YouTube และแพลตฟอร์มโซเชียลฯ แบนแชนแนล ‘กองทัพพม่า’ หลังสถานการณ์สลายการชุมนุมรุนแรงขึ้น


: 9 มีนาคม 2564

 

หลังจากที่ประเทศ ‘พม่า’ เกิดเหตุการณ์รัฐประหาร ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2021 เป็นต้นมา โดยฝีมือกองทัพทหาร นำโดยพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด 

สถานการณ์ความรุนแรงจากการที่กองทัพใช้กองกำลังทหารติดอาวุธไล่สลายการชุมนุมเริ่มไต่ระดับมากขึ้นจนมาถึงปัจจุบัน จนมีประชาชนเสียชีวิตรวมล่าสุดอย่างน้อย 55 ราย ซึ่งเหตุนองเลือดนี้เองทำให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เริ่มออกมาเคลื่อนไหวต่อเหตุการณ์นี้  

โดยแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่เริ่มออกมาเคลื่อนไหว ได้แก่ ‘YouTube’ โดยลบแชนแนลที่ถูกยึดและบริหารโดยกองทัพทหารพม่าทั้งหมด 5 ช่อง อาทิ ช่องของสถานีโทรทัศน์ชื่ออย่างกรมวิทยุและโทรทัศน์สหภาพพม่า (MRTV) และ เมียวดีมีเดีย (Myawaddy Media) ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม ที่ผ่านมา

“เราได้ยุติช่องจำนวนหนึ่ง และลบวิดีโออีกหลายรายการออกจากยูทูบตามหลักเกณฑ์ของชุมชนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง” โฆษกส่วนตัวของ YouTube ได้ออกมาให้คำอธิบายต่อการลบเนื้อหาบางส่วนที่มาจากการทำงานของกองทัพพม่าหลังเกิดการรัฐประหาร

ซึ่งช่องที่ถูกควบคุมโดยกองทัพพม่าได้ให้ข้อมูลข่าวสารทางการเมืองไม่ตรงตามข้อเท็จจริงหลายจุด รวมถึงก่อให้เกิดความเกลียดชังและความรุนแรงมากขึ้น

นอกเหนือจาก YouTube แล้วยังมี ‘TikTok’ ที่ออกมาเคลื่อนไหวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเช่นกัน ซึ่งทาง ‘ByteDance’ บริษัทใหญ่สัญชาติจีนผู้เป็นเจ้าของได้ออกมาแถลงการณ์ผ่านทางออนไลน์ว่า 

“การส่งเสริมความรุนแรงและความเกลียดชังจะไม่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มของเราอย่างแน่นอน โดยเรากำลังลบเนื้อหาบางส่วนในประเทศเมียนมาที่ละเมิดต่อหลักการของเราอย่างจริงจัง และจะคอยติดตามสถานการณ์ต่อไป”

อีกทั้งเมื่อสัปดาห์ก่อน ‘เฟซบุ๊ก’ ได้ทำการจำกัดบัญชีเข้าใช้งานของเจ้าหน้าที่ทหารพม่าแบบไม่มีกำหนด โดยทางเฟซบุ๊กกล่าวว่าเป็นการปฏิบัติต่อสถานการฉุกเฉินที่เกิดขึ้น เพื่อลดโอกาสเสี่ยงในการให้ข้อมูลข่าวสารทางการเมืองที่มาจากเจ้าหน่าที่ทหารเอง

 

ที่มา The Momentum

Writer Profile : Jiratchaya Laosakul
The Zero Junior #6 ผู้คลั่งรักเกิร์ลกรุ๊ป ชอบอ่านมังงะ เวลาว่างดูอนิเมะ เป็นเด็กวารสารที่ชื่นชอบงานเขียนและมีความฝันว่าอยากจะเปิดร้านหนังสือเป็นของตัวเองในสักวัน
View all post

ย้อนไทม์ไลน์ ‘รัฐประหาร’ เมียนมา

สรุปผลโหวต 7 มติแก้รัฐธรรมนูญ