5 เหตุผลชวนทุกคนดู ซีรีส์ตามล่า-ล้างแค้นสุดบู๊ ‘My Name’

Writer : Hanachan

: 19 ตุลาคม 2564

5 เหตุผลชวนทุกคนดู ซีรีส์ตามล่า-ล้างแค้นสุดบู๊ ‘My Name’

หากพูดถึงซีรีส์กระแสดีช่วงนี้ นอกจาก Home cha (Hometown Cha Cha Cha) ของหัวหน้าฮงที่เพิ่งจบไป คอซีรีส์อย่างเราจะเห็นได้ว่ามีเรื่องใหม่ที่ขยับขึ้นมาติดอันดับ Top ใน Netflix นั่นคือ My Name ซึ่งเพิ่งปล่อยออกมาทั้งหมด 8 ตอนในรวดเดียวเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

ซีรีส์เรื่อง My Name จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘ยุนจีอู’ (รับบทโดย ฮันโซฮี) หญิงสาวผู้ผนึกความแค้นในใจ ทิ้งชื่อและอนาคตของตัวเองไปเพื่อตามล่าหาคนที่ฆ่าพ่อเธอตายต่อหน้าต่อตาในวันเกิด ซึ่งนอกจากเส้นเรื่องที่ห่ำหั่น ปะทะกันระหว่างองค์กรยาเสพติดและตำรวจแล้ว นักแสดงหลักและสมทบในเรื่องนี้ก็ดีกรีดีไม่แพ้กัน 

ไม่ว่าจะเป็น อันโบฮยอน(Itaewon Class), พัคฮีซุน(V.I.P.), คิมซังโฮ(Sweet Home), อีฮักจู(The World of the Married) และชางรยอล(Arthdal Chronicles) ต่างก็ปะทะฝีไม้ลายมือการแสดงออกมาได้อย่างน่าประทับใจ

โดยหลังจากที่ได้ดูจนจบก็มีหลายจุดที่รู้สึกว่า เอ้ย! มันดี! เราจึงจะมาสรุป 5 เหตุผลที่อยากชวนทุกคนไปเก็บความสนุก 8 ตอนให้ครบในซีรีส์เรื่องนี้ ไปดูกัน !

– ไม่มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของเรื่อง – 

ทักษะการแสดงที่ทรงพลังของ ‘ฮันโซฮี’ สลัดคราบยูนาบีอย่างสิ้นเชิง

ถ้าใครติดภาพจำของนางสาวผีเสื้อยูนาบี จาก Nevertheless บอกเลยว่าเรื่องนี้ผีเสื้อนาบีบินหนีไปแล้วจ้าา 

นับว่าเป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญเลยก็ว่าได้ เพราะ ฮันโซฮี หันมาเอาดีทางด้านบู๊ ทั้งทักษะการต่อยตีมีดจ้วงที่คล่องแคล่วราวกับได้รับการฝึกฝนมาหลายปี นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการแสดงออกทางสีหน้า (โดยเฉพาะ)แววตาและภาษากาย ที่เป็นเครื่องการันตีว่าทักษะของฮันโซฮี พัฒนาไปได้อย่างดีในทุกบทบาทเลยจริง ๆ 

เราจะได้เห็นทั้งความทุ่มเทและตั้งใจที่โซฮีใส่ลงไปไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายเพิ่มกล้ามเนื้ออย่างหนัก(ทำให้น้ำหนักเพิ่มมา 10 โล) และผ่านการทำให้ตัวละคร ‘ยุนจีอู’ เป็นเหมือนเพื่อน พี่น้องที่น่าเห็นใจ จนต้องคอยเอาใจช่วยให้นางได้ฆ่าเพื่อล้างแค้นสักที 

เป็นการกำกับของ ‘คิมจินมิน’ ผู้กำกับมือดีจากซีรีส์ Extracurricular

อาจจะเพราะเป็นฝีมือของผู้กำกับคิมจินมินคนนี้ ที่เคยกำกับซีรีส์ชมรมลับธุรกิจรัก Extracurricular เลยทำให้ My Name มีกลิ่นอายของความ Noir / Mystery กลายเป็น Action-Noir ที่ทั้งหม่นและสร้างความอยากรู้ได้ในเวลาเดียวกัน

อีกหนึ่งสิ่งที่อยากชื่นชมคือมุมกล้องที่ใช้ในฉากต่อสู้ต่าง ๆ มีความถึงใจ และถ่ายทอดออกมาได้สนุกมาก 

โดยผลงานก่อนหน้าของ คิมจินมิน นอกจาก Extracurricular(2020) ที่เป็นออริจินอลของ Netflix แล้ว ยังมี Lawless Lawyer(2018) และ The lover and his liar(2017) อีกด้วย  

ฉากแอคชั่นการต่อสู้อันดุดัน พร้อมเชือดเฉือนกันเลือดสาด

คงต้องยกให้เป็นส่วนที่สนุกที่สุดในเรื่องนี้ สำหรับการวาดลวดลายต่อสู้ในคิวบู๊ของทั้งนางเอก นักแสดงสมทบ รวมถึงนักแสดงประกอบทุกคนในเรื่อง ผสานการเซตฉากสนามการต่อสู้ต่าง ๆ ที่มันกลมเป็นหนึ่งเดียวกัน

ซึ่งถึงแม้นักแสดงหลักอย่างโซฮีที่ไม่เคยเล่นบทแอคชั่นมาก่อน ก็ได้เข้าคอร์สเรียนอย่างหนักเพื่อถ่ายทอดพัฒนาการและความแข่งแกร่งของตัวละครให้ออกมาได้อย่างสมจริงที่สุด

ปล.เรื่องนี้มีการยิงกัน ฆ่ากันเลือดสาดหลายฉาก สำหรับใครที่ไม่ชอบเลือดก็อาจจะไม่แนะนำ

ผูกเรื่องราวความแค้นเข้มข้น ผสานการปั้นแต่งตัวละครให้คงความน่าดึงดูด

อาจจะจริงที่เรื่องนี้มี ‘ฮันโซฮี’ เป็นตัวเดินเรื่องที่เด่นที่สุด ด้วยการผูกปมความแค้นอย่างการตายของพ่อที่มันมีแรงจูงใจมากพอให้ตัวละครได้ออกล่า(ถึงจะพอเดาได้ว่าใครเป็นคนร้ายก็เถอะ) 

แต่ตัวละครอื่นๆในเรื่องก็ไม่ได้ด้อยกว่า เพราะแต่ละคนได้ถูกสร้างมาให้มีปมความแค้นเป็นของตัวเอง ทั้งเรื่องน้องสาว, มุมมองกับความเชื่อใจ, ความซื่อสัตย์, การแตกพรรคแตกพวกที่ทำให้เกิดเป็นชนวนสร้างเรื่องตลอดทั้ง 8 ตอน

จึงบอกได้ว่าในมิติของการปั้นแต่งตัวละคร ส่วนใหญ่แทบจะไม่มีด้านสีขาว ออกจะเป็นเทา ๆ กันทั้งนั้น ทำให้เราต้องคอยคาดหวังว่าตัวละครเหล่านั้น จะพลิกด้าน หรือหักมุมอะไรออกมาบ้าง

สุดท้าย.. My Name มีว่าที่แด๊ดดี๊คนใหม่หล่อร้ายถึงใจ ‘พัคฮีซุน’

คงไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะคนดูตรงนี้ก็เทใจไปให้ว่าที่แด๊ดดี๊คนใหม่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ ‘พัคฮีซุน’ นักแสดงรุ่นใหญ่อายุ 51 ปี ในบทบาทของ ประธานชเวมูจิน หัวหน้าแก๊งค์ดงชอน เจ้าพ่อยาเสพติดที่มีธุรกิจโรงแรมบังหน้า

ที่ไม่ว่าในเรื่องจะโหดร้ายแค่ไหนก็ดูเหมือนจะได้ใจแฟนซีรีส์ไปไม่น้อย ด้วยบุคลิกเท่ ๆ นิ่งสุขุม สกิลการต่อสู้ก็เก่งสุด ๆ สมเป็นหัวหน้าแก๊งค์ เมื่อผสมกับบุคลิกจริงและการแต่งหน้าเล็กๆน้อยๆของพัคฮีซุน ก็ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ลุกเป็นไฟขึ้นมาได้ทันที

ยิ่งไปกว่านั้นการทักษะการแสดงของพ่อคนนี้ก็ไม่มีข้อครหา โดยเฉพาะสีหน้าและแววตาเวลาสื่อสารกับนางเอก ลูกน้องคนสนิท รวมถึงศัตรูก็สร้างความหวาดกลัว (หวั่นไหว)ในใจได้เป็นอย่างดี

และนี่คือทั้งหมด 5 เหตุผลแบบฉบับคนติดซีรีส์ ดู My Name ทั้งหมด 8 ตอนได้ที่ Netflix เลยยยย

TAG : MYName , Netflix
Writer Profile : Hanachan
ฮานะจังมีความสุขกับการดูซีรีส์เกาหลีและท่องเที่ยวไปวันๆ Green tea lover / Japanese food forever ♡
Blog : Social Media : Facebook, Twitter
View all post