แด่มนุษย์ทุกคน…ที่ชีวิตมอบหน้าที่ให้ดิ้นรนเพื่ออยู่รอด ถือเป็นภาพยนตร์ต้อนรับต้นปีที่กระแสมาแรงแบบขั้นสุด สำหรับ “Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา)” ผลงานใหม่ล่าสุดจากฝีมือการกำกับของ “เต๋อ นวพล” เจ้าของภาพยนตร์ชื่อดังหลากหลายเรื่อง ยกตัวอย่างเช่น ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ, ฮาวทูทิ้ง.. ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ และ Fast and Feel Love เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ เป็นต้น “Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา)” เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของ “เฟรน” (รับบทโดย เอิงเอย – ประภามณฑล เอี่ยมจันทร์) พนักงานตำแหน่ง Human Resource (HR) ที่ใช้เวลาแต่ละวันไปกับการสัมภาษณ์คนรุ่นใหม่เพื่อเฟ้นหาพนักงานให้บริษัท ท่ามกลางสภาพสังคมที่กดดัน บีบบังคับให้คนเราใช้ชีวิตยากขึ้นทุกวัน โดยที่ในขณะเดียวกันอีกชีวิตหนึ่งก็กำลังเติบโตขึ้นในครรภ์ของเธอ แม้ในคราวแรก “Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา)” จะทำให้ผู้เขียนรู้สึกว่านี่คือหนังสำหรับเด็กจบใหม่ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่วัยทำงาน แต่แท้จริงหนังเรื่องนี้กลับบอกเล่าเรื่องราวของทุกๆ คนที่ถูกคัดเลือกให้เข้าสู่ออฟฟิศที่เรียกว่า “โลก” แห่งนี้ โดยมี Job Description ที่มอบหมายให้เราต้องดิ้นรน กระเสือกกระสน และอยู่ให้รอดตามวิธีของตัวเอง ซึ่งเรื่องราวเหล่านั้นถูกถ่ายทอดผ่านสายตาของ “เฟรน” ตัวละครที่ใช้ความเงียบเป็นทางออก นิ่งเฉยเสียจนน่าหงุดหงิดใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครการันตีได้ว่าเสียงของเธอจะช่วยให้อะไรๆ เปลี่ยนไปจากที่มันเคยเป็น ก้ำกึ่งอยู่ตรงกลางระหว่าง ‘ทำอะไรไม่ได้’ กับ ‘ทำไปก็ไม่ได้อะไร’ เธอจึงได้แต่ปล่อยให้โลกใบนี้ดำเนินต่อไปอย่างที่มันเคยเป็น ข่าวอาชญากรรมที่ไม่เว้นวัน มลภาวะและสิ่งปนเปื้อนทั้งในอาหาร น้ำ แม้กระทั่งอากาศ สภาพสังคมที่บีบบังคับให้ทุกคนต้องเอาตัวเองให้รอด โลกการทำงานที่คนอดทนคือคนที่อยู่รอด และคนที่ไม่อดทนคือคนที่ถูกตัดสิน หนังหยิบความผิดปกติที่เราอยู่กับมันจนเคยชินมารายล้อมอยู่รอบๆ ตัวเฟรน ปล่อยให้เธอเฝ้ามองมันอย่างชินชา พร้อมพนักงานใหม่คนต่อไปของโลกที่เติบโตอยู่ในครรภ์ จนถึงจุดหนึ่งที่ผู้ชมอย่างเราหรือแม้กระทั่งตัวเธอเองก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ‘โลกใบนี้เป็นที่ที่เหมาะกับการให้ใครสักคนเกิดมาจริงๆ หรือเปล่า?’ หนังเรื่องนี้ไม่ได้มีตอนจบที่ชัดเจน ไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่าการตัดสินใจของตัวละครแต่ละตัวพาพวกเขาหรือพวกเธอไปสู่จุดใด เลือกถูกหรือเลือกผิด ดีขึ้นหรือแย่ลง แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนรู้สึกได้คือ โลกใบนี้มันเว้าแหว่งเกินกว่าจะตัดสินได้ว่าการให้คนคนหนึ่งกำเนิดมาคือความรัก และการไม่ยอมให้คนคนหนึ่งกำเนิดมาคือความไม่รัก โลกใบนี้เว้าแหว่งเกินกว่าจะตัดสินว่าคนที่คงอยู่คือคนที่แข็งแกร็ง คนที่ยอมแพ้คือคนที่อ่อนแอ และบางทีอาจเว้าแหว่งเกินกว่าจะตัดสินว่าวิธีการเอาตัวรอดของใครคือวิธีที่ถูกหรือผิดด้วยซ้ำไป หากให้นิยามหนังเรื่องนี้ด้วยคำสักคำ ผู้เขียนคงนิยามมันด้วยคำว่า “หนังที่ไม่มีวันจบ” เพราะแม้จะลุกออกจากโรงภาพยนตร์มาแล้ว เหตุการณ์ต่างๆ ที่ได้ชมบนจอนั้นก็ยังคงเล่นซ้ำในโลกความเป็นจริงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน และน่าสงสัยไม่น้อยว่าหากอีก 10 ปีได้หวนกลับมาดูหนังเรื่องนี้อีกสักครั้ง ในวันนั้นพนักงานใหม่บนโลกใบนี้จะได้มีสภาพชีวิตที่เหมือนเดิมหรือต่างจากเดิม จะดีขึ้นหรือแย่ลง และเราทุกคนจะต้องดิ้นรนกันอีกเท่าใดจึงจะถูกจัดให้เป็นพนักงานที่ดีเพียงพอเสียที สุดท้ายนี้ “Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา)” อาจไม่ใช่หนังที่มีกราฟเรื่องขึ้นลงชวนลุ้นระทึก ไม่ได้มีตอนจบในแบบที่ทุกคนมองหา ไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกตกหลุมรักมันทันทีในตอนที่หน้า End Credit ขึ้น หรือบางทีอาจจะทำให้ขมวดคิ้วเสียด้วยซ้ำไป แต่ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบอย่างไร ท้ายที่สุดผู้เขียนเชื่อว่าหนังเรื่องนี้จะทิ้งความรู้สึกหนักอึ้งบางอย่างไว้ในใจ รวมถึงในวิถีชีวิตประจำวันของผู้ชมนับแต่นี้อย่างแน่นอน