eşya depolama istanbul eşya depolama

ตัวเลขเปอร์เซ็นต์วัคซีนได้มายังไง? มาดูวิธีการทดสอบประสิทธิภาพวัคซีนกัน!

Writer : Pattranit Lp.

: 23 กรกฏาคม 2564

วัคซีนตัวนี้มีประสิทธิภาพ 95 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีกตัวหนึ่งมีประสิทธิภาพ 50 กว่าเปอร์เซ็นต์ จากข้อมูลเรื่องประสิทธิภาพวัคซีนโควิดที่มีให้เห็นกันบ่อย ๆ เหล่านี้ ทุกคนเคยสงสัยกันบ้างไหมว่าตัวเลขพวกนี้มีมาได้อย่างไร?

Mango Zero จะพาทุกคนไปไขข้อสงสัยถึงที่มาของตัวเลขประสิทธิภาพวัคซีนเหล่านี้ ว่าทั่วโลกเขาวัดและทดสอบกันอย่างไร ให้เข้าใจเรื่องนี้ได้โดยง่ายกันเลย!

วัคซีนมีประสิทธิภาพ 95% หมายความว่าฉีด 100 คน มีโอกาสติดโควิด 5 คนรึเปล่า?

ประโยคนี้ถือว่าเข้าใจผิดมาก ๆ ! เพราะการวัดหรือทดสอบประสิทธิภาพวัคซีนไม่ได้ใช้วิธีเหล่านี้

ซึ่งกระบวนการทดสอบ เพื่อวัดประสิทธิภาพวัคซีน ทำได้โดยการหากลุ่มเป้าหมาย และฉีดวัคซีนให้กลุ่มคนเหล่านั้น ซึ่งปล่อยไว้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ค่อยกลับมาเก็บผลการทดลองว่าใครติดเชื้อไวรัสนั้นบ้าง

อย่างเช่นในกรณีของ Pfizer ที่ได้ตัวเลขออกมาว่ามีประสิทธิภาพ 95% นั้น เขาทำการทดสอบด้วยการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มคนจำนวน 43,000 คน โดยแบ่งครึ่งย่อยอีกทีออกเป็น 2 กลุ่ม ซึ่งกลุ่มหนึ่งจะได้รับวัคซีนแท้หรือวัคซีนของจริง และอีกกลุ่มจะได้รับวัคซีนปลอม

จากนั้นก็ปล่อยให้ผู้คนดำเนินชีวิตกันปกติ จนมาเก็บผลลัพธ์อีกครั้ง แล้วพบว่าจาก 43,000 คนนั้น ติดเชื้อไวรัสโควิดทั้งสิ้น 170 คน และการวัดประสิทธิภาพจะเริ่มจากตรงนี้นี่เอง โดยวัดจากกลุ่มคนที่ติดเชื้อ ดูว่าอัตราส่วนประชากรที่ติดเชื้อนั้นได้ทำการฉีดวัคซีนประเภทไหนอย่างไร 

 

เช่น หากผลลัพธ์ออกมาว่า ใน 170 คนที่ติดเชื้อนี้ แบ่งออกได้เป็นคนที่ฉีดวัคซีนปลอม 85 คน และฉีดวัคซีนจริงอีก 85 คน ซึ่งเป็นในจำนวนที่เท่า ๆ กัน 

จะสรุปผลได้ว่าประสิทธิภาพของวัคซีนแท้หรือวัคซีนไฟเซอร์นั้นเท่ากับ 0%  เพราะเท่ากับว่าจะฉีดหรือไม่ฉีดวัคซีนตัวจริง ก็ไม่มีผลต่างกันเลย เนื่องจากปริมาณคนติดเชื้อโควิดเท่ากันทั้ง 2 กลุ่มเป้าหมาย

 

ในขณะที่หากผลลัพธ์ออกมาว่าใน 170 คนที่ติดเชื้อนี้ พบว่าล้วนแต่เป็นคนที่ฉีดวัคซีนปลอมทั้งสิ้น ไม่มีใครที่ฉีดวัคซีนจริงแล้วติดเชื้อเลย 

จะสามารถสรุปผลประสิทธิภาพวัคซีนได้ว่ามีประสิทธิภาพถึง 100% เต็ม เพราะว่าคนที่ติดเชื้อล้วนแต่ติดได้ เพราะได้รับการฉีดวัคซีนปลอม นั่นแปลได้ว่า หากคนเหล่านี้ได้รับการฉีดวัคซีนจริง จะไม่มีการติดเชื้อแน่นอนจากผลลัพธ์นี้

 

แต่ในกรณีของไฟเซอร์ที่ได้ค่าประสิทธิภาพออกมา 95% นี้ มาจากกรณีที่จากผู้ติดเชื้อทั้งหมด 170 คน พบว่ามีที่มามาจากคนรับวัคซีนปลอมทั้งหมด 162 คน และอีกส่วนคือคนที่ได้รับวัคซีนจริงอีก 8 คน

ซึ่งจะสามารถสรุปผลประสิทธิภาพของวัคซีนได้ว่ามีประสิทธิภาพ 95% ซึ่งตีค่าเปอร์เซ็นต์จากอัตราส่วนระหว่างคนที่ได้รับวัคซีนปลอม ต่อคนที่ได้รับวัคซีนจริง 162:8 คนนี้นั่นเอง

 

และวิธีการทดสอบแบบนี้ เป็นวิธีการสากลที่ใช้กันทั่วโลก และใช้กันหลายเครือบริษัทวัคซีน ไม่ว่าจะเป็น Pfizer, Moderna, Sputnik V, Novavax, AstraZeneca และ Johnson & Johnson 

ซึ่งแต่ละยี่ห้ออาจมีการทดสอบในช่วงเวลาของการแพร่ระบาดที่แตกต่างกันไป ทำให้ได้ผลลัพธ์วัคซีนที่ต่างกันด้วย ฉะนั้นแล้วจึงต้องคอยทดสอบประสิทธิภาพอยู่เรื่อย ๆ เวลามีเชื้อสายพันธุ์ใหม่

 

หวังว่าคำอธิบายสรุปพอเข้าใจง่ายเบื้องต้นเกี่ยวกับการทดสอบประสิทธิภาพวัคซีนโควิดนี้ จะทำให้ทุกคนเข้าใจที่มาที่สำคัญของตัวเลขนี้ได้ดีมากขึ้น และหายเข้าใจผิดว่าตัวเลขประสิทธิภาพวัคซีนนี้ ได้มาจากการทดสอบจากคน 100 คน แล้วดูว่าติดกี่คนค่อยมาทำเปอร์เซ็นต์วัคซีนนะ เบรกความเข้าใจนี้ไว้ให้มิดเลย! 

 

ที่มา

Why you can’t compare Covid-19 vaccines

Writer Profile : Pattranit Lp.
ผู้หญิงอินดี้ ฟังเพลงอินดี้ อ่านวรรณคดีไทย และชื่นชอบเกมมาก ๆ โดยเฉพาะเกมจีบหนุ่ม!
Blog : Padzphere Social Media : Facebook, Twitter
View all post