7 ขั้นตอนดริปกาแฟ - ทำเองก็ได้ ง่ายนิดเดียว!

Writer : JINGJING

: 7 มิถุนายน 2562

ลองจินตนาการถึงเสียงนกร้อง แดดอ่อนๆ ยามเช้า และกลิ่นหอมของกาแฟ ที่ค่อยๆ ปลุกเราจากความหลับใหล แล้วมันจะดีสักแค่ไหนถ้าได้ชงกาแฟร้อนสักแก้วให้ตัวเองหรือคนที่เรารัก ด้วยกาแฟที่เราบรรจงคัดสรร และความพิถีพิถันของการชงในทุกขั้นตอน ยิ่งโดยเฉพาะคอกาแฟที่ต้องการดื่มดำกับกาแฟดริปยามเช้า พร้อมกับหนังสือดีๆ สักเล่ม เพื่อปลุกฝันปั้นแรงบันดาลใจ 

แทนที่จะต้องไปยืนรอคิวกาแฟในร้านตอนเช้า ลองเปลี่ยนมาใช้เวลากับตัวเราเอง ด้วยการตื่นเช้าขึ้นอีกนิด มาละเมียดละไมกับการชงกาแฟ นอกจากจะพบว่าไม่ได้ยากเกินไปอย่างที่คิด คุณยังจะได้พบแรงบันดาลใจดีๆ ผ่านการดริปกาแฟ ที่ค่อยๆ ไหลลงสู่ถ้วยทีละหยาดหยด ความภูมิใจกับกาแฟแก้วแรกที่คุณชงด้วยตัวเองในทุกๆ วัน เปรียบเสมือนรางวัลแห่งความพยายามและความตั้งใจ

ยิ่งได้เห็นรอยยิ้มของคนที่คุณรัก ผ่านกาแฟแก้วแรกที่คุณชงให้เขาในทุกๆ วัน บอกได้เลยว่ากาแฟยิ่งอร่อย ก็เพราะใจที่ใส่ลงไปนี่ล่ะ ไม่มีอะไรยากเกินลงมือ มาเริ่มต้นวันดีๆ ด้วย 7 ขั้นตอนดริปกาแฟที่ใครๆ ก็ทำได้ ง่ายนิดเดียว…เชื่อสิ!       

เตรียมอุปกรณ์!  

  • ดริปเปอร์ (Dripper): มีหลากรูปแบบ ทั้งแบบที่ทำจากเซรามิค แก้ว สแตนเลส พลาสติก และยางซิลิโคน โดยส่วนใหญ่แบ่งออกเป็น 3 ทรง ได้แก่ ทรงสี่เหลี่ยมคางหมู (Trapezoid Shape) ทรงตะกร้า (Basket Shape) และทรงกรวย (Cone Shape) ที่พบเห็นได้บ่อย และยกมาเป็นตัวอย่างในครั้งนี้
  • เหยือกรองน้ำกาแฟ (Carafe): อาจใช้ทรงแก้วแบบอื่นๆ ที่มีปากแก้วกว้างพอ ที่จะรองรับดริปเปอร์ด้านบน ก็เป็นอันใช้ได้
  • กระดาษกรอง (Filter Paper): เลือกทรงกระดาษกรองให้เหมาะกับทรงของดริปเปอร์ กระดาษกรองมีทั้งแบบฟอกขาว และแบบไม่ฟอก (กระดาษสีน้ำตาล) แนะนำให้ใช้แบบฟอกขาว เพราะกลิ่นกระดาษน้อยกว่า
  • กาน้ำร้อนสำหรับดริปกาแฟ (Drip Kettle): ควรเลือกแบบที่จับถนัดมือ และควบคุมสายน้ำที่ไหลออกมาได้ดี โดยมากปากมักจะโค้งงอเป็นทรงเรียวเล็ก ปัจจุบันมักมาพร้อมแท่นต้มน้ำและเทอร์โมมิเตอร์ในตัว
  • เครื่องบดเมล็ดกาแฟ (Coffee Grinder): มีทั้งแบบเครื่องบดอัตโนมัติ หรือแบบมือหมุน (Hand Grinder)
  • ตาชั่งกาแฟ (Scale): ปัจจุบันมักมาพร้อมกับนาฬิกาจับเวลาในตัว
  • นาฬิกาจับเวลา (Timer): กรณีตาชั่งกาแฟไม่มีนาฬิกาจับเวลาในตัว
  • น้ำชงกาแฟ (Water): น้ำใส สะอาด ปราศจากกลิ่น ไม่มีตะกอน และไม่มีคลอรีน
  • เมล็ดกาแฟ (Coffee Bean): เมล็ดกาแฟคั่วอ่อนถึงกลาง หรือกาแฟคั่วสำหรับกาแฟฟิลเตอร์ (Filter Coffee)
  • ช้อนคนกาแฟ (Coffee Spoon): เป็นอุปกรณ์เสริม (จะมีหรือไม่มีก็ได้)

สัดส่วนของกาแฟต่อน้ำ (Brewing Ratio)

สัดส่วนของกาแฟต่อน้ำที่ใช้ โดยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ กาแฟ 1 กรัม ต่อน้ำ 15 กรัม ถ้าอยากได้รสชาติที่บางกว่านี้อาจจะเป็น 1:16 หรือ 1:17 ก็ได้ หรือถ้าอยากได้รสชาติที่เข้มข้นกว่านี้ อาจปรับสัดส่วนได้ถึง 1:12 ในที่นี้เราจะใช้สัดส่วน 1:15 โดยใช้กาแฟ 20 กรัม และน้ำ 300 กรัม

ขั้นตอนที่ 1 ต้มน้ำ

เริ่มจากการต้มน้ำในอุณหภูมิที่เหมาะสม Sang Ho Park เจ้าของตำแหน่ง UK Brewers Cup Champion ปี 2013 แนะนำให้ใช้น้ำอุณหภูมิ 92 – 95 องศาเซลเซียส สำหรับกาแฟคั่วอ่อน ส่วนกาแฟที่คั่วเข้มขึ้นมาหน่อย แนะนำที่อุณหภูมิระหว่าง 85 – 89 องศาเซลเซียส

ขั้นตอนที่ 2 บดกาแฟ

ในระหว่างที่รอน้ำเดือดในอุณหภูมิที่ต้องการ ให้บดเมล็ดกาแฟ ในระดับความละเอียดประมาณน้ำตาลทรายหยาบ เมื่อบดแล้วอย่าเพิ่งเทออกมาพักไว้ เพื่อไม่ให้กลิ่นหอมของกาแฟหายไปอย่างรวดเร็ว และไม่ให้กาแฟดูดกลิ่นข้างนอกเข้าไป

ขั้นตอนที่ 3 เตรียมกระดาษกรอง

นำกระดาษกรองทรงกรวยมาพับขอบ และพับตรงปลายมุมกระดาษย้อนกลับมาอีกด้านเป็นมุมสามเหลี่ยม เพื่อเป็นการล็อกมุมกระดาษด้านล่าง

จากนั้นรีดกระดาษเบาๆ ตรงข้ามกับที่รีดเป็นแนวเดิมไว้แล้ว เพื่อให้คลายตัวออกรับกับทรงของดริปเปอร์ จากนั้นวางกระดาษกรองลงในดริปเปอร์ แล้วนำดริปเปอร์วางบนโถรองน้ำกาแฟ

ขั้นตอนที่ 4 ล้างกระดาษกรอง

เมื่อน้ำต้มเสร็จพอดี ให้วนน้ำร้อนล้างกระดาษ เพื่อเป็นการล้างกลิ่นกระดาษ และเป็นการอุ่นดริปเปอร์และโถรองน้ำกาแฟไปในตัว เมื่อน้ำไหลลงสู่โถด้านล่างหมดแล้ว ให้เทน้ำจากโถทิ้งไป แล้วนำดริปเปอร์วางบนโถรองน้ำกาแฟอีกครั้ง

จากนั้นวางบนตาชั่ง แล้วกดตาชั่งให้อ่านเป็น 0 กรัม (g) หรือ มิลลิลิตร (ml) แล้วเทผงกาแฟที่บดได้ลงไป พยายามปรับให้ผิวหน้าของผงกาแฟเป็นระนาบเดียวกัน เช็คดูอีกครั้งว่าได้ปริมาณที่ต้องการหรือไม่ (ในที่นี้เราต้องการ 20 กรัม)

ขั้นตอนที่ 5 เทน้ำรอบแรก – บลูม (Bloom)

กดตาชั่งให้อ่านเป็น 0 กรัมอีกครั้ง เริ่มเทน้ำรอบแรกในปริมาณสองเท่าของผงกาแฟ พร้อมกดเวลาเริ่มจับเวลาไปพร้อมๆ กัน (ในที่นี้คือน้ำ 40 กรัม) รอเวลาประมาณ 30 วินาที

ขั้นตอนนี้จะเรียกว่า ‘Bloom’ เป็นปฏิกิริยาการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ออกมาอย่างรวดเร็วเมื่อน้ำสัมผัสกับกาแฟบด กาแฟจะพองตัวขึ้นมา เทคนิคสำคัญคือต้องมั่นใจว่าน้ำสัมผัสกับกาแฟทุกส่วน และไม่เทออกด้านข้าง

ขั้นตอนที่ 6 วนน้ำที่เหลือลงบนกาแฟ

 

จากนั้นค่อยๆ วนน้ำที่เหลือลงไปช้าๆ (ในที่นี้คือ น้ำปริมาณ 260 กรัม) เทคนิคสำคัญคือการวนด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอตลอดการชงกาแฟ และต้องมั่นใจว่าน้ำโดนผงกาแฟตลอด พยายามไม่วนออกด้านข้าง

เพราะน้ำอาจจะไหลผ่านกระดาษกรองด้านข้างโดยที่ไม่สัมผัสกาแฟโดยตรง ซึ่งอาจทำให้กาแฟสกัดได้ไม่เต็มที่ ทั้งนี้ควรจะจบการเทน้ำให้เสร็จภายในระหว่างนาทีที่ 2.00 ถึง 2.30

และน้ำกาแฟควรจะไหลลงสู่โถด้านล่าง ภายในระหว่างนาทีที่ 2.30 ถึง 3.00 อย่างไรก็ตามหากใช้ปริมาณกาแฟที่มากหรือน้อยกว่านี้ ระยะเวลาก็มากน้อยผันแปรตามไปด้วย

อย่างไรก็ตามการเทน้ำมีหลายเทคนิคด้วยกัน ที่นำเสนอนี้เป็นเพียงเทคนิคหนึ่งเท่านั้น

ขั้นตอนที่ 7 ปรับตามความชอบ

เมื่อน้ำกาแฟไหลลงสู่โถด้านล่างหมดแล้ว ให้ยกดริปเปอร์ด้านบนออก จากนั้นนำช้อนคนน้ำกาแฟในโถให้เข้ากัน ถ้าไม่มีช้อน ก็เหวี่ยงน้ำกาแฟในโถให้เข้ากันก็ได้ แนะนำว่าพักกาแฟให้อุณหภูมิลงสักนิด

จากนั้นลองชิมดูว่าชอบรสชาติที่ได้หรือไม่ หากพบว่ากาแฟรสชาติจางไป อาจลองปรับน้ำให้อุณหภูมิสูงขึ้น หรือปรับที่ระดับการบดให้ละเอียดขึ้น และหากกาแฟมีรสที่เข้มเกินไป ก็ลองปรับในทางกลับกัน

ทั้งนี้ในการปรับแต่ละครั้ง แนะนำให้ทดลองปรับครั้งละหนึ่งตัวแปร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน และจะทำให้ปรับรสชาติได้ง่ายขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามตัวแปรมีหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ ระดับการบดกาแฟ ]ลักษณะการเทน้ำ ไปจนถึงสัดส่วนของกาแฟต่อน้ำที่ใช้ เป็นต้น

ขอให้สนุกกับการดริปกาแฟในทุกๆ ที่ ชงออกมาเป็นอย่างไรกันบ้าง มาเล่าให้ฟังกันบ้างนะ ไปกินกาแฟก่อนล่ะ 🙂

Writer Profile : JINGJING
"The similarities that exist between agriculture and spiritual life. Seeds, kernels and everything we sow or plants end up growing and bearing fruit. And it works just the same way with our thoughts, feelings, and desires..." - The Laughter of a Sage (pg.21)
Blog : Social Media : Facebook, Twitter
View all post
คำนั้นสำคัญไฉน? มาถอดรหัสบนถุงกาแฟกันเถอะ!

คำนั้นสำคัญไฉน? มาถอดรหัสบนถุงกาแฟกันเถอะ!

เรื่องต้องรู้สำหรับคนดื่ม กาแฟ

Starbucks ประเทศไทย ครบรอบ 20 ปี เตรียมเปิดขยายเพิ่ม 30 กว่าสาขาในปีนี้ และมี 600 สาขาในอีก 5 ปี !!

โค้ก เปิดตัว "โค้ก พลัส คอฟฟี่" น้ำอัดลมผสมกาแฟ วางขายที่แรก "เซเว่น อีเลฟเว่น" มิถุนายน นี้

New NESCAFÉ Red Cup ปรับสูตรใหม่ครั้งประวัติศาสตร์ ผสมกาแฟสดคั่วบดแท้!!

คู่มือการสั่งกาแฟร้าน Starbucks ฉบับมือใหม่หัดสั่ง ง่ายที่กว่าที่คิดแน่นอน

รีวิว 'ท่ารถตู้เมืองทองใหม่' หรูหรา - แอร์เย็น - เป็นระเบียบ เยี่ยมไปเลย!

กลับมาแล้ว! วันพีซ มินิ ฟิกเกอร์ จาก McDonald’s รอบนี้มีหีบสมบัติด้วย!

กลับมาแล้ว! วันพีซ มินิ ฟิกเกอร์ จาก McDonald’s รอบนี้มีหีบสมบัติด้วย!

เปิดตำรา 5 ขั้นตอน “กินชาบู” ให้ถูกต้อง

ส่องป้ายรถเมล์โฉมใหม่ อ่านง่าย ไม่หลงทาง ผลงานกลุ่ม Mayday ติดตั้งแล้วทั่วกรุง

ภัยร้ายที่มาพร้อมกับฝุ่น PM 2.5

สัมภาษณ์ : 'ตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิตร' เปิดเบื้องหลังการออกแบบ LINE Sticker 'ปิ๊บจัง x มะม่วง'

สอนแหลงใต้ EP.8 : ตอน (ใต้) ความรัก ฮาโร่ยยยย อินเลิฟหล่าวนิ!

5 เมนูสุดเกร๋ ทำจากขนมไทย เติมสีสันรับซัมเมอร์ ที่ คาเฟ่ โคโคคาโน่