เขาว่ากันว่า “ทุกเทรนด์มีวันวนกลับมา” และประโยคนี้ก็ดูจะใช้ได้กับ “สกุชชี่” ของเล่นนุ่มนิ่มที่หลายคนน่าจะเคยเห็นผ่านตาเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ก่อนจะกลับมาฮิตอีกครั้งในโซเชียลตอนนี้! ไม่ว่าจะเป็นคลิปรีวิว เสียงบีบสุดฟิน หรือภาพของสกุชชี่หน้าตาน่ารักที่เห็นแล้วก็ชวนให้ลองบีบสักครั้ง แล้วของเล่นนุ่มๆ ที่บีบแล้วคืนตัวช้าๆ นี้มีจุดเริ่มต้นมาจากไหนกันแน่? ทำไมไอเทมที่เคยฮิตในยุคหนึ่ง จึงวนกลับมาเป็นกระแสอีกครั้งในยุคนี้ได้อีก แล้วอะไรคือเสน่ห์ที่ทำให้คนยังหลงรักสกุชชี่ไม่เปลี่ยนแปลง วันนี้พี่แมงโก้จะชวนทุกคนมาไขข้อสงสัยไปพร้อมๆ กัน~ ชวนรู้จักกับสกุชชี่ของเล่นสุดฟิน ถ้าได้ลองบีบก็วางไม่ลงอีกเลย! ถ้าอธิบายแบบง่ายที่สุด สกุชชี่ (Squishy) คือของเล่นเนื้อนุ่มที่ทำจากวัสดุประเภทโฟม เมื่อใช้มือบีบ กด หรือกำ จะยุบตัวลงแล้วค่อยๆ คืนรูปกลับมาอย่างช้าๆ จุดเด่นจึงอยู่ที่สัมผัส “นุ่ม หนึบ เด้งช้า” ที่ให้ความรู้สึกฟินทั้งตอนบีบและตอนมองมันค่อยๆ คืนตัว คำที่แฟนสกุชชี่คุ้นกันดีคือคำว่า “สโลว์” ซึ่งใช้เรียกลักษณะการคืนตัวช้าของสกุชชี่ ยิ่งคืนตัวช้า เนื้อแน่น และบีบแล้วฟิน~ ก็จะถูกมองว่าเป็นสกุชชี่เกรดดี เลยเป็นสาเหตุว่าทำไมสกุชชี่บางชิ้นถึงมีราคาสูงกว่าของเล่นทั่วไป สกุชชี่มีตั้งแต่ชิ้นเล็กขนาดพวงกุญแจ ไปจนถึงชิ้นใหญ่สำหรับสะสม มีทั้งรูปขนมปัง เค้ก โดนัต มาการง ผลไม้ สัตว์ ตัวการ์ตูน หรือคาแรกเตอร์เฉพาะของแต่ละแบรนด์ จนกลายเป็นของเล่นที่ไม่ได้มีไว้แค่บีบ แต่ยังน่ารักและสามารถสะสมได้อีกด้วย คำว่า Squishy มาจากไหน ชื่อ Squishy มาจากคำภาษาอังกฤษว่า squish ที่มีความหมายประมาณว่า บีบให้ยุบ นุ่มนิ่ม กดแล้วบุ๋มได้ เมื่อนำมาเติม -y จึงกลายเป็นคำที่ใช้เรียกของเล่นที่มีความนุ่ม ยวบ ยุบ บีบแล้วฟินมือ พูดง่ายๆ ก็คือชื่อของมันตรงกับคาแรกเตอร์แบบไม่ต้องตีความเยอะ เพราะหัวใจสำคัญของสกุชชี่ก็คือ “ความนิ่มและการยุบตัวได้” นั่นเอง~ จากลูกบอลคลายเครียด สู่ของเล่นนุ่มนิ่มสุดคาวาอี้ แม้หลายคนจะรู้จักสกุชชี่ในฐานะของเล่นน่ารักจากญี่ปุ่น แต่ถ้าย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นก็มาจากของเล่นบีบคลายเครียด (Stress Toy) หรือ ลูกบอลคลายเครียด ประมาณบอลรูปโลกที่เราคุ้นตานั่นแหละ! “ลูกบอลโฟม” ของเล่นคลายเครียดในยุคแรกที่ออกแบบมาให้บีบเล่นเพื่อระบายความเครียดจากการทำงานหรือการเรียน จุดประสงค์หลักคือช่วยให้มือได้เคลื่อนไหวซ้ำๆ และดึงสมาธิออกจากความกังวลชั่วคราว แต่ในยุคนั้นยังไม่ได้มีหน้าตาน่ารักหรือความฟินแบบสกุชชี่ในปัจจุบันนี้นะ และนี่คือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ! เมื่อแนวคิดของของเล่นบีบคลายเครียดถูกผสมกับวัฒนธรรม “คาวาอี้” (Kawaii Culture) ของญี่ปุ่น ที่ให้ความสำคัญกับความน่ารัก สีสันสดใส และดีไซน์สุดน่าเอ็นดู ช่วงต้นยุค 2000s ญี่ปุ่นเริ่มพัฒนาของเล่นนุ่มนิ่มจากโฟมให้มีรูปร่างเป็นอาหาร ขนมหวาน ผลไม้ และตัวละครต่างๆ มากขึ้น จากของเล่นเดิมที่มีหน้าที่แค่คลายเครียด สู่การเป็นของสะสมและมีมูลค่า เปิดไทม์ไลน์วิวัฒนาการของสกุชชี่ ช่วงปี 2000s: จุดเริ่มต้นที่ญี่ปุ่น สกุชชี่ถือกำเนิดขึ้นในญี่ปุ่น โดยในตอนแรกไม่ได้ถูกมองว่าเป็นของเล่น แต่เป็น “Healing Goods” หรือของที่ช่วยบำบัดจิตใจผ่านสัมผัสนุ่มเด้ง ญี่ปุ่นเริ่มพัฒนาจากบอลบีบรูปทรงธรรมดาสู่สกุชชี่หน้าตาสุดคาวาอี้~ ช่วงปี 2010–2015: กระจายสู่ตลาดสากล กระแสสกุชชี่เริ่มขยายออกจากเอเชียผ่านร้านค้านำเข้าออนไลน์ในยุโรปและอเมริกา ก่อนจะค่อยๆ กลายเป็นเทรนด์ระดับสากล ช่วงปี 2016–2018: ยุคพีกของกระแสยูทูป นี่คือยุคทองของสกุชชี่! โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น มีการผลิตรูปทรงที่หลากหลายขึ้น ทั้งรูปอาหาร ขนมปัง สัตว์น่ารัก รวมถึงรุ่นที่มีกลิ่นหอม จนสกุชชี่กลายเป็นคอนเทนต์ยอดฮิตบน YouTube ทั้งคลิปรีวิวและคลิปบีบเล่นสุดเพลิน~ บอกเลยยุคนั้นใครไม่มีพลาดมาก! ปี 2019–2025: ซบเซาและเปลี่ยนผ่าน ความนิยมเริ่มซาลงเพราะตลาดอิ่มตัว และมีของเล่นหรือไอเท็มคลายเครียดแบบอื่นเข้ามาแทนที่ แต่ก็ยังมีกลุ่มนักสะสมเฉพาะทางอยู่ รวมถึงเริ่มเห็นสกุชชี่เกรดพรีเมียมจากแบรนด์ญี่ปุ่นมากขึ้น ปี 2026 (ปัจจุบัน): กลับมาไวรอลอีกครั้งผ่านการเป็น “ไอเทมฮีลใจ” สกุชชี่กลับมาอีกครั้ง ผ่านกระแสสุดไวรัลบน TikTok จนแหล่งขายส่งอย่างสำเพ็งกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานหรืออดีตเด็กยุค 90s–2000s หยิบสกุชชี่กลับมาเป็น ไอเทมฮีลใจ สำหรับคลายเครียดจากการทำงาน เสน่ห์ของสกุชชี่ ทำไมถึงยังครองใจคนได้เสมอ แม้จะเป็นของเล่นชิ้นเล็ก ทว่าเหตุผลที่สกุชชี่ยังได้รับความนิยมต่อเนื่องก็ไม่ได้มีแค่เรื่อง “ความน่ารัก” อย่างเดียว แต่ยังมีเสน่ห์อื่นๆ ด้วยนะ 1) เป็นของเล่นคลายเครียด หัวใจของสกุชชี่คือการบีบซ้ำๆ ซึ่งช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย คล้ายกับการเล่นของชิ้นเล็กในมือเวลาเครียดหรือกำลังใช้ความคิด การได้โฟกัสกับแรงบีบ สัมผัสนุ่มๆ และจังหวะคืนรูปของมัน ทำให้สมองพักจากความวุ่นวายตรงหน้าได้เลย 2) ความ “สโลว์” คือความฟินที่ของเล่นทั่วไปให้ไม่ได้ ของเล่นบีบทั่วไปอาจบีบแล้วเด้งกลับทันที แต่สกุชชี่ที่ดีจะค่อยๆ คืนรูปอย่างช้าๆ ซึ่งเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทำให้คนเล่นรู้สึกเพลิน ยิ่งเนื้อดี บีบแล้วนุ่มมือและคืนตัวสวย ก็ยิ่งทำให้หยิบมาเล่นซ้ำแบบไม่รู้ตัว 3) กลิ่นหอมและดีไซน์น่ารัก ด้วยกลิ่นหอม สีสันสบายตา และหน้าตาที่น่าเอ็นดู จนกลายเป็นของเล่นที่ตอบโจทย์ทั้งการสัมผัส การมองเห็น และความรู้สึก 4) สะสมได้ สกุชชี่ในตลาดมีตั้งแต่รุ่นราคาจับต้องง่าย ไปจนถึงแบรนด์ลิขสิทธิ์ที่เน้นคุณภาพ ทำให้คนเล่นเลือกได้ตามงบและความชอบ เลยมีการตามหาชิ้นหายากหรือรุ่นลิมิเต็ดสู่สะสมแบบจริงจัง ทำไมสกุชชี่ถึงกลับมาฮิตอีกครั้ง? เหตุผลที่สกุชชี่กลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง อาจไม่ใช่แค่เพราะความคิดถึงของเล่นยุคเก่า แต่ยังเกี่ยวกับพฤติกรรมของคนยุคนี้ด้วย ในวันที่ต้องรับมือกับความเครียดจากการเรียน การทำงาน ของเล่นที่ช่วยให้พักสมองได้ในไม่กี่วินาทีจึงตอบโจทย์มาก สกุชชี่เป็นของชิ้นเล็กที่หยิบขึ้นมาบีบได้ง่าย ไม่ต้องมีวิธีเล่นซับซ้อน และให้ความรู้สึกผ่อนคลายแบบทันทีทันใด บวกกับกระแสของโซเชียล จึงไม่แปลกที่ของเล่นที่เคยฮิตเมื่อหลายปีก่อน จะวนกลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง เสน่ห์ของมันไม่เคยอยู่แค่การเป็น “ของเล่น” แต่คือการเป็นของชิ้นเล็กที่ตอบสนองความรู้สึกของคนได้ทั้งบีบ มอง สะสม และบางครั้งก็ช่วยให้วันเครียดๆ เบาลงได้~ แล้วสำหรับทุกคน ของเล่นชิ้นไหนคือสิ่งที่ชอบหยิบมาเล่นเวลาว่างหรือเวลารู้สึกเครียดที่สุด สามารถมาคอมเมนต์แบ่งปันกันไว้ได้น้า~ Disclaimer: ถึงสกุชชี่จะน่ารักแค่ไหน แต่ก็ยังเป็นของเล่นที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์และอาจกลายเป็นขยะที่ส่งผลกระทบต่อโลกในระยะยาวได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นจึงควรซื้อกันแบบพอดีๆ แค่มี 1 ชิ้นไว้บีบคลายเครียดก็ฟินได้ยาวๆ แล้วน้า