คู่มือการเลือกซื้อ Film (ถ่ายรูป)ฉบับมือใหม่

Writer : Yoom

: 3 ธันวาคม 2562

กล้องฟิล์มเรียกได้ว่าเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการนำกลับมาใช้งานหรือเก็บเป็นของสะสม เนื่องจากเอกลักษณ์ที่มีความคลาสสิก รูปที่ถ่ายก็ออกมาก็มีเอกลักษณ์ที่กล้องดิจิตอลทำไม่ได้ ทำให้หลาย ๆ คนหันมาสนใจที่จะเล่นกล้องฟิล์มกันมากขึ้น การใช้กล้องฟิล์มดี ๆ ก็ยิ่งทำให้ภาพของเราออกมาสวยและมีคุณภาพมากขึ้น แต่มือใหม่หลาย ๆ คนจะรู้ไหมว่า การเลือกใช้ฟิล์มให้ถูกกับประเภทก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะฟิล์มเป็นเหมือนกับหัวใจสำคัญไม่แพ้กัน

ทำควาามรู้จักขนาดฟิล์ม 135 VS 120

กล้องฟิล์มโดยปกติแล้วจะมีการใช้งานขนาดของฟิล์มได้ไม่เหมือนกันและสามารถแบ่งขนาดของฟิล์มออกได้เป็น 3 ประเภทคือ 1.Small format 2.Medium format 3.Large format

โดยส่วนมากที่นิยมใช้งานกับกล้องฟิล์มทั่วไปจะเป็นฟิล์มประเภท Small format และ Medium format ตามลำดับ ส่วน Large format จะไม่ค่อยนิยมนำมาใช้งาน เพราะใช้ได้กับกล้องฟิล์มที่มีขนาดใหญ่มาก ๆ ซึ่งในครั้งนี้เราจะขออธิบายในส่วนของฟิล์มประเภท Small format และ Medium format

ฟิล์ม 135 หรือฟิล์มประเภท Small format เป็นที่รู้จักกันในชื่อฟิล์ม 35mm เนื่องจากภาพที่ได้จากฟิล์ม 135 จะมีขนาด 36*24 mm หรือพูดง่าย ๆ ก็คือรูปที่ถ่ายออกมาจะเป็นสีเหลี่ยมพื้นผ้า ซึ่งโดยปกติแล้วฟิล์มชนิดนี้จะสามารถได้สูงสุดถึง 36 รูป (ในรูปแบบ Full Frame)

ฟิล์ม 120 หรือฟิล์มประเภท Medium format เป็นฟิล์มที่มีขนาด 56*56 mm รูปถ่ายที่ได้จากฟิล์ม 120 จึงมีขนาดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส (ภาพที่ออกเหมือนถ่ายลง instagram) โดยอีกหนึ่งความต่างของฟิล์ม 120 ก็คือขนาดที่ยาวกว่ามาก ทำให้ภาพที่ออกมามีความชัดกว่าฟิล์ม 35 mm แต่ต้องแลกมากับความจุของภาพที่น้อยกว่าซึ่งฟิล์ม 120 จะสามารถถ่ายได้ประมาณ 12 รูป

ป.ล. ขนาดฟิล์มแต่ละประเภทก็ใช้กับกล้องไม่เหมือนกัน กล้องบางตัวใช้ฟิล์ม 135 บางตัวใช้ 120 ต้องดูที่กล้องก่อนเลือกซื้อฟิล์มนะจ๊ะ

เรียนรู้การอ่านกล่องฟิล์มก่อนซื้อ

การอ่านฉลากของฟิล์มเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมือใหม่มาก ๆ เพราะฉลากบนกล่องฟิล์มนั้นจะบอกว่าฟิล์มที่เราใช้มีคุณสมบัติอะไรบ้างเช่น

  • บอกประเภทของฟิล์มว่าเป็น 1.Small format 2.Medium format 3.Large form
  • บอกว่าภาพที่ได้ออกมาจะเป็นภาพสีหรือขาวดำ
  • บอกจำนวนของภาพที่สามารถถ่ายได้
  • ระบุ ISO ของฟิล์ม (ข้อนี้สำคัญมาก ๆ)
  • ระบุวันหมดอายุ (แต่ฟิล์มบูดก็ถ่ายได้นะ แต่ต้องบอกร้านล้างฟิล์มว่าเราใช้ฟิล์มบูด)
  • ระบุกรรมวิธีล้างฟิล์มว่าเป็น Negative Film หรือ Positive Film ซึ่งสองชนิดนี้ใช้น้ำยาฟิล์มคนละตัว (เป็นความรู้ที่เราควรรู้ไว้ ตอนไปร้านล้างฟิล์ม)

เลือก ISO ให้ถูกกับการใช้งาน

เมื่อพูดถึงเรื่อง ISO มือใหม่หลาย ๆ คนคงเกิดอาการงงว่า เราควรเลือกใช้ ISO ยังไงให้ถูกต้อง แต่ก่อนอื่นเลยต้องขออธิบายก่อนว่า ISO คืออะไร ISO คือค่าความไวแสง ซึ่งถูกระบุค่าเอาไว้อยู่บนฟิล์มที่เราใช้งานอยู่แล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนได้ (ไม่เหมือนกับกล้องดิจิตอลที่เปลี่ยนได้) แต่ถ้าจะให้ยกตัวอย่างการใช้ ISO ที่ถูกต้องกับมือใหม่ง่าย ๆ ก็ยกตัวอย่างได้คร่าว ๆ ได้เช่นกัน

  • ISO 100 ใช้ในถ่ายภาพภายนอกหรือช่วงกลางวัน *ควรใช้ในที่แสงเยอะมาก ๆ
  • ISO 200 ใช้ในถ่ายภาพภายนอก ช่วงเช้าหรือช่วงกลางวัน
  • ISO 400 ใช้ในถ่ายภาพภายในและภายนอก เหมาะสำหรับช่วงที่ไม่ค่อยมีแดดหรือมีเมฆมาก
  • ISO 800 ใช้ในถ่ายภาพภายใน เช่นในบ้านหรือในอาคาร
  • 1600-3200  ใช้ในถ่ายภาพภายใน เช่นในบ้านหรือในอาคาร หรือภายนอกเช่น ช่วงเวลากลางคืน

ป.ล.ค่า ISO มีความสัมพันธ์กับการใช้ความเร็วชัตเตอร์และการเลือกใช้รูรับแสงด้วยนะ

Black and White Film VS Color Film เลือกแบบไหนดี

ฟิล์มขาวดำ (Black and White Film) คือฟิล์มที่ฉาบไปด้วยสารเคมีที่ทำให้เยื่อของฟิล์มเมื่อถูกแสงแล้วภาพออกมาเป็นสีขาวและดำ (ทำให้ภาพที่ถ่ายออกมา เน้นไปอารมณ์ไปที่วัตถุของภาพมากกว่าสีของภาพ)

ฟิล์มสี (Color Film) คือฟิล์มที่ฉาบไปด้วยสารเคมีที่ทำให้เยื่อของฟิล์มสามารถแสดงสีที่เหมือนกับธรรมชาติของวัตถที่ถ่ายออกมาได้ โดยจะใช้สีหลักก็คือสีแดง เขียวและน้ำเงิน (RGB) และประกอบด้วยสีรองก็คือสีฟ้า สีม่วง สีเหลืองและดำ (CMYK) ซึ่งภาพที่ถ่ายออกมาก็เกิดจากการผสมของทั้งสีหลักและสีรอง (การถ่ายภาพฟิล์มสีจึงให้อารมณ์ไปตามวัตถุของภาพและสีของภาพ)

การเลือกใช้ฟิล์มสี (Color Film) หรือฟิล์มขาวดำ (Black and White Film) ทั้งสองอย่างนี้ให้อารมณ์และความรู้สึกของภาพที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นแล้วการเลือกใช้งานฟิล์มให้ตรงกับความต้องคนผู้ถ่ายก็สำคัญเหมือนกัน

ฟิล์มต่างแบรนด์ก็ให้สีต่างกัน

ฟิล์มต่างแบรนด์ก็ให้สีที่ต่างกันออกไปมาก ๆ แม้จะถ่ายภาพจากสภาพแสง สถานที่และช่วงเวลาเดียวกัน แต่ก็ให้อามณ์และสีของภาพที่ต่างกันออกไปตามแบรนด์และรุ่นของฟิล์มที่ใช้งาน บางแบรนด์เช่น Fujifilm ให้สีออกไปในโทนสีเขียวและภาพที่ออกมาเป็นโทนเย็น ส่วน Kodak ก็อาจจะใช้ภาพที่มีสีเหลืองค่อนข้างมาก แต่ดูแล้วให้ความอารมณ์ที่อบอุน

เพราะฉะนั้นแล้วการเลือกซื้อฟิล์มแต่ละแบรนด์เราควรศึกษาภาพที่ได้ออกมาจากแบรนด์นั้น ๆ เพื่อให้ภาพที่ถ่ายออกมาได้ตรงกับความต้องการของเราที่สุด

Writer Profile : Yoom
เด็กหนุ่มจบปรัชญาและศาสนาแต่มาทำงานเป็น Content Creator รักการปีนเขา เวลาว่างชอบเล่นกับแมว และชอบถ่ายวิดิโอเป็นชีวิตจิตใจ
View all post
Film Camera 101 : ทำความรู้จักกับกล้องฟิล์มก่อนซื้อกล้องฟิล์มตัวแรก

Film Camera 101 : ทำความรู้จักกับกล้องฟิล์มก่อนซื้อกล้องฟิล์มตัวแรก

ตามดูคอลเลคชั่นกล้องฟิล์มในมือลิซ่า Blackpink จับตัวไหนราคาก็พุ่งไปหมดดด

รวมกระทู้ปรึกษาความรัก ต้อนรับวาเลนไทน์

มาแล้ว CHA BAR ออก 3 เมนูใหม่ ต้อนรับเทศกาลกินเจ

รัฐอนุมัติ 'บ้านล้านหลัง' โครงการเพื่อคนอยากมีบ้าน ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,800 บาท

7 ความลับของ CEO ระดับโลกในการทำงานให้ประสบความสำเร็จที่สามารถเอาเป็นตัวอย่างได้

วัดกันไปเลย : ประเทศไหนใช้ภาษาอังกฤษได้ดีที่สุด จากผลการทดสอบในปี 2018

เน้นย้ำความเป็นสังคมผู้สูงอายุ ในปี 62 ไทยจะมีผู้สูงวัยมากกว่าเด็กเป็นครั้งแรก

เน้นย้ำความเป็นสังคมผู้สูงอายุ ในปี 62 ไทยจะมีผู้สูงวัยมากกว่าเด็กเป็นครั้งแรก

คนใช้รถเมล์ฟังทางนี้! ขนส่งฯ เตรียมขึ้นค่าโดยสารรถเมล์ 2-5 บาท รอสรุปผล 15 ธ.ค. นี้

ส่อง 13 ชุดประจำชาติ Miss Universe 2018 เล่นใหญ่ จัดเต็ม!

ลิโดจะกลับมาอีกครั้ง! ในชื่อ 'ลิโด้' พร้อมความทันสมัยที่มากขึ้น เจอกัน พ.ค. ปีหน้า

5 ประเพณีวันคริสต์มาส และความจริงที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้

#กรุงเทพเมืองคอนเสิร์ต 11 พิกัดจัดคอนเสิร์ตยอดฮิตในกรุงเทพฯ และวิธีการเดินทาง

#loveislove พาไปส่องกฎหมายเกี่ยวกับ LGBT ใน 9 ประเทศทั่วโลก