยนิเทศศาสตร์ สาขามัลติมีเดีย มหาวิทยาลัยรังสิต Ice (ไอซ์) | Editor, Production จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี Ice (ไอซ์) | Account Excutive, Support จากวิทยาลัยนิเทศศาสตร์ สาขาการภาพยนตร์ดิจิทัล มหาวิทยาลัยรังสิต หลังจากรู้จักพวกเราทั้ง 9 คนแล้วก็ถึงเวลาลองเปิดประตูแต่ละบานว่าเส้นทางของพวกเราต่างมีหน้าที่และเสน่ห์ที่แตกต่างกันยังไง! ประตูแห่งความสนุกสนาน Mango Zero หากพูดถึงประตูของบ้าน Mango Zero ก็คงเป็นประตูที่เปิดไปสู่โลกแห่ง “ความสนุกสนาน” ไม่ได้หมายถึงแค่การได้อยู่กับข่าวบันเทิง ศิลปิน หรือเทรนด์ที่กำลังเป็นกระแสเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ความ Pop และความท้าทายใหม่ๆ ที่ต้องพร้อมเรียนรู้อยู่ตลอด ถ้าถามว่ามีประตูบานไหนที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ความรวดเร็ว และคอยติดตามการเคลื่อนไหวของโลก Pop Culture ตลอดทั้งวัน Mango Zero ก็คงเป็นอย่างนั้น เพราะทุกเช้าที่ต้องเริ่มต้นด้วยการตามกระแส ตั้งแต่ข่าวบันเทิง ศิลปิน อีเวนต์ไปจนถึงเทรนด์ใหม่ๆ นำมาร้อยเรียงเป็นคอนเทนต์ที่หลากหลายรูปแบบ ทั้งข่าว – Infographic – Photo Album – Short Video รวมถึง Realtime Content ที่ต้องแข่งกับเอนเกจและเวลา ก็จะมี Creative Content ที่คอยคิดประเด็น เขียนข่าว วางคอนเซ็ปต์ และบรีฟงานให้ทีมอยู่เสมอ เป็นเบื้องหลังที่คอยสร้างสรรค์เนื้อหาที่ครบรส ให้พร้อมส่งต่องานดีๆ สู่ Editor และ Graphic นำไปต่อยอดถ่ายทอดเรื่องราวให้ออกมาเป็นชิ้นงานที่หลายคนอยากกดแชร์ ซึ่งสิ่งที่ Intern ทั้ง 3 คนได้เรียนรู้เหมือนกัน คือการทำงานในองค์กรที่ต้องอาศัยทั้งความรวดเร็ว การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม เพราะคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับเทรนด์ไม่มีคำว่า “รอ” ทำให้ทุกคนต้องช่วยกันส่งต่องานในแต่ละขั้นตอนให้ทันเวลา พร้อมรักษาคุณภาพของงานไปพร้อมกัน “จากคนที่ไม่ถนัดตัดคลิปสั้น วันนี้เรารู้สึกว่าตัวเองตัดงานได้เร็วขึ้น เข้าใจจังหวะการเล่าเรื่อง และกล้าลองเทคนิคใหม่ ๆ มากกว่าเดิม” – นาย Editor “การเป็น Creative ไม่ได้จบแค่คิดไอเดีย แต่ต้องดูแลงานจนออกมาเป็นชิ้นสุดท้าย ทั้งการบรีฟ Editor และ Graphic ให้เห็นภาพเดียวกัน” – จีน่า Creative Content “การทำงานที่นี่ทำให้รู้ว่าการสื่อสารและการจัดการเวลาสำคัญไม่แพ้การออกแบบ เพราะทุกงานมีเดดไลน์ที่ต้องรับผิดชอบ” – เตย Graphic ถึงแม้สิ่งที่หลายคนจดจำเกี่ยวกับบ้าน Mango Zero จะเป็นคอนเทนต์เรียลไทม์จากงานอีเวนต์ ได้พบปะศิลปิน หรือได้ทำคอนเทนต์สนุกๆ แต่เบื้องหลังความสนุกเหล่านั้น ล้วนมาจากการเรียนรู้ การปรับตัว และการทำงานแข่งกับเวลาในทุกๆ วัน ดังนั้นแล้วประตูบานนี้จึงไม่ได้สอนแค่การสร้างคอนเทนต์ที่ทำให้คนดูยิ้มหรือฟินไปด้วยเพียงอย่างเดียว แต่ยังสอนให้พวกเราสนุกกับการเรียนรู้ เติบโตไปพร้อมกับทุกเทรนด์ และพร้อมรับทุกความท้าทายที่เข้ามาในแต่ละวัน ประตูแห่งการเติบโต RAiNMaker ประตูของบ้าน RAiNMaker เรียกได้ว่าเป็นประตูที่เปิดไปสู่โลกแห่ง “การเติบโต” เพราะในโลกของคอนเทนต์และโซเชียลมีเดีย เทรนด์ใหม่เกิดขึ้นอยู่ทุกวันเลยต้องติดตามสิ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลง พร้อมพัฒนาทักษะของตัวเองให้ก้าวทันโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว จึงทำให้การเติบโตของหลังประตูบานนี้ไม่ได้วัดจากจำนวนคอนเทนต์ที่สร้างขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่คือการเติบโตของพวกเราที่ได้เรียนรู้จากทุกโจทย์ ทุกฟีดแบ็ก และทุกความท้าทายที่เข้ามาในแต่ละวัน ถ้าความคิดสร้างสรรค์คือจุดเริ่มต้นของการทำคอนเทนต์ ประตู RAiNMaker ก็คือประตูที่พาพวกเราเติบโตไปพร้อมกับโลกของครีเอเตอร์และโซเชียลมีเดียที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด เพราะที่นี่ทุกวันจะเริ่มต้นด้วยการติดตามกระแส วิเคราะห์เทรนด์ และเปลี่ยนเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้นให้กลายเป็นคอนเทนต์ที่ทั้งน่าอ่าน ทั้งยังมีประโยชน์สำหรับวงการครีเอเตอร์ เนื่องจากเบื้องหลังคอนเทนต์หนึ่งชิ้น จะเริ่มจากการทำงานกันเป็นทีมตั้งแต่ Creative Content ที่ค้นหาประเด็น เขียนข่าว คิดคอนเทนต์ และวางภาพรวมของงาน ร่วมกับ Graphic ที่ออกแบบหน้าปกข่าว Infographic และองค์ประกอบต่างๆ เพื่อสื่อสารข้อมูลให้น่าสนใจและเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากการทำงานประจำอย่างการเขียนข่าวและออกแบบกราฟิกทุกวันแล้ว ทั้งสองคนยังได้มีโอกาสทำโปรเจกต์พิเศษทั้งงาน Creative Content งาน Realtime ที่ได้ลองทำแบบไม่จำเจ ทำให้ทุกวันเต็มไปด้วยโจทย์ใหม่ๆ ที่ได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองแบบไม่รู้จบ และสิ่งที่ทั้งสองคนได้เรียนรู้เหมือนกันคือการทำงานในองค์กรที่มีระบบมากขึ้น ตั้งแต่การวางแผน การสื่อสารกับทีม ไปจนถึงการสร้างผลงานที่ไม่ได้ตอบโจทย์แค่ความคิดของตัวเอง แต่ต้องตอบโจทย์ทั้งผู้อ่านและเป้าหมายของคอนเทนต์ไปพร้อมกัน “ทุกครั้งที่ได้ลองทำ Layout หรือสไตล์ใหม่ ๆ มันเหมือนได้ท้าทายตัวเองและทำให้รู้ว่ากราฟิกยังพัฒนาได้อีกเสมอ” – ปิ๊ง Graphic “การเป็น Creative ไม่ใช่แค่คิดไอเดีย แต่ต้องสื่อสารให้ทั้งทีมเห็นภาพเดียวกัน และทำให้คนอ่านได้รับประโยชน์จากงานของเรา” – หลิงหลิง Creative Content ดังนั้นแล้วประตู RAiNMaker บานนี้ทำให้การเติบโตไม่ได้เกิดจากการทำงานซ้ำๆ เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการกล้าลองสิ่งใหม่ เรียนรู้จากทุกฟีดแบ็ก และค่อยๆ พัฒนาตัวเองผ่านทุกคอนเทนต์ที่ได้ลงมือสร้าง ทุกชิ้นงานอาจเป็นเพียงคอนเทนต์สำหรับผู้อ่าน แต่สำหรับพวกเรามันคืออีกหนึ่งก้าวของการเติบโตในฐานะครีเอเตอร์มืออาชีพ ประตูแห่งความคิดสร้างสรรค์ Production บานประตูของบ้าน Production ก็คงเป็นประตูที่เปิดไปสู่โลกของ “ความคิดสร้างสรรค์” เพราะที่นี่ไม่มีคำตอบหรือ สูตรสำเร็จที่ตายตัว เนื่องจากทุกงานเริ่มต้นจากคำถามว่า “จะเล่าเรื่องนี้อย่างไรให้คนอยากดู?” ก่อนจะค่อยๆ ต่อเติมด้วยการวางแผน ถ่ายทำ ตัดต่อ และขัดเกลาเป็นคอนเทนต์ที่สมบูรณ์ ทุกขั้นตอนเหล่านั้นมาจากการที่พวกเราต้องคิด แก้ปัญหา และเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่ทุกๆ วัน เพราะงานที่สมบูรณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าขาดเบื้องหลังอย่าง Creative Content ที่รับบรีฟจากลูกค้า คิดไอเดีย วางคอนเซปต์ และออกกองถ่ายร่วมกันกับ Editor ที่นำฟุตเทจทั้งหมดมาตัดต่อ ใส่จังหวะที่สร้างสรรค์ เพื่อเปลี่ยนฟุตเทจที่ถ่ายมาให้กลายเป็นเรื่องราวที่คนอยากดู ดังนั้นนอกจากทักษะด้านการทำงานแล้ว สิ่งที่พวกเราทั้ง 3 คนต่างพูดเหมือนกันคือการได้เรียนรู้จาก “การลงมือทำจริง” ไม่ว่าจะเป็นการใช้โปรแกรมใหม่ การคิดไอเดียให้ตอบโจทย์ลูกค้า การรับมือกับเดดไลน์ หรือการทำงานร่วมกับทีมในสถานการณ์จริง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากในห้องเรียน “แต่ละแบรนด์ความต้องการไม่เหมือนกันเลยต้องคิดไอเดียใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์ทั้งลูกค้าและคนดู” – ปอย Creative Content “ความท้าทายที่สุดคือการจัดการเวลาของตัวเอง เพราะถ้าบริหารเวลาไม่ดีงานก็จะล่าช้าตามไปด้วย” – ไอซ์ Editor “ช่วงตัดต่อเป็นช่วงสุดท้ายของงาน เราเป็นคนจบงานเลยต้องทำให้ดีที่สุด” – ฟลีนแลนด์ Editor และถึงแม้จะรับผิดชอบคนละหน้าที่ แต่ทั้ง 3 คนต่างเห็นตรงกันว่า ประตูบานนี้ไม่ได้สอนแค่การผลิตคอนเทนต์ หากยังสอนให้กล้าคิด กล้าลอง และเติบโตไปพร้อมกับทุกโปรเจกต์ที่ได้รับอีกด้วย ประตูแห่งการสนับสนุน Support บานประตูของบ้าน Support เป็นประตูที่เปิดไปสู่โลกของ “การสนับสนุน” ที่นี่ทุกอย่างอาจจะไม่ได้โดดเด่นอยู่เบื้องหน้า แต่เป็นฟันเฟืองสำคัญของทุกโปรเจกต์ เพราะเบื้องหลังของทุกงานไม่ได้มีเพียงทีมที่สร้างสรรค์ไอเดียหรือทีมตัดต่อเท่านั้น แต่ยังมีทีมที่คอยประสานงาน วางแผน จัดการรายละเอียด และแก้ปัญหา เพื่อเชื่อมให้ทุกตำแหน่งทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ประตูบานนี้จะไม่ได้เป็นทีมที่อยู่หน้ากล้องหรือสร้างคอนเทนต์โดยตรง (ก็อยู่บ้างบางที) แต่ทุกโปรเจกต์ของ The Zero ล้วนมีบุคคลเหล่านี้ป็นแรงขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลัง เพราะประตูบานนี้รวบรวมทั้งทีม AE, HR และบัญชี ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมโยงทุกคนในบ้าน วางแผนการทำงาน ดูแลระบบ และสนับสนุนให้ทุกทีมสามารถทำงานได้อย่างราบรื่น ตั้งแต่การประสานงานกับลูกค้า การจัดการไทม์ไลน์ การดูแลทีมงาน ไปจนถึงการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างทาง ถึงงานของแต่ละตำแหน่งจะมีหน้าที่แตกต่างกัน แต่ทุกคนก็มีเป้าหมายเดียวกัน คือการทำให้ทุกทีมทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และทำให้ทุกโปรเจกต์เดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่น “ความท้าทายที่สุดคือการสื่อสารกับหลายฝ่าย และการจัดการหลายเรื่องพร้อมกันในเวลาเดียว” – ไอซ์ AE เพราะอย่างนี้ประสบการณ์หลังบานประตูนี้ของไอซ์จึงไม่ได้สอนเพียงเรื่องการประสานงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้เรียนรู้การสื่อสาร การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การรับมือกับความกดดัน และการบริหารจัดการหลายเรื่องในเวลาเดียวกัน ซึ่งล้วนเป็นทักษะสำคัญของการทำงานในชีวิตจริง #ท้ายบ้าน The Zero การฝึกงานไม่ได้มีแค่การเรียนรู้งานของแต่ละประตูเท่านั้น เพราะพวกเราเหล่า Intern The Zero Junior #13 ยังได้รับภารกิจสำคัญที่ต้องทำร่วมกัน นั่นก็คือ “ท้ายบ้าน The Zero” โปรเจกต์ที่ได้รับมอบหมายให้สร้างช่อง TikTok ของเหล่า Intern The Zero Junior #13 กับโอกาสที่พวกเราจะได้คิดคอนเซปต์ วางแผนไทม์ไลน์ คอนเทนต์ ถ่ายทำ ตัดต่อ ไปจนถึงการเผยแพร่ผลงานจริง ทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง ทำให้พวกเราได้ลองคิด ลองทำ และเรียนรู้การทำงานเป็นทีมแบบครบวงจร แม้ระหว่างทางจะมีทั้งเดดไลน์ การแก้ไขงาน และอุปสรรคที่ต้องช่วยกันรับมือ แต่สิ่งที่ทุกคนพูดตรงกัน คือโปรเจกต์นี้ไม่ได้มอบแค่ประสบการณ์การทำคอนเทนต์เพียงอย่างเดียว แต่ยังสอนให้รู้จักการทำงานเป็นทีม การรับฟังความคิดเห็นของกันและกัน และการเชื่อมั่นในหน้าที่ของแต่ละคนมากขึ้น ดังนั้น ท้ายบ้าน The Zero อาจเป็นเพียงช่อง TikTok สำหรับคนดู แต่สำหรับพวกเรา Interns ทั้ง 9 คนแล้ว มันคือพื้นที่ที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ความตั้งใจ และมิตรภาพที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นผ่านทุกการประชุม ทุกการถ่ายทำ และทุกคลิปที่ช่วยกันสร้างสรรค์ขึ้นมา เพราะสุดท้ายแล้ว…สิ่งที่ดีที่สุดของโปรเจกต์นี้ ไม่ใช่แค่คอนเทนต์ที่ถูกเผยแพร่ แต่คือการที่คนแปลกหน้า 9 คน ได้ร่วมสร้างสรรค์คอนเทนต์ไปด้วยกัน จนกลายเป็นมิตรภาพและความทรงจำที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหน ซึ่งตลอดระยะเวลาของการฝึกงานนี้ พวกเราอาจได้เปิดประตูคนละบาน ได้รับผิดชอบงานคนละหน้าที่ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมานั้นกลับคล้ายกันอย่างน่าประหลาดใจ เพราะบ้าน The Zero ไม่ได้สอนเพียงวิธีคิด วิธีทำงาน หรือการใช้ทักษะในสายอาชีพอย่างเดียว แต่ยังสอนให้พวกเรารู้จักการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การรับฟังความคิดเห็น การจัดการเวลา การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการกล้าที่จะลองทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองทำได้ จนถึงวันนี้ที่บานประตูต้องปิดลง พวกเราไม่ได้พกกลับไปแค่ประสบการณ์การฝึกงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังพกความมั่นใจ มิตรภาพ และความทรงจำดีๆ นี้กลับไปด้วย และพวกเราเชื่อว่าประสบการณ์เหล่านี้จะติดตัวไปในทุกก้าวของการทำงานหลังจากนี้ไป สุดท้ายแล้ว…พวกเราไม่ได้แค่เปิดประตูเพื่อเข้ามาฝึกงานหรือเรียนรู้งานเพียงเท่านั้น แต่เปิดมาเจอกับประสบการณ์ที่มีความหมาย และทำให้ “บ้าน The Zero” กลายเป็นบ้านอีกหลังที่พวกเราจะจดจำไม่มีวันลืม