eşya depolama istanbul eşya depolama

category รีวิว Airtag แกดเจ็ตขนาดพกพา มีติดตัวก็ได้ ติดของก็โอเค

Writer : buubae

: 1 กรกฏาคม 2564

Airtag แกดเจ็ตตัวเล็กจาก Apple ที่ทำออกมาเพื่อตอบโจทย์คนที่พกของแล้วลืมไปว่าวางเอาไว้ไหน หรือใครทำของหายก็อาจจะสามารถใช้ Airtag ติดของเพื่อตามหาได้ด้วย

วันนี้ MangoZero จะพาทุกคนมาสำรวจ(ได้บ้างไม่ได้บ้าง) กับแกดเจ็ตตัวใหม่ตัวนี้กันว่าเป็นยังไงกันบ้าง ไปดูเลยครับผม (เอ๊า…ปรบมือวววววว)

สำหรับ Airtag ที่วางขายในประเทศไทยจะมีอยู่ 2 แบบ นั่นก็คือแบบ 1 Pack (990 บาท) และ 4 Pack (3390 บาท) ซึ่งวันนี้เราจะมารีวิวเวอร์ชั่น 4 Pack แต่หยิบมาใช้แค่อันเดียวก่อนละกัน

ซึ่งแพกเกจของ Airtag ค่อนข้างเปิดง่ายมากๆ เพียงแค่ดึงพลาสติกด้านหลังออกมาก็สามารถเปิดฝากล่องข้างล่างได้

ค..แคะ..แคะ….แคว่กกกกกกกก (เสียงดึงแถบพลาสติก)

ข้างในกล่องจะบรรจุ Airtag ทั้งหมด 4 อัน แต่ผู้รีวิวขออนุญาตดึงออกมาทดลองใช้งานแค่อันเดียวก่อน

สำหรับวิธีการเปิดใช้งาน Airtag ใช้งานง่ายมากๆ เพราะ Airtag ทุกตัวจะมีพลาสติกห่อไว้ และเมื่อดึงออกมา จะมีส่วนพลาสติกที่คั่นตัวแบตเตอรี่เล็กๆ ใน Airtag ออกมา

เอาล่ะ พร้อมดึงครับ… 1…..2…….3!

พรึ่บบบบ!! (เสียงดึงพลาสติกออกมา)

 

และเมื่อดึงพลาสติกออกมา เราก็จะได้ Airtag ที่พร้อมใช้งาน จุดสังเกตก็คือ ตอนที่ดึงออกมาครั้งแรกจะมีเสียงติ๊ดๆๆๆ ดังออกมาจากตัว Airtag นั่นเอง

สำหรับวิธีการเชื่อมต่อ Airtag ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่นำ Airtag มาไว้ใกล้ๆ กับ iPhone และกด Connect และไปขั้นตอนต่อไปได้เลย

แต่ถ้าใครเผลอกดออกตอนเชื่อมต่อ Airtag ครั้งแรก สามารถเข้าไปที่ Find My เพื่อเชื่อมต่ออีกครั้งก็ได้เช่นกัน

จากนั้นก็เลือกหมวดของที่เราจะตั้งให้ Airtag เป็น ซึ่งมีอยู่หลายหมวด หรือถ้ารู้สึกว่ายังไม่ตรงใจ ก็สามารถเลื่อนไปด้านล่างสุด และตั้งชื่อได้เลย

สมมติว่าเราจะให้ Airtag เป็น “ตัวแทนแห่งดวงจันทร์” ละกัน (ซึ่งอย่าถามว่าทำไม…เพราะคนรีวิวก็ไม่รู้เหมือนกัน ฮาาาา)

เพียงเท่านี้เราก็จะได้ Airtag มาเป็นตัวแทนของ “ตัวแทนแห่งดวงจันทร์” เรียบร้อยยยย (อ่อ ตอนตั้งชื่อสามารถเลือก Emoji ได้ด้วยนะ)

ได้เวลาทดลองเล็กๆ กันว่า ถ้าเราทำ Airtag ตัวเล็ฏๆ ตัวนี้หายจะเป็นยังไงหว่า เพราะฉะนั้นแล้วผู้รีวิวจะทำการเสก Airtag ให้หายไป

 

พร้อมนะ…นับ 1….2….3!

ชู่แว่งงงงง หายไปแล้ววววว หายไปเหมือนกับถ่ายรูป 3 ช็อตแล้วช็อตสุดท้าย Airtag ไม่อยู่กับมือเลย!!

(ทีมงาน : อย่าพิมพ์อย่างงี้ไปเซร้!!)

เอาล่ะ ถึงเวลาทดลอง ทีมงานได้ทำการเอา Airtag ไปซ่อนไว้ และจะให้ผู้รีวิวหากัน

เริ่มต้นที่เราเข้าไปในแอป Find My แอปหาอุปกรณ์ของ Apple ที่เราใช้ว่าอยู่ที่ไหนบนโลกนี้ แน่นอน รวมไปถึง Airtag ซึ่งจากหน้าแอป เราจะเห็นว่า “ตัวแทนแห่งดวงจันทร์” อยู่ใกล้ๆ เพียงกดไปที่ Find 

แต่ฟังก์ชั่นการหาแบบหาตำแหน่งที่ตั้งจริงสามารถใช้ได้เฉพาะทุกรุ่นของ iPhone11 และ iPhone12 เท่านั้นนะ ส่วนรุ่นอื่นๆ 

พอเรากด Find ก็จะขึ้นหน้าจอที่แสดงให้เห็นว่าเจ้า Airtag ที่หายไปอยู่ใกล้ๆ ซึ่งถ้าเจอสัญญาณจะแสดงเป็นลูกศรชี้เป้า แต่ถ้าขึ้นแบบในภาพ ก็ลองตั้งมือถือให้ขนานกับพื้นแล้วหมุนๆ หาสัญญาณอีกทีนึง จนกว่าจะเจอ

อ่ะ…บ่นปุ๊ป ลูกศรขึ้นมาปั๊ป ก็เดินไปทิศทางได้เลย

ข้อควรระวัง ในแอปจะบอกแค่ทิศทาง แต่ไม่ได้บอกว่าข้างหน้าจะมีอะไร เพราะฉะนั้นระหว่างกันด้วยล่ะ 

เอาละ ใกล้จะถึงแล้ว หน้าจอบน iPhone ก็จะเปลี่ยนเสียง รวมไปถึงจะสั่นเร็วขึ้นทุกครั้งที่เดินใกล้กับ Airtag 

และเมื่อถึงจุดที่ Airtag น่าจะอยู่ เราสามารถให้ Airtag ส่งเสียงได้

แน่นอนว่า เราไม่ต้องไปตะโกนเรียก Airtag เพราะ Airtag จะไม่ได้ยินเรา

แต่เราจะได้ยิน Airtag ได้! เพียงกดปุ่มลำโพงด้านขวาล่าง

Airtag ก็จะส่งเสียงให้เราได้ยิน ซึ่งเสียงที่ส่งมาก็ถือว่าได้ยินค่อนข้างเบากว่าที่คิด เพราะฉะนั้นถ้าทำ Airtag หายในที่ๆ คนเยอะก็อาจจะไม่ได้ยินก็เป็นได้

อ่ะ…ในที่สุดก็เจอ Airtag ที่หายไปแล้ว

กร็อบบบบบ (เสียงหลังที่หักของผู้รีวิว)

สำหรับใครที่สนใจ Airtag สามารถหาซื้อได้แล้วตามช้อป หรือสั่งออนไลน์ได้แล้วที่ลิงก์นี้

โดย Airtag แบบ 1 ชิ้น ราคา 990 บาท (เพิ่มการสลักได้ฟรี)

หรือจะหารกับเพื่อนอีก 3 คน เพื่อซื้อแบบ 4 ชิ้น ราคา 3390 บาท ก็ยังได้ (แน่นอนว่า สามารถเพิ่มการสลักได้ฟรีๆ เช่นกัน)

นอกจากนี้แล้ว สามารถสั่งซื้ออุปกรณ์เสริมของ Airtag ได้ด้วย เช่น ห่วงคล้องแบบปกติ ราคา 1190 บาท

ห่วงคล้องแบบหนัง ราคา 1590 บาท

หรือจะแบบพวงกุญแจหนัง ราคา 1390 บาท (ไม่แน่นำให้ใช้แทนตุ้มหูเพราะแขวนไว้แล้วหูอาจจะยาน)

หรือถ้าใครอยากซื้อของแบรนด์อื่นก็มีให้เลือกด้วย เช่น ที่ห้อยกระเป๋าหรือแท็กกระเป๋าเดินทาง ยี่ห้อ Hermes หรือจะเป็นของยี่ห้อ Belkin ก็มีให้เลือกเช่นกันจ้า

ข้อควรระวัง : ถึง Airtag จะมีรูปทรงคล้ายกับเหรียญ แต่ไม่สามารถใช้แทนเหรียญบาทไปกดตู้น้ำได้ เพราะขนาด Airtag มีความหนาอยู่ระดับนึง

 

สุดท้าย : Airtag เป็นแกดเจ็ตสำหรับติดกับอุปกรณ์หรือสิ่งของที่เรามักจะลืมหรือทำหายก็จริง แต่ก็อย่าถึงขั้นเอา Airtag มาปาเป็นดาวกระจายเลยนะ ใช้ผิดวิธีเกิ๊นนน

Writer Profile : buubae
กราฟิกออนไลน์ฝึกหัดที่ผันตัวมาจากสื่อสิ่งพิมพ์ หน้ามึนตลอดเวลา และจะติดเกมตลอดไป เอ้อีเยอีเย~
Blog : Social Media : Facebook, Twitter
View all post

[Review] iPhone SE แอปเปิ้ลผลเล็ก สเป็คเลิศ 

Apple ปล่อย Emoji 70 ตัว ใหม่ๆ เพียบ !!!

พาทัวร์ Apple Central World ครบทุกมุม!

มีอะไรใหม่ใน iOS14 ของ iPhone

มีอะไรใหม่ใน iOS14 ของ iPhone