รีวิว ‘Rogue One’ สงครามอวกาศเต็มรูปแบบครั้งแรกของ Star Wars

Writer : Sam Ponsan

: 16 ธันวาคม 2559

review-star-wars-rogue-one

ปี 2015 สตาร์วอร์ กลับมาพีคอีกครั้งหนึ่งหลัง ลูคัส ฟิล์ม ส่ง Star Wars: Episode VII – The Force Awakens ไปเป็นทัพหน้าในการเรียกกระแสสตาร์วอร์ กลับมา ซึ่งได้ผลกระแสสงครามอวกาศจุดติดทันที หลังเงียบหายไปนานเกือบ 32 ปี

เมื่อกระแสมา ทางลูคัส ฟิล์มก็บอกว่านอกจากสตาร์วอร์ ที่เป็นเส้นเรื่องหลักแล้ว ก็ยังมีหนังที่เป็น Side Story ของสตาร์วอร์ ออกมาอีกด้วยโดยเรื่องแรกคือ ‘Rogue One’ หนังที่สร้างขึ้นมาโดยได้แรงบันดาลใจมาจากบรรทัดหนึ่งใน openning core ของ Star War Episode 4 : A New Hope ที่เล่าว่าฝ่ายกบฏได้ไปขโมยแบบแปลนเดธสตาร์ มาก่อนที่จะส่งต่อเรื่องราวมายังภาค 4 ว่าทำไมเดธสตาร์ ถึงโดนทำลายง่ายจังทั้งที่มันถูกปูเรื่องมาว่า นี่โคตรอภิมหาอาวุธสงครามเลยนะ โดยหนังก็เพิ่งเข้าฉายไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา และทาง MangoZero ไปดูมาแล้ว และจะขอรีวิวให้อ่านกัน

เรื่องย่อ Rogue One

สำหรับ Rogue One นั้นเนื้อเรื่องพูดถึงปฏิบัติการณ์ที่กล้าหาญและชัยชนะครั้งแรกของกลุ่มกบฏในการทำสงครามท้าทายกับอำนาจของจักรวรรดิ ที่มีผู้นำเป็นดาร์ธเวเดอร์ ด้วยการเสี่ยงชีวิตบุกไปถึงถิ่นของดาร์ธเวเดอร์ เพื่อขโมยแบบแปลนสุดยอดอาวุธสงครามที่ชื่อว่า ‘เดธสตาร์’ ยานรบลำยักษ์ที่นอกจากจะมีหน้าตาคล้ายกับดวงดาวแล้ว ยังมีความสามารถในการยิงปืนนัดเดียวก็ทำลายดาวได้ทั้งดวง (โคตรเก่งเวอร์มากๆ) ซึ่งอาวุธลับชิ้นนี้หากสร้างสำเร็จมันจะกลายเป็นอาวุธที่กลุ่มจักรวรรดิ ใช้เป็นอำนาจต่อลองกับฝ่ายต่อต้านให้ยอมจำนน ดังนั้นหน้าที่ของฝ่ายกบฏคือต้องหาทางทำอะไรสักอย่างในการทำลายยานมรณะให้ได้

rogue-one-story

เนื้อเรื่องดี แม้ย้วยช่วงแรกไปนิด

Rouge One ได้รับคำวิจารณ์ที่ดีมากๆ ในหมู่ผู้ชม หลายเว็บไซต์เช่น Rotten Tomato ให้ 85% ส่วน IMDB ให้ 8.3 สำหรับแฟนบอยหนังสตาร์วอร์ คงไม่ต้องบอกว่ากรี๊ดแค่ไหน แต่สำหรับคนดูหนังทั่วไปที่อาจมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสตาร์วอร์ หรือไม่มีก็ตาม Rogue One ก็ทำให้พวกเขาสนุกไปได้อย่างไม่รู้สึกติดขัด แม้เนื้อเรื่องช่วงแรกๆ จะมีความนวยนาดในการปูเรื่องเพื่อให้รู้จักกับตัวละครต่างๆ ซึ่งในช่วงนี้หลายคนก็เผลอหลับไปเหมือนกัน แถมการที่เราแทบไม่รู้จักตัวละครที่หนังพยายามจะปูให้เรารู้จักก็ไม่ได้ทำให้เราดูหนังไม่รู้เรื่องเลย

rogue-one-2

ฉากรบในอวกาศสนุกในแบบที่แฟนๆ รอคอย

ความพีคของหนังอยู่ที่ช่วงปลายเรื่อง จากที่เนื้อเรื่องมีความน่าเบื่อเบาๆ พอสงครามอวกาศเริ่มต้นขึ้นความสนุกจึงกลับมาปลุกให้เราตื่นมาชมหนังที่เรียกได้ว่าเป็น สงครามอวกาศของจริง หากใครที่เคยดูสตาร์วอร์ มาก่อนแม้ไม่ต้องดูครบทั้ง 7 ภาคคุณจะสังเกตเห็นว่า สตาร์วอร์ แทบไม่มีฉากรบกันในอวกาศเลย! ยกเว้นภาค 4 ที่ต้องระดมเหล่ากบฏไปทำลายเดธสตาร์ แต่ก็ยังไม่หนำใจ และเนื้อเรื่องโดยส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่า เฮ้ย! นี่คือหนังสงครามอวกาศนะ (บางทีเราดูสตาร์เทรค มายังรู้สึกว่านี่คือหนังที่มันมีความเป็น สงครามอวกาศ จริงๆ มากกว่า) ทว่า Rogue One เหมือนผู้สร้างจะรู้ว่าผู้ชมอยากจะเห็นการวอร์ กันในอวกาศแบบเต็มรูปแบบจริงๆ สักทีเหอะ ใน Rogue One เลยจัดสงครามอวกาศให้ในช่วงท้ายแบบเต็มรูปแบบที่ยิ่งใหญ่กว่าในภาค 4 ภาพการต่อสู้ระหว่างยาน X-Wing Fighter ของฝ่ายกบฏ กับยาน TIE Fighter ของฝ่ายจักรวรรดิ ทำออกมาได้สนุกสมกับเป็นหนังสงครามอวกาศของจริง ไม่ใช่โผล่มายิงจิ๊ดๆๆๆ ไม่กี่ฉากก็จบ ฉากรบกันในอวกาศถือว่าทำได้คุ้มค่าสมกับที่รอคอย

rogue-one-3

ฉากรบภาคพื้นดินตื่นเต้นเหมือนรบเอง

ขณะเดียวกันในฉากการรบภาคพื้นดินก็ดุดัน และยาวนานกว่าสตาร์วอร์ ภาคไหนๆ นักรบสตรอมทรูเปอร์ ก็มีความเป็นทหารของจักรวรรดิ ที่มีความน่ากลัวมากขึ้น ไม่เหมือนสตรอมทรูเปอร์ ภาคอื่นๆ ที่ยิงแม่นแต่ก้อนหิน  ใบหญ้า และต้นไม้ อย่างน้อยๆ ที่สุดก็รบเป็นกับเขาสักที ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นตัวประกอบกี้ๆๆๆ ให้โดนซ้อมเป็นเป้านิ่ง ฉากรบภาคพื้นดินทุกฉากถือว่าทำได้ดี และทำให้เรารู้สึกกลัวภัยคุกคามของฝ่ายจักรวรรดิได้  มุมกล้องบางฉากในการรบที่ทำให้เราได้เห็นผ่านสายตาของทหารยิ่งทำให้ดูสมจริง และอินมากขึ้น ซึ่งในมุมมองการนำเสนอแบบนี้ก็ไม่เคยปรากฎในสตาร์วอร์ภาคไหน ดังนั้นเราจึงรู้สึกใกล้ชิดกับตัวละคร และสถานการณ์ในสนามรบมากยิ่งขึ้น จนต้องลุ้นเอาใจช่วยเหล่ากบฏให้รอด

rogue-one-4

แฟนเซอร์วิสก็มา (มีสปอยด์)

ใน Rogue One มีฉากที่เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนบอยอยู่หลายฉาก ซึ่งเราจะขอพูดถึงแค่ฉากเดียว ส่วนที่เหลือไปดูเอาเอง เพราะถ้าบอกไปแล้วมันจะเป็นการสปอยด์ ฉากที่ขอพูดถึงก็คือ  การโผล่มาของท่านลอร์ดเวเดอร์ แม้จะโผล่มาไม่กี่ฉาก แต่แค่เสียงหายใจ ฟืดดด ฟาดดดด ก็ทำเอาติ่งกรี๊ด  ฉากที่โคตรดีงามแก้ให้เราคิดถึงดาร์ธเวเดอร์ ได้ก็คือฉากที่ดาร์ธเวเดอร์โผล่มาในความมืดพร้อมไลท์เซเบอร์ สีม่วงแค่ฉากนั้นฉากเดียวแค่เพียงสั้นๆ แต่ก็ทำเอารู้สึกได้ทันทีว่า ดาร์ธเวเดอร์ โคตรน่ากลัวเลย ขณะที่ภาคอื่นๆ เราไม่ได้รู้สึกกลัวดาร์ธเวเดอร์ ขนาดนั้น และหลังจากดาร์ธเวเดอร์ ก็มีอีกคนโผล่มาให้เราโคตรเซอร์ไพร้ส์ ซึ่งเด็ดจริงๆ 

ขณะที่ตัวละครอื่นๆ ที่ปรากฎในหนังก็สามารถสร้างสีสันที่เคยมีในสตาร์วอร์ ก็กลับมา เช่นในภาคนี้ไม่มี หุ่นดรอยส์ R2D2 โผล่มาทำเสียง ปุ๊ดปิ๊ดปิ้วๆ ให้เราเอ็นดู แต่ก็ได้ดรอยส์ ที่ชื่อ K2S0 โผล่มาแทน และหนังก็ทำเรารู้สึกรักเจ้าดรอยส์ ตัวนี้เหมือนที่เราเคยรัก BB8 หรือ R2D2 ทั้งที่หน้าตาของ K2SO ห่างไกลคำว่าน่ารักมากทีเดียว และ K2SO ยังทำให้เราเสียน้ำตาได้ทั้งที่มันก็เป็นแค่หุ่นตัวนึงเท่านั้น อีกหนึ่งคนที่ชวนให้เราอยากดูตั้งแต่เห็นตัวอย่างนั่นคือการปรากฎตัวของ ‘ดอนนี่ เยน’ ในทีแรก เราเข้าใจว่าเขาคือเจไดคนสุดท้าย แต่ในความเป็นจริงเขาไม่ใช่เจได เขารับบทเป็น ‘เซอร์รุต อิมเว’ ชายตาบอดที่ปกป้องวิหารเจได แห่งสุดท้ายในดาวเจด้า เขาเป็นคนเดียวในเรื่องที่ได้โชว์ลีลาการต่อสู้ด้วยมือเปล่าในขณะที่คนอื่นใช้ปืนลุ้นๆ

rogue-one-5

Mango Zero ให้ 8.5/10

แล้วสำหรับเนื้อเรื่องของ Rogue One ทำได้ดีมากๆ และตอนจบก็ทำให้คุณคาดเดาผลลัพธ์ไม่ออกเลยทีเดียวว่าจบแบบนี้เลยเหรอ และเนื้อเรื่องยังละเอียดมากจนปูไปสู่สตาร์วอร์ ภาค 4 ได้อย่างโคตรเนียนจนน่าปรบมือ มีหลายคนบอกว่า Rouge One คือหนังในซีรีย์สตาร์ วอร์ที่ดีที่สุดอันดับที่สอง เป็นรองแค่ Star Wars Episode 5 : Empire Strikes Back เท่านั้น วึ่งเราก็คิดว่าใช่ ส่วนคนดูจะรู้สึกอย่างไรกับ Rogue One ต้องตัดสินด้วยตัวคุณเอง

rogue-one-6

Writer Profile : Sam Ponsan
นักเขียนหนุ่มสุดเท่ที่ชื่นชอบการขี่มอเตอร์ไซค์เป็นชีวิตจิตใจ ขนาดฝนตกยังยอมขี่รถตากฝนเลยเพราะคิดว่าทำแล้วเท่ งานอดิเรกของเขาคือการไปออกกำลังกายเพราะเชื่อว่าทำแล้วเท่ ปัจจุบันก็ยังชอบทำ Content อะไรเท่ๆ ลงเว็บ Mango Zero ด้วย แหม่...เท่จริงๆ
Blog : Social Media : Facebook, Twitter
View all post
ปิ้วๆๆๆ เซ็ต Han Solo : A Star Wars Story ของ SF Cinema

ปิ้วๆๆๆ เซ็ต Han Solo : A Star Wars Story ของ SF Cinema

รีวิว Back Street Girls ไอดอลสุดซ่า ป๊ะป๋าสั่งลุย

7+1 สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปดู Solo : A Star Wars Story กลับมาให้หายคิดถึงกับคู่หูนักบินที่เท่ที่สุดในกาแล็กซี

โรงหนังรวยเพราะ ป๊อปคอร์น จริงหรือ? SF เผยเรื่องที่คุณยังไม่รู้

รวมภาพถ่ายสไตล์จิ๋วๆ Ant Man and The Wasp Combo Set จาก SF Cinema

รวม 20 ซีรี่ย์น่าดู ครึ่งปีหลัง 2018 Netflix เพียบ! เตรียมไม่ได้นอน!

อีธาน ฮันท์ ควรทำประกันอะไร ? Mission: Impossible – Fallout

What would SUPERHERO look like as the opposite sex? Take a look in our Magic Mirror to see.

What would SUPERHERO look like as the opposite sex? Take a look in our Magic Mirror to see.

อดนอนต่อ ไม่รอแล้วนะ! 12 ซีรีส์ใหม่บน Netflix ประจำเดือนพฤศจิกายน 2018

7 ภาพยนตร์อนิเมะจากฝั่งญี่ปุ่น ที่เคยแตะเท้าถึงเวทีรางวัลออสการ์

ดิสนีย์เตรียมเปิดตัว Disney+ บริการวิดิโอสตรีมมิ่งจากดิสนีย์ เริ่มเปิดให้ใช้ปลายปีนี้

5 เหตุผลที่ทำไม ต้องดู Arthdal Chronicles ซีรีย์ประวัติศาตร์โบราณเรื่องแรกของเกาหลี

10 เพจ เรียนภาพยนตร์ คนรักหนัง กดติดตามไว้!

8 บทบาทจากภาพยนตร์ของ 'Emma Stone' ชอบลุคไหนกันมากที่สุด ?