category Mango Movie Review: Power Ballad เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ: ค่ำคืนเปลี่ยนชีวิต กับบทเพลงฮิตที่เปลี่ยนทุกอย่าง

Writer : nawy.

: 23 มิถุนายน 2569

ถ้าบทเพลงที่คุณแต่งแล้วเอามาร้องด้วยกันกับเพื่อนขึ้นมาขำๆ ในค่ำคืนหนึ่ง จู่ๆ ก็กลายเป็นเพลงฮิตระเบิดระดับโลก แต่ชื่อของคนแต่งกลับไม่ใช่คุณ! และเมื่อความสำเร็จสามารถเปลี่ยนมิตรภาพให้กลายเป็นการหักหลังได้ ใครกันแน่ที่สมควรได้เป็นเจ้าของบทเพลงนี้?

“Power Ballad เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ” ผลงานกำกับเรื่องล่าสุดของ จอห์น คาร์นีย์ (John Carney) ผู้กำกับมือทองที่เคยฝากความประทับใจให้กับผู้ชมทั่วโลกมาแล้วใน Begin Again, Once และ Sing Street ครั้งนี้เขากลับมานั่งแท่นกำกับในรอบ 10 ปี พร้อมสานต่อลายเซ็นหนังสายดนตรีฟีลกู้ดที่ทุกคนคุ้นเคย

ภาพยนตร์บอกเล่าเรื่องราวของ “ริค พาวเวอร์” (รับบทโดย Paul Rudd) นักร้องนำวงดนตรีรับจ้างตามงานแต่งงาน ผู้มีความฝันอันยิ่งใหญ่ที่อยากจะเป็นศิลปินระดับโลก จนกระทั่งวันหนึ่ง โชคชะตาก็นำพาให้เขาได้พบกับ “แดนนี่ วิลสัน” (รับบทโดย Nick Jonas) อดีตบอยแบนด์ตัวท็อปที่กำลังเตรียมตัวหวนคืนสู่วงการในฐานะศิลปินเดี่ยว ค่ำคืนนั้นจบลงด้วยความอบอุ่นเมื่อทั้งสองได้ร่วมพูดคุย ร้องเพลง เล่นดนตรี และแต่งเพลงด้วยกันตามประสาคนรักในเสียงดนตรี 

ทว่าเรื่องราวดราม่าก็บังเกิด เมื่อวันหนึ่งริคบังเอิญได้ยินเพลงที่เขา(อ้างตัวว่า)เป็นคนแต่งขึ้นมากับมือดังกระหึ่มอยู่กลางห้างสรรพสินค้า งานนี้เลยต้องมีการเปิดศึกทวงสิทธิ์กันหน่อยว่า ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของเพลงนี้!

ด้วยความที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ชูโรงด้านดนตรีค่อนข้างชัดเจน ด้านบทเพลงและเสียงดนตรี ได้มีการเลือกใช้เพลงประกอบภาพยนตร์ได้อย่างชาญฉลาดและสอดคล้องกับแต่ละฉาก ช่วยดึงอารมณ์ผู้ชมให้รู้สึกอินและชวนให้โยกหัวตามไปกับจังหวะ โดยเฉพาะเพลย์ลิสต์ของวงดนตรีงานแต่งของริคที่จัดจ้านและโดนใจคอเพลงสากลอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ เพลงประกอบหลักอย่าง “How to write a song”  ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดำเนินเรื่อง ก็มีความไพเราะและถ่ายทอดความรู้สึกอย่างจริงใจ ผ่านเนื้อร้องที่ใช้ภาษาเรียบง่ายแต่กินใจ เชื่อว่าผู้ชมจะต้องตกหลุมรักและมีความรู้สึกร่วมไปกับท่อนใดท่อนหนึ่งของเพลง ซึ่งสอดคล้องกับชื่อภาษาไทยของภาพยนตร์ที่ว่า “เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ”

อีกจุดที่ผู้เขียนประทับใจ คืองานภาพและโพรดักชันที่ขยี้ความคอนทราสต์ระหว่างริคและแดนนี่ออกมาได้ชัดเจนสุดๆ  โดยใช้ 2 ประเทศอย่างสหรัฐอเมริกาและไอร์แลนด์มาเป็นฉากหลังหลัก ๆ ในเรื่อง ฝั่งอเมริกาคือความศิวิไลซ์ แสง สี เสียง แสงไฟสปอตไลต์ของเมืองใหญ่ที่ดูน่าตื่นตาตื่นใจ แต่พอตัดมาฝั่งไอร์แลนด์ที่ริคอยู่กับครอบครัวและเพื่อนๆ ในวง กลับให้ความรู้สึกถึงคำว่า ‘บ้าน’ โดยทันที แม้ไม่ได้หวือหวา น่าตื่นเต้น แต่กลับอบอุ่น ปลอดภัย และสบายใจ

นอกเหนือจากการต่อสู้เพื่อทวงสิทธิ์ในบทเพลงแล้ว สิ่งที่หนังเรื่องนี้ทิ้งแง่คิดไว้ให้เราได้ตกตะกอนอย่างลึกซึ้งก็คือเรื่องของ “ความฝัน” ผ่านการเดินทางของตัวละครหลักทั้งสองคน 

สำหรับผู้เขียน หนังเรื่องนี้ได้บอกเราว่า ทุกคนล้วนมีความฝันและเส้นทางเป็นของตัวเองกันทั้งนั้น แต่การที่เราจะผลักดันความฝันให้กลายเป็นจริงขึ้นมาได้ บางทีแค่มี “ความสามารถ” หรือ “พรสวรรค์” อย่างเดียวมันอาจจะไม่พอ แต่มันต้องมาพร้อมกับองค์ประกอบสำคัญอื่น ๆ ด้วย 

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจังหวะ เวลา และโอกาสที่ประจวบเหมาะพอดิบพอดี ซึ่งถ้าองค์ประกอบพวกนี้มันยังมาไม่ถึง ก็ไม่ได้แปลว่าเราล้มเหลวหรือต้องล้มเลิก แค่ทำส่วนของเราให้ดีที่สุด แล้วรอวันที่ฟันเฟืองของชีวิตทำงาน และเมื่อวันนั้นมาถึง มันก็จะเป็น “เวลาของเรา” ที่จะได้ก้าวขึ้นไปเฉิดฉายบนเวทีชีวิตอย่างงดงามที่สุดเอง

โดยภาพรวม Power Ballad เป็นภาพยนตร์ที่ย่อยง่าย ดูเพลิน และสอดแทรกมุกตลกชวนให้อมยิ้มได้ตลอดทั้งเรื่อง Paul Rudd สามารถถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของ “ริค” ออกมาได้อย่างน่าเอ็นดู เป็นธรรมชาติ และชวนให้ผู้ชมอยากเอาใจช่วย ในขณะที่ Nick Jonas ก็สวมบทบาท “แดนนี่” ได้อย่างมีเสน่ห์และเท่ราวกับเล่นเป็นตัวเอง(เอ้า!) ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงท้ายเรื่อง ภาพยนตร์ยังปล่อยหมัดฮุกเด็ด จนอาจทำให้ผู้ชมหลายคนแอบน้ำตารื้นได้โดยไม่รู้ตัว

แม้ว่าผู้ชมอาจจะไม่ได้เป็นแฟนคลับตัวยงของผู้กำกับ John Carrney มาก่อน แต่ก็สามารถรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ได้อย่างเพลิดเพลินและอิ่มเอมใจ หากคุณเป็นอีกคนที่ชื่นชอบภาพยนตร์แนวฟีลกู๊ดฮีลใจที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่นและบทเพลงอันไพเราะ สิบปากว่าก็ไม่เท่าตาเห็น ไปรับชม Power Ballad เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ ได้แล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save