category Startup 101 รวมคำศัพท์สำหรับนัก(สู้)ธุรกิจมือใหม่

Writer : Patta.pond

: 20 พฤศจิกายน 2563

Startup อีกหนึ่งความฝันของคนส่วนใหญ่ไฟแรงในรุ่นเด็กเจนใหม่ ด้วยการคิดนวัตกรรม หรือบริการใหม่ๆ เพื่อเสิร์ฟความต้องการของผู้บริโภคและโลกที่เปลี่ยนผันไปทุกวัน แต่ก่อนจะก้าวเข้าไปในโลกการแข่งขันทางด้านการตลาด Mango Zero ขอนำเสนอคำศัพท์ง่ายๆ ในวงการโลก Startup ให้ทุกคนได้เรียนรู้กัน

Unicorn

ไม่ได้หมายถึงธุรกิจที่มุ้งมิ้งหรือน่ารัก แต่เป็นธุรกิจที่มีมูลค่าเกิน 1 พันล้านเหรียญ อย่าง Airbnb หรือ Uber เป็นต้น

Angel Investor

นักลงทุนที่ใช้เงินส่วนตัวของตัวเองในการลงทุนกับบริษัท Startup ส่วนมากไม่ได้หวังเพียงแค่ผลกำไรอย่างเดียว อาจเป็นเพราะมีความรู้เชี่ยวชาญเฉพาะในด้านนั้น หรือต้องการปั้นธุรกิจใหม่ให้เติบโต

Hackathon

(อ่านว่า แฮกกาธอน) เป็นการแข่งขันเพื่อแก้ปัญหาที่ทางผู้จัดตั้งมอบให้ โดยแบ่งเป็นทีมในการระดมไอเดีย เขียนโปรแกรม และพัฒนาแผนธุรกิจ มีเวลาในการแข่งขัน 2-5 วันอย่างต่อเนื่อง

Pitching

เรียกสั้นๆ กันว่า “พิช” เป็นการนำเสนอแผนธุรกิจให้กับนักลงทุนโดยใช้เวลาสั้นๆ มักเป็นวิธีการทำพรีเซนเทชัน พูดกันว่าเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญในการเรียกความสนใจของนักลงทุนเลยทีเดียว

Demo Day

คือวันที่บริษัท Startup ต้องนำเสนอแผนธุรกิจ (หรือการไปพิช) ให้กลุ่มผู้ลงทุน หรือผู้ที่สนใจ เพื่อระดมทุนนั่นเอง เป็นอีกหนึ่งวันที่เหล่า Entrepreneur ต้องทำงานกันหนักเชียวล่ะ

MVP

หากอยู่ในวงการเกมและกีฬา คำนี้คงจะหมายถึง ผู้เล่นยอดเยี่ยม (Most Valuable Player) แต่ถ้าเป็นวงการสตาร์ทอัพ หรือในทางการตลาด จะเป็น Minimum Viable Product มีความหมายว่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้เวลาน้อยที่สุด และมีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อนำสินค้าไปทดสอบในตลาดกับกลุ่มลูกค้าจริง

Return On Investment (ROI)

เป็นการวัดผลการตอบแทนจากการลงทุน ยิ่งค่า ROI สูงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแปลว่าคุ้มค่า เพราะใช้เงินน้อย แต่ได้ผลมาก

สูตรในการคิด ROI = (กำไรสุทธิ/ต้นทุน) X 100

Crowd Funding

เป็นการระดมทุนจากกลุ่มคน ซึ่งอาจจะมีผลหรือไม่มีผลตอบแทนก็ได้ นอกจากจะได้ระดมทุนแล้ว ยังเป็นการทดสอบว่าโครงการนี้ได้รับความสนใจมากน้อยเพียงใดอีกด้วย

Exit

คือการถอนการลงทุน หรือขายหุ้นที่จะมีผลทำให้หุ้นของเจ้าของกิจการ น้อยกว่าจำนวนหุ้นของนักลงทุนที่เข้ามาซื้อหุ้น (เกมนี้ดุเดือดกันจริงๆ)

Lifetime Value Customer (LTV)

คือการคำนวณปริมาณเงินที่ลูกค้าหนึ่งคนจะใช้จ่ายเงินกับสินค้าของเราตลอดช่วงอายุการเป็นลูกค้า เช่น หากสินค้ามูลค่า 100 บาท ใช้ครั้งละ 1 ปี ทั้งหมด 4 ปี LTV= 400 บาท

ที่มา : SET

TAG : Startup
Writer Profile : Patta.pond
Blog : Social Media : Facebook, Twitter
View all post

[NEWS] สายแชร์คิดหนัก! กฎใหม่ NETFLIX ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน ต้องจ่ายเพิ่ม

[ไม่มีสปอยล์] 5 ความเจ๋งของ Stranger things ทำไมใครๆ ก็ต้องดู ??


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save