[Exclusive Interview] เฝ้าดูเส้นทางแห่งการโบยบินของ Sora! Sora! ดั่งความงามของนภา เติมเต็มท้องฟ้าในทุกฤดูกาล

Writer : kukigugi

: 6 มิถุนายน 2567

ท้องฟ้าถึงแม้จะต้องเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล แต่ก็ยังคงเป็นท้องฟ้าผืนเดิมที่คอยโอบล้อมเราเอาไว้ในทุกช่วงเวลา บางครั้งก็สดใสสะอาดตา บางครั้งก็หม่นหมองจนเศร้าใจ แต่ไม่ว่าจะฤดูกาลใด ท้องฟ้าก็ยังคงสวยงามในแบบของมัน

เพราะแบบนั้นเอง Sora! Sora! จึงอยากเป็นตัวแทนท้องฟ้าในทุกฤดูกาล อยู่เป็นเพื่อนทุกๆ คน เหมือนท้องฟ้าผืนกว้างใหญ่ ไม่ว่าจะทุกข์ จะสุข จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเพียงใด Sora! Sora! ก็จะยังเป็นท้องฟ้าที่คอยอยู่เป็นเพื่อนเสมอ

“ตัวแทนของท้องฟ้าในทุกฤดูกาล” จึงกลายเป็นคอนเซปต์ของ Sora! Sora! วงไอดอลที่ให้กลิ่นอายของญี่ปุ่น ไปพร้อมๆ กับร้อยเรียงส่งผ่านเนื้อเพลงภาษาไทยอันไพเราะให้ได้ฟังกันมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นท้องฟ้าในฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยพลังและความสดใส ท้องฟ้าในฤดูใบไม้ร่วงที่เริ่มเข้าสู่ความเปลี่ยนแปลง ท้องฟ้าในฤดูหนาวแสนเหงาและโดดเดี่ยวที่ต้องก้าวผ่านไป หรือฤดูใบไม้ผลิตัวแห่งการเริ่มต้นใหม่ Sora! Sora! ก็ยังอยู่คู่กับท้องฟ้าในทุกฤดูกาลเสมอ 

บทสัมภาษณ์ในครั้งนี้ จะพาเราย้อนไปดูการเดินทางของท้องฟ้าผืนนี้ ที่กว่าจะสวยงามและสว่างจ้าโอบล้อมทุกคนให้ก้าวผ่านช่วงเวลาต่างๆ นั้น ต้องผ่านฤดูกาลใดบ้าง ด้วยการบอกเล่าจากตัวแทนเมมเบอร์ทั้ง 3 คนที่แม้จะเป็นการพูดคุยในเวลาไม่นาน แต่กลับซึมซับถึงความสวยงามของเมมเบอร์ทั้ง 8 คน ที่รวมเป็นท้องฟ้าผืนเดียวกัน

ท้องฟ้าในฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยพลังและความสดใส เหมือนกับ “Sora! Sora!”

ปิ่น : “Sora” แรกแปลว่าท้องฟ้าค่ะ ในภาษาญี่ปุ่น ส่วน “Sora” ที่ 2 เหมือนเป็นการย้ำว่าดูนั่นสิท้องฟ้า !  รวมกันกลายเป็นพวกเราที่เป็นตัวแทนท้องฟ้าในทุกฤดูกาลของทุกคน

เจน : ส่วนเครื่องหมาย “!” เป็นการเน้นคำให้หนักแน่นขึ้น เรียกพลัง เรียกเอนเนอร์จี้ย้ำเตือนว่า นี่ ! พวกเราคือ Sora นะ ซึ่งคอนเซปต์ของพวกเราก็คือการแทนท้องฟ้าในแต่ละฤดู เหมือนเราจะได้อยู่กับแฟนคลับในทุกๆ ฤดู รวมถึงแนวเพลง สไตล์เพลง ก็จะมีท้องฟ้ามาเกี่ยวข้อง หนูชอบมากๆ เลยค่ะ

Q : แล้วถ้าให้นิยาม Sora! Sora! เป็นท้องฟ้าฤดูเดียวจะเป็นฤดูอะไร ?

ทุกคน : โห (คิดหนัก)

ปิ่น : ตอบไม่ได้เลยค่ะ

เจน : วงของพวกเรามีหลากหลายสไตล์มากเลย มีทั้งคนร้อนแรง คนน่ารัก คนนิ่งๆ ก็มี คนเท่ๆ ก็มี

คิตตี้ : ก็เลยกลายเป็น Sora Sora! ที่เป็นท้องฟ้าทุกฤดูค่ะ

Q : ถ้าอย่างนั้น เพื่อเป็นการรู้จักแต่ละคนมากขึ้น ลองมานิยามเมมเบอร์เป็นสีท้องฟ้าคิดว่าแต่ละคนจะเป็นสีอะไร ? 

To. เจน

ปิ่น : คิดว่าพี่เจนก็ต้องเป็นท้องฟ้าที่ออกสีฟ้าๆ โทนเย็นๆ เพราะพี่เจนเป็นคนที่นิ่งๆ ใจเย็นที่สุดในวง เป็นคาร์แรคเตอร์พี่สาว แต่ยังไม่ใช่พี่คนโตนะคะ แต่ก็ดูเป็นพี่สาวที่นิ่ง สงบ ที่สุดในวงค่ะ เป็นคนนุ่มลึกน่าค้นหา เหมือนท้องฟ้ายามราตรี

To. คิตตี้

เจน : คิตตี้น่าจะต้องเป็นท้องฟ้าช่วงเย็นค่ะ ช่วง 5 โมงเย็น ออกสีส้มๆ ชมพูๆ รู้สึกว่ามีความสดใสแต่ก็ยังมีความอมเปรี้ยวนิดหน่อยผสมกับความหวานด้วย หิวเลย (หัวเราะ)

ปิ่น : Vanilla Sky มากกก

เจน : น้องเป็นคนแบบ น่ารัก หวานๆ แล้วก็แอบมีความซ่าๆ นิดหน่อย

To. ปิ่น

เจน : น้องปิ่นเป็นท้องฟ้ายามรุ่งเช้าค่ะ เพราะมีความแบบอรุณเบิกฟ้า (?) ประมาณ 6 โมงเช้า ฟ้าพึ่งสว่างเลย เพราะว่าน้องปิ่นพึ่งนอน (หัวเราะ)

คิตตี้ / เจน  : เพราะตีป้อมอยู่

(ทุกคนหัวเราะกันอย่างหนักหน่วง)

เจน : ไม่ๆ จริงๆ น้องเป็นคนที่เปิดรับสิ่งใหม่ๆ พร้อมสดใสในวันรุ่งขึ้นเสมอ เหมือนกับ “วันนี้พร้อมเติมความสดใสให้ทุกคนแล้วนะ !“

ทุกคน : เอ้ออออ

เจน : ปิดจบสวยงาม ~ (แม้จะเปิดด้วยการเผาก็ตาม)

To. มินมิน

คิตตี้ : ให้เป็นสีชมพูเลยค่ะคนนี้ แต่เป็นชมพูแบบหวานเจี๊ยบ มีความคิขุอาโนเนะ เป็นคนน่ารักทั้งหน้าตา คำพูด การกระทำ ค่อนข้างที่จะเหมาะกับสีชมพูที่เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของความแบ๊วๆ หวานๆ

To. เอมี่

เจน : น้องค่อนข้างมีความเป็นเด็กเล๊กกก

ปิ่น : ถ้าสำหรับหนู หนูให้เป็นสีเหลืองแล้วกัน เป็นสีเหลืองซนๆ เพราะมีความเป็นเด็กซนมากๆ ด้วยความที่เป็นน้องเล็กด้วยเลยมีความซนแบบน่ารักๆ

เจน : ช่าย จะมีความแบบอเลิร์ทๆ หน่อย หรือถ้าแซมสีก็คงเป็นสี ..

To. ยี่หวา

คิตตี้ : กลางคืนเหรอ ? 

ปิ่น : คล้ายๆ พี่กับเจน มีความนิ่งๆ แต่ก็มีความดื้ออยู่เหมือนกันนะ

เจน : เป็นท้องฟ้าช่วงกลางคืนมืดๆ ไปเลย นิ่งๆ สงบๆ

ปิ่น : มีความกวนๆ อยู่นะ แล้วก็มีดาวบนท้องฟ้า

เจน : บางทีก็มีฟ้าผ่าบ้าง เพราะมีความเท่ๆ อยู่ด้วยค่ะ

To. เจนนี่

เจน : มีความเป็นแสบซ่า แล้วก็เป็น girlfriend material ด้วย เป็นคนสวยคนหนึ่ง

ปิ่น : เป็นท้องฟ้าช่วงเช้าที่มีความสดใสซาบซ่า

เจน : ช่วงเช้าที่เลย 7 โมงเช้าแล้ว ไม่เหมือนปิ่น มีความสดใส ร้อนแรงหน่อยเพราะแดดกำลังออก

To. เบสท์ 

ทุกคน : คนนี้แดดจ้าเลย

เจน : เหมือนได้รับพลังงานไปเต็มๆ

ปิ่น : เขามีความครบรสนะ ทั้งหวาน ทั้งเท่

คิตตี้ : มีความหลากหลายในคนเดียว เหมาะกับแสงแดด

Q : จากวันนั้นสู่วันนี้ อะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เรากลายมาเป็น Sora! Sora! ?

ปิ่น : ตอนเด็กๆ ปิ่นอยากเป็นนักร้องมาก แล้วพ่อก็สนับสนุนส่งไปเรียนร้องเพลง แล้วมันจะเป็นช่วงที่มีกระแสไอดอลกำลังดัง ก็เลยยิ่งอยากเป็นไอดอล แถมเราก็ชื่นชอบไอดอลญี่ปุ่นด้วย เลยรอวันที่มันจะมีที่ไทย พอมันมีเราก็ลุยเลยค่ะ ขับเคลื่อนทุกวันนี้ด้วยความชอบ (หัวเราะ)

เจน : ไอดอลเป็นสิ่งที่ชอบอยู่แล้วเลยตัดสินใจมาอยู่ตรงนี้ รู้สึกว่ามันคงจะดีถ้าเราเป็นพลังบวกให้กับคนที่เขาติดตามเรา ให้สู้ๆ ในทุกๆ วัน ถึงต่อให้วันนี้เป็นวันที่แย่แต่ก็จะมีไอดอลคนนี้ที่คอยเป็นกำลังใจให้เสมอ ก็เลยรู้สึกว่าอยากจะเป็นคนคนนั้น อยากจะเป็นแรงผลักดันให้เขาสู้ต่อไป แล้วเดินผ่านเส้นทางนี้ไปด้วยกันค่ะ

ทุกคน : เอ้อออ

ปิ่น : คิตตี้เครียดแล้วนะ

ทุกคน : (หัวเราะ)

คิตตี้ : จริงๆ หนูเป็นคนชอบร้อง แล้วก็ชอบดูไอดอล ศิลปิน ทั้งเต้นทั้งร้องมาตั้งแต่เด็ก แต่ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าเราจะมาเป็นไอดอล จนพึ่งมาค้นพบตอนโตจริงๆ ว่าเราอยากลองดู ก็เลยลองออดิชั่นดู แต่จริงๆ เราดูเขามาเยอะแล้วเราก็อยากเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นได้เหมือนที่คนอื่นทำให้เรา แล้วก็อยากเผยแผ่อิทธิพล (?) ของหนูได้บ้างเหมือนกัน (จบสวยอีกครั้ง ปรบมือ)

เมื่อเข้าสู่ท้องฟ้าในฤดูใบไม้ร่วงก็เริ่มเข้าสู่ความเปลี่ยนแปลง

Q : เป็นอย่างไรบ้าง กับการมี New Member มาเติมเต็มท้องฟ้าให้มีสีสันมากขึ้น ?

คิตตี้ : ตื่นเต้นมาก เพราะกว่าจะได้เป็นเมมเบอร์เซตนี้ ก่อนหน้านี้มีหลายเซตมากแต่ก็คัดมาเรื่อยๆ เพราะยังไม่ลงตัว จนมาสิ้นสุดด้วยเซตนี้ก็ตื่นเต้นมาก เพราะก่อนหน้านี้อยู่กันแบบ 5 คนมานานมาก พอมี 8 คนก็คิดว่าคงเติมเต็มส่วนต่างๆ ได้มากขึ้น

เจน : แล้วเมมเบอร์ทุกคนน่ารักมาก เคมีต่างๆ ตรงกัน พออยู่รวมกันแล้วสนุก แบบติดตลกเหมือนกัน

ปิ่น : สนิทกันไวมาก ครั้งแรกที่เจอกันก็ชิลเลย เพราะเหมือนเคมีความตลกเหมือนกัน เข้าใจกัน

Q : ได้ให้คำแนะนำอะไรให้กับ New Member บ้างหรือเปล่า ?

ปิ่น : ได้แนะนำการแสดงสีหน้าบนเสตจ เมมเบอร์จะชอบถามว่าขึ้นเสตจจะต้องทำหน้าอย่างไร แสดงสีหน้าแบบไหน เราต้องยิ้มตลอดเวลาไหม ? นี่ก็บอกไปว่ายิ้มได้แต่ก็อาจจะมีแสดงสีหน้าอื่นๆ บ้าง ไม่จำเป็นต้องยิ้มตลอดเวลา มีอินเนอร์ร่วมกับเพลงแต่ต้องเก็บอาการห้ามเหนื่อย แจกจ่ายความสุขให้กับแฟนคลับ

คิตตี้ : เวลาซ้อมเต้นก็จะมีบ้างที่เพื่อนติดขัดก็เลยแนะนำเพราะว่าผ่านมาก่อน คอยให้กำลังใจ กว่าเราจะผ่านมาได้ก็โดนมาเยอะเหมือนกันเลยเข้าใจแล้วก็คอยให้กำลังใจมากกว่า

Q : ตัวเราในฐานะไอดอล มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างไหม ?

ปิ่น : จริงๆ มีเยอะเหมือนกันนะคะ อย่างสิ่งแรกที่เจอเลยคือเรื่องการเชียร์ พอเป็นสาย J-POP เขาจะมีการเชียร์ที่หนักแน่น มีบทเชียร์จริงจัง แล้วตอนนั้นขึ้นเวทีครั้งแรก เป็นสิ่งที่ทำให้หนูตกใจมาก ตอนที่เขาเชียร์แล้วชี้หน้าแบบเหมือนเป็นการส่งพลังให้กับเรานั่นแหละ แต่เราตื่นเต้นจนเกือบลืมไปเลยว่าต้องทำอะไรต่อ แต่หลังๆ ก็ชินแล้ว เปลี่ยนเป็นไปเล่นกับเขาด้วยแทนแล้ว

คิตตี้ : สำหรับคิตตี้คิดว่าเป็นพวกกิจกรรมที่เราต้องทำร่วมกับแฟนคลับ พวกกิจกรรมที่ไอดอลจะต้องทำเป็นธรรมเนียม อย่างงาน Cheki หรือเวลาที่เราต้องยืนคุยกับแฟนคลับ มาถ่ายโพลารอยด์กัน แรกๆ ก็จะยังไม่ชินกับตัวเองบ้าง ที่ต้องหาเรื่องมาคุยกันกับแฟนคลับแบบตัวต่อตัว ยิ่งส่วนตัวคิตตี้เป็นคนที่พูดไม่ค่อยเก่ง จะคุยเก่งแค่กับคนที่สนิท เลยต้องมีการปรับตัวให้ชินเพื่อที่จะได้คุยกับแฟนคลับมากขึ้น

เจน : น่าจะเป็นเรื่องโซเชียลมีเดีย เพราะก่อนจะมาเป็นไอดอลหนูเป็นพวก introvert ที่ไม่ค่อยโพสต์อะไร ไม่ค่อยคุยด้วย ถ้าไม่สนิทก็ไม่ค่อยคุย พอมาเป็นไอดอลแล้วมีกฎที่ต้องลงโพสต์บ้าง บางทีก็ไม่ชิน ต้องโพสต์อย่างไรนะ ? โพสต์อะไรดี ? หรือบางทีเวลามาเจอกับคนที่มาหาเรา เราต้องเริ่มคำถามด้วยอะไรนะ ? บางทีก็แอบเครียด ต้องมาคุยกับคิตตี้ว่าพูดอะไรดีตอนแรกก็เป็นประโยคเบสิคแบบ กินข้าวมาหรือยัง แต่พอหลังๆ เริ่มรู้จักกันมากขึ้น ก็มีเรื่องให้คุยกันมากขึ้น

ท้องฟ้าในฤดูหนาวแสนเหงาและโดดเดี่ยวที่ต้องก้าวผ่านไป

Q : เชื่อว่าการเป็นไอดอลไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งเป็นไอดอลสาย J-POP ด้วยแล้ว มีอุปสรรคอะไรที่ต้องเจอบ้างไหม ?

ปิ่น : พอเป็น J-POP เหมือนยังไม่เป็นที่นิยมในไทยขนาดนั้นด้วย เลยค่อนข้างยาก มีกดดันบ้าง เพราะเราก็ยังไม่ได้ถึงขั้นแมสจนติดตลาด

เจน : ยิ่ง J-POP คนไม่ได้นิยมขนาดนั้นด้วย เหมือนเป็นคนเฉพาะกลุ่มที่ชื่นชอบวัฒนธรรมนั้น ที่จะรู้จักว่า อ๋อ แบบนี้คือเพลง J-POP นะ ชื่นชอบที่จะฟังแนวนี้

คิตตี้ : ก็มีกดดันบ้างเพราะ J-POP ก็มี culture ของมัน เราก็ต้องทำความเข้าใจตรงนี้เพื่อถ่ายทอดการเป็นไอดอลสาย J-POP ออกมา และอยากแสดงด้านดีๆ ให้ทุกคนได้เห็น

ปิ่น : อยากเป็นที่ยอมรับด้วย อยากให้คนรู้จักเราเยอะๆ

เจน : อยากทำออกมาให้ดีที่สุด

Q : แล้วแบบนี้มีช่วงเวลาที่เหนื่อยหรือท้อบ้างไหมคะ ?

ปิ่น : มีนะคะ อย่างหนูอยู่รุ่นแรกเลย แบบก่อตั้งประวัติศาสตร์ Sora! Sora! (หัวเราะ) เหมือนตอนนั้นเป็นช่วงเก็บตัวก่อนที่จะเดบิวต์ มันเป็นช่วงโควิดที่กำลังระบาดหนักมาก ช่วงตอนประมาณห้ามรวมกลุ่มกัน 5 คนเลย มันลำบากมาก ตอนแรกก็ท้อเพราะไม่รู้ว่าจะได้เดจริงๆ ไหม ดูไม่มีหนทางเลย ต้องเรียนร้องเพลงเรียนเต้นออนไลน์ผ่าน zoom แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ เหมือนรวมตัวได้ จนได้เดบิวต์ค่ะ

คิตตี้ : เหมือนเราตามมาทีหลัง แล้วเราต้องเก็บเพลงให้ครบ จะได้ทำทุกอย่างได้พร้อมกัน แล้วระยะเวลาสั้นมาก แค่เดือนกว่าๆ ไม่ถึง 2 เดือน ต้องเก็บเพลงให้ครบ ก็เลยมีเหนื่อยมีท้อบ้าง แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้

ปิ่น : ทุกคนเต้นเก่งมากค่า (หัวเราะ)

เจน : สำหรับเจนแรกๆ มันก็ต้องปรับตัวหลายๆ อย่าง รวมถึงพวกกิจกรรมที่ต้องทำในฐานะไอดอลด้วย พวกกฎต่างๆ หรือ performance ร้อง เต้น เหมือนทุกอย่างต้องคอนโทรลในตัวคนเดียว ก็รู้สึกว่าต้องปรับตัว แล้วอยากทำให้มันดีที่สุด แต่จากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็รู้สึกดีใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ฐานะ Sora! Sora!

Q : ถ้าอย่างนั้น อยากฝากอะไรถึงคนที่เขาอาจจะยังไม่เปิดใจให้เราบ้าง ?

คิตตี้ : อยากให้ลองเปิดใจกับ J-POP ดูนะคะ มันก็เป็นอีกสายหนึ่งที่มีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจ คิดว่าเป็นสิ่งดีๆ ที่มีอยู่ให้ผู้คนได้เสพ พร้อมกับมอบความสดใสและมีอะไรใหม่ๆ ให้ติดตามอยู่เสมอ อย่างพวกเราก็มีเพลงหลากหลายแนว เพลงความหมายดีๆ ดนตรีอีกแนวที่เพราะๆ หลายๆ เพลงก็เป็นเพลงที่ให้กำลังใจ ฮีลใจ ที่จะทำให้แฟนๆ หรือคนได้ฟังรู้สึกดี ฟังบ่อยๆ อาจจะติดก็ได้นะคะ

Q : อีกสิ่งที่คิดว่าเป็นความสำเร็จของ Sora! Sora! คือการได้ทำงานต่างประเทศ แต่ก็ต้องแลกมากับความเหนื่อยด้วยเหมือนกัน มีอุปสรรคอะไรที่ต้องเจอบ้าง ?

ทุกคน : กดดันมาก

ปิ่น : เราไปญี่ปุ่นกันมาก่อนแล้วก็ไปไต้หวัน ตอนไปญี่ปุ่นคือเราต้องเปลี่ยนเนื้อเพลงให้เป็นภาษาญี่ปุ่นหมดเลย เหมือนเราต้องมาเริ่มนั่งจำคำใหม่ ตอนนั้นเราซ้อมกันหนักมาก เพื่อที่จะให้คนญี่ปุ่นฟังเพลงเรา เก็บตัวซ้อมกันหนักมาก ซ้อมจนถึงวันสุดท้ายก่อนบินเลย พอเราไปบ้านเขา ร้องเพลงภาษาเขา เราก็อยากทำออกมาให้ดีที่สุด

ปิ่น : ถ้าพูดถึงแฟนคลับ คนญี่ปุ่นอาจจะไม่ได้หวือหวามากนัก อาจจะมีความนิ่งๆ บ้างตามสไตล์ แต่ถ้าไปไต้หวันนี่แฟนคลับต้อนรับดีมากๆ เหมือนเขาอยากจะรู้จักกับเรามากๆ

เจน : เหมือนแฟนคลับไต้หวันเขาค่อนข้างเปิดใจให้กับไอดอลใหม่ๆ ที่ไปที่นั่น

คิตตี้ : แล้วยิ่งพอเป็นต่างประเทศจะยิ่งตื่นเต้น แบบตื่นเต้นทุกครั้งเลยที่ขึ้นเสตจ

เจน : เวลาเตรียมตัวก่อนขึ้นเสตจก็จะวิ่งวอร์มให้มันอุ่น เพราะอากาศที่นู่นหนาว

ปิ่น : ส่วนเรื่องของภาษา เหมือนส่วนใหญ่คนญี่ปุ่นเขาจะไม่ค่อยอยากเข้าหาคนที่พูดภาษาเขาไม่ได้ อย่างหนูอาจจะพูดได้นิดหน่อย แต่ก็ยังอาจจะต้องพัฒนาอีก ส่วนถ้าเป็นคนไต้หวัน ถ้าเขาพูดภาษาอังกฤษหรือญี่ปุ่นได้เขาก็จะมาพูดภาษานั้นกับเรา แต่ถ้าใครพูดไม่ได้เขาจะแบบเปิด google translate แล้วมาคุยกับเรา พยายามจะคุยกับเรา แต่แฟนคลับทุกคนก็ต้อนรับพวกเราอย่างดีค่ะ

เจน : แต่ก็ทำให้พวกเราสนิทกันเองมากขึ้น ยิ่งไปด้วยกันบ่อยก็ยิ่งสนิทกันมากขึ้นไปอีก

คิตตี้ : เหมือนผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะ

ปิ่น : ประสบ

เจน : ประสบ (หัวเราะ) เรียกว่า .. ได้รับประสบการณ์

ทุกคน : เอ้ออ

เจน : ประสบการณ์ที่ดีร่วมกัน (พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสสุดๆ )

Q : ไหนๆ ก็มีพูดถึงการไปทำงานที่ต่างประเทศ มีโมเมนต์อะไรอยากจะแชร์ไหมคะ ?

คิตตี้ : เจนกับคิตตี้นอนด้วยกันบ่อย

เจน : ทำให้ค้นพบว่าอย่าอยู่ด้วยกันค่ะ อยู่ด้วยกันแล้วจะล่มจม

คิตตี้ : มันจะมีครั้งหนึ่งที่หนูลืมชุด

เจน : ใช่ ลืมชุด แบบเช็คชุดว่ามีครบมั้ย นั่นนี่เอาไปหรือยัง โอเคทุกอย่างเรียบร้อย

คิตตี้ : สรุปพอไปถึงงาน พี่เจนเปิดกระเป๋า ลืมชุด !!

เจน : คือเราก็เช็คน้องไปด้วย เช็คของทุกอย่างนั่นแหละเรียบร้อย แต่สรุปก็คือวางของตัวเองลืมไว้ไม่ได้ใส่ในกระเป๋า

คิตตี้ : สุดท้ายเลยใส่อีกชุดขึ้นเสตจ

คิตตี้ : แล้วก็มีอีกค่ะ ตอนนั้นหนูลืมคีย์การ์ด แล้วพี่เจนมาร์กหน้าอยู่ แล้วหนูออกไปเอาของอีกห้อง คนนึงมาร์กหน้า อีกคนแปรงฟันแล้วลืมคีย์การ์ดด้วยกันทั้งคู่ ก็เลยต้องลงไปตรงล็อบบี้สภาพแบบนั้นให้เขาเปิดห้องให้

เจน : ไม่ควรอยู่ด้วยกันจริงๆ

ปิ่น : ถ้าที่ญี่ปุ่นนอนกับพี่เบส ถ้าไต้หวันนอนกับพี่มินมิน ถ้าเป็นพี่เบสเขาจะไม่ค่อยมีวีรกรรมอะไรตลกๆ จะเป็นมู้ดแบบพี่สาวมากกว่า ประมาณว่า “ปิ่นเก็บนี่ให้เรียบร้อยนะ ปิ่นแบบนี้ไม่ได้นะ” เหมือนจะคอยดูแลความเรียบร้อยให้เรา จะเหมือนแม่ คอยเตือนคอยบอกตลอด คอยเป็นห่วง ส่วนพี่มินมิน เหมือนถ้าเราไปด้วยจะไม่มีคำว่าหลง อยู่ด้วยแล้วไม่หลงแน่ๆ

เจน : คอยเป็นไกด์นำทาง

ปิ่น : ช่าย แบบตอนอยู่ในห้อง เขาจะคอยบอกตลอดว่า เราต้องไปอย่างนี้นะ ไปแบบนี้นะ พี่เตรียมแล้วเดี๋ยวเราจะไปแบบนี้กัน

เจน : เป็นคนคอยแพลน เพราะฉะนั้นเราก็ปล่อยได้เลย ไว้ใจได้ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรไปเยอะ

สู่ฤดูใบไม้ผลิตัวแห่งการเริ่มต้นใหม่เป็น “Sora! Sora!” ที่สวยงาม

Q : Sora! Sora! มองภาพในอนาคตไว้อย่างไรบ้าง ?

เจน : แน่นอนว่าเราได้ไปต่างประเทศมาแล้ว ก็เลยเดี๋ยวจะมีไปต่างประเทศอีกเรื่อยๆ ค่ะ

คิตตี้ : จะไม่ได้หยุดแค่ฮ่องกงแน่นอน ในอนาคตเราจะไปอีกหลายๆ ประเทศ ฝากติดตามและเป็นกำลังใจพวกเราให้ด้วยนะคะ

เจน : แล้วก็จะมีเพลงปล่อยอีกมาอีกเรื่อยๆ  เลย ~

Q : ถ้าสามารถเลือกได้ แนวเพลงที่อยากทำในอนาคตจะเป็นแนวไหน ?

คิตตี้ : อยากทำแนวที่แตกต่าง หรือตรงข้ามไปจากเดิมเลยค่ะ อาจจะออกแนวเท่ๆ โหดๆ หน้าขรึมๆ หน่อย อยากลองอะไรใหม่ๆ ออกจากแนวเดิมๆ ถึงตัวเองจะเป็นสายหวาน แต่ก็อยากจะลองเท่ดูบ้าง

เจน : หนูอยากได้แนวเพลงแบบร็อคๆ แนวเท่ๆ เหมือนกัน ไม่ถึงกับว้ากแต่อยากได้แบบร็อคๆ ปลุกใจ บีทหนักๆ หน่อยมาพร้อมกับการเต้นหนัก อยากจะลองไปสายนั้นดูบ้างเพราะทุกเพลงของ Sora! Sora! จะค่อนข้างเป็นเพลงฟังสบาย เมโลดี้สว่างๆ เลยอยากจะลองเปลี่ยนเป็นท้องฟ้าที่ดุดันดูบ้าง

ปิ่น : หนูก็อยากได้ความเท่ๆ เหมือนกัน แต่อยากลองให้มี EDM แทรกเข้ามาด้วย เหมือนเอาบีทหนักๆ แทรกเข้ามาเป็นท้องฟ้ามืดๆ ที่มีฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาเลย เท่และมีความดื้อๆ ซนๆ ร้ายๆ 

Q : ขอคนละ 1 เพลงของ Sora! Sora! ที่อยากแนะนำ

คิตตี้ : หนูอยากแนะนำเพลง “หากเธอลอง… แหงนมองขึ้นจากตรงนี้ไปยังบนฟ้า” ให้ได้ฟังกันค่ะ เพราะว่าชอบมู้ดของเพลงมากๆ และเพลงนี้ความหมายดีมากๆ ฟังแล้วได้กำลังใจจริงๆ รวมถึงถ้าดู Mv ไปด้วยจะยิ่งสดใสไปด้วยกัน เพราะมากค่ะ ทุกคนร้องเพราะมากค่ะ !

ทุกคน : เอ้อออ

เจน : หนูชอบเพลง “ก่อนฝนโปรย (Ame ga Furu Maeni)” ค่ะ รู้สึกว่ามันแตกต่างจากเพลงอื่น เพราะมีกลิ่นอายของความเป็น T-POP นิดหน่อยด้วย ทั้งเนื้อเพลง เมโลดี้ก็เพราะมากๆ ความหมายเพลงก็ดี ถึงแม้จะเศร้านิดหน่อย แต่ส่วนตัวเป็นคนชอบเพลงเศร้า พอฟังเพลงนี้แล้วก็รู้สึกอินไปกับฤดูกาลฝน อยากให้ทุกคนไปลองฟังกัน ทุกคนร้องเพราะมากค่ะ !

ทุกคน : ถูกก ห้ามลืมคีย์เวิร์ดนี้แล้วนะ

ปิ่น : ส่วนหนูเลือกเพลง “สักครั้งที่ได้บอกเธอ (Misoushin No Omoi)” ค่ะ เป็นซิงเกิลแรกของ Sora! Sora! เลยค่ะ เป็นการก่อตั้ง เพลงก่อตั้ง เพลงนี้ถึงจะเป็นเพลงอกหักไปหน่อยแต่เราก็ยังสดใสอยู่ พอเป็นเพลงแรกเลยยิ่งชอบ เหมือนถ้าอยากรู้จัก Sora! Sora! ก็ต้องฟังเพลงนี้เลย

ปิ่น : และทุกคนร้องเพราะมากค่ะ ! (นาทีนี้อวยไปก็ขำตัวเองกันไปสุดๆ)

Q : “วันที่ฟ้าสวยงาม” ท้องฟ้าผืนล่าสุดจาก Sora! Sora! 

เจน : ความหมายของวันที่ฟ้าสวยงามของหนูน่าจะเป็นวันที่ฟ้าสวย มีก้อนเมฆนิดหน่อย ขาวๆ ฟ้าๆ พอเป็นแบบนั้นแล้วรู้สึกว่าวันนี้จะต้องเป็นวันที่ดี จะต้องเป็นวันที่เราต้องทำทุกอย่างได้ดีแน่นอน ถ้ามีเรื่องอะไรที่มันร้ายๆ ก็จะต้องผ่านไปได้ พอมองบนท้องฟ้าแล้วเราจะรู้สึกแบบมีกำลัง คนที่มองท้องฟ้าในวันนี้ก็สู้ๆ ต่อไปด้วยกัน

ปิ่น : ต้องเป็นท้องฟ้าที่มองไปแล้วรู้สึกดีค่ะ ไม่ว่าจะเช้าหรือเย็น มองไปแล้วแบบสวยรู้สึกดี มองตอนไหนก็สวย ตอนกลางคืนก็สวยมองไปแล้วเห็นดาวชัดๆ มีองค์ประกอบครบ

คิตตี้ : ยากแล้วทีนี้ เขาพูดกันไปหมดแล้ว ขอตอบเหมือนปิ่นกับพี่เจนค่ะ (หัวเราะ) งั้นเอาเป็นว่า ฟ้าจะเป็นอย่างไรก็ได้ จะมีแดด มีเมฆ มีลม แต่ขอแค่ตัวหนูมีความสุข เหมือนขึ้นอยู่กับเราด้วย กับจิตใจของตัวเองด้วย ถ้ามันแฮปปี้ ไม่ว่าวันนั้นจะมีฟ้าแดดลมฝนก็สดใสได้ อันนี้แหวกยังคะ

ทุกค : (หัวเราะ)

ปิ่น : ส่วนซิงเกิลใหม่ของพวกเราคอนเซปต์เพลงเป็นแบบฤดูร้อน ที่ไปถ่ายในที่ๆ ร้อนมากเช่นเดียวกัน สถานที่ถ่ายคือเป็นสระน้ำที่ไม่มีน้ำ เราถ่ายกันตั้งแต่ 6 โมงเช้าเป็นซีนเต้นตั้งแต่เช้ายันบ่ายที่แดดแรงมากๆ แล้วด้วยความเป็นสระว่ายน้ำ กระเบื้องต่างๆ ทำให้แดดสาดมาหมดเลย เหมือนเป็นแอ่งกระทะ (?) และเรากำลังโดนทอดอยู่ แต่ก็ตรงตามธีมสไตล์ซัมเมอร์มีความร้อนแรง

เจน : ถ้าเห็นสี Mv จะออกเย็นๆ ดูสบายตา แต่ความจริงนั้นก็คือ 38 องศา หลังจากที่เรากลับมาจากถ่าย Mv จะกลายเป็นไอดอลผิว 2 สี

ปิ่น : คือฉีดกันแดดระหว่างวันจนตัวเหนียว ไหลออกไปหมด น้องพยายามอย่างเต็มที่แล้ว ทั้งชุดด้วย ไหนจะเต้นอีก ร้อนสุดๆ ไปเลยค่ะ

“ความงามของนภา” ท้องฟ้าที่ Sora! Sora! ร่วมกันสร้างขึ้นมา

(เกิดการเตี๊ยมกันเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาอีกแล้วค่ะ)

คิตตี้ : ตอนแรกวาดกลุ่มก้อนที่เป็นเหมือนแฟนคลับ แล้วก็เป็นก้อนเมฆสีฟ้า พร้อมกับดาวตกและฝนเพราะว่าอยากเปรียบแฟนคลับเป็นเหมือนก้อนเมฆที่อยู่กับเราทุกฤดู แล้วก็มีก้อนเมฆสีดำ สีเหลือง สีเทา สีชมพูต่อ เป็นตัวแทนของ พี่มิน พี่เบส ยี่หวา แล้วก็ตัวเราเองที่เป็นสีประจำตัว

เจน : หนูวาดพระอาทิตย์กับสายลม อยากให้เป็นท้องฟ้าที่สดใส เป็นวันที่ดีของทุกคน แล้วก็สายลมเป็นเหมือนความรักของพวกเราที่ส่งไปให้แฟนคลับทุกคน แล้วก็จะมีก้อนเมฆสีน้ำเงิน แล้วก็สีม่วงเป็นตัวแทนของ

เจนนี่ เหมือนส่งความรักของพวกเราไปนะ

ปิ่น : ของปิ่นวาดหัวใจสีเขียวกับสีแดง สีเขียวเป็นปิ่น สีแดงเป็นน้องเอมมี่ แล้วก็วาดพวกเรากำลังยืนมองแฟนคลับอยู่ เพราะกลุ่มก้อนนี้เปรียบเสมือนแฟนคลับของเรา กลายเป็นท้องฟ้าที่มีพวกเรากับแฟนคลับอยู่ด้วยกัน

ทุกคน : กลายเป็นความงามของนภา

Q : สุดท้ายแล้ว ฝากท้องฟ้าผืนนี้ไว้กับแฟนๆ ทุกคนหน่อยค่ะ

ปิ่น : ขอฝากเพลงซิงเกิลใหม่ ซิงเกิลที่ 8 ของเรา “วันที่ฟ้าสวยงาม (Blue Natsu Sora)” ทั้ง MV และเพลงในสตรีมมิ่งทุกแพลตฟอร์ม

คิตตี้ : ฝากช่องทางการติดตามทางโซเชียลของพวกเราด้วยนะคะ ทั้งเพจ Facebook Instagram Twitter ชื่อ Sora! Sora! Idol แล้วก็ฝากติดตามเมมเบอร์ด้วยการพิมพ์ชื่อ ดอท sora sora idol

เจน : ฝากพวกเราทั้ง 7 คนด้วยนะคะ พวกเราสัญญาว่าจะทำผลงานให้ออกมาอย่างดีที่สุดแน่นอนค่ะ ฝากติดตามพวกเราด้วยนะคะ

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นท้องฟ้าฤดูไหน Sora! Sora! ก็ยังคงจะสดใส เปล่งประกาย เป็นท้องฟ้าที่แสนอบอุ่นให้กับแฟนๆ ทุกคนเสมอ เหมือนกับความตั้งใจที่จะเป็นพลังบวกให้กับผู้คนที่แม้ว่าจะมีวันที่ไม่น่ารักเท่าไหร่นัก แต่ก็จะมี Sora! Sora! ที่คอยเป็นกำลังใจให้เสมอ หากลองแหงนมองจากตรงนี้ไปบนท้องฟ้า เมฆก้อนนี้ก็ยังคงเป็นอย่างเดิม เป็นพลังให้กับทุกคนเสมอ

TAG :
Writer Profile : kukigugi
Blog : Social Media : Facebook, Twitter
View all post

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save