category ล้วงไม่ลับจังหวัดล็อคดาวน์! กักตัวอยู่บ้านยังไงไม่ให้เครียดดด


: 19 มกราคม 2564

สวัสดีค่ะ เราชื่อมิวนิค เป็นเด็กฝึกงานตำแหน่ง Content Creator ของ The Zero Junior #6 และเป็นเด็กจบใหม่ที่ไม่รู้จะรีบจบไปทำไมในยุคโควิดแบบนี้ เรามาจากคณะนิเทศศาสตร์ สาขาวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และนี่เป็นคอนเทนต์แรกที่เราได้รับมอบหมายมาจากพี่ ๆ ว่าต้องเป็นเราเท่านั้นที่เขียน สุดยอดมาก น้ำตาจะไหล

ก็อย่างที่รู้ ๆ กันว่าสถานการณ์โควิดระลอกใหม่ในตอนนี้ หลายพื้นที่จังหวัดในประเทศไทยก็กลายเป็นพื้นที่สุ่มเสี่ยงกันไปแล้ว เป็นพื้นที่สีส้มบ้าง สีแดงบ้าง ก็ต้องมีมาตรการล็อคดาวน์หรือกักตัวกันไป แต่จังหวัดที่เราอยู่นี่สิ มันไม่ใช่แค่พื้นที่สุ่มเสี่ยงสีแดงธรรมดา แต่คือสีแดงเข้มแปร๊ดอย่างจังหวัดสมุทรสาคร!! (สำเนียงมิสแกรนด์) ที่เปิดยอดมาตั้งแต่วันแรกใจหายแว้บกลายเป็นทอร์คออฟเดอะทาวน์กันไปทั่วประเทศ จนถึงวันนี้ยอดผู้ติดเชื้อใหม่ก็ยังคงเพิ่มมาเรื่อย ๆ จนกลายเป็นว่าชาวสมุทรสาครจะไปไหนก็โดนคนทั่วไปขยาดเอาซะงั้น

แต่เพราะเรื่องนี้นี่เอง ที่ทำให้เรานอกจากจะต้อง Work From Home แล้ว ก็ยังทำให้เราเลือกที่จะกักตัวอยู่ในบ้านให้มาก พยายามไม่ออกไปไหน ใช้เวลาว่างไปกับกิจกรรมและการทำอะไรต่าง ๆ นานา และในที่สุดเราก็กลายเป็นผู้บรรลุในการกักตัวเป็นที่เรียบร้อย (เสียงเฮ) ฉะนั้นแล้ว เราจะมาแชร์มุมมองในฐานะคนที่อยู่ในจังหวัดสุ่มเสี่ยง มาก ที่ สุด และวิธีกักตัวแบบเริ่ด + ชิล + ชิค ให้ชาว Mango Zero ได้อ่านกัน Let’ Go!

เพราะเรื่องกินคือเรื่องใหญ่ เหมาวัตถุดิบมาตุนไว้ ได้เวลา family cooking time

สิ่งแรกที่ทำให้เราไม่เหงากับการกักตัวในครั้งนี้คือการที่เรามีเวลาทดลองทำอาหารเองมากขึ้น! เพราะว่าภายในจังหวัดของเราห้างสรรพสินค้าจะถูกปิดเหลือแต่โซนที่จำเป็น ร้านอาหารจะต้องซื้อและรับกลับบ้านเท่านั้น ทำให้คนในครอบครัวเราซึ่งปกติจะเป็นมนุษย์อาหารตามสั่ง ชอบซื้ออะไรเข้ามากินตามใจ (เพราะตลาดมหาชัยขึ้นชื่อว่ามีร้านอาหารรถเข็นข้างทางเยอะและอร่อยมาก) พอสถานการณ์ดูเข้าเค้าไม่ค่อยดี สิ่งที่เราทำได้ก็คือการทำอาหารกันด้วยตัวเองนี่ล่ะ

โดยแม่เราจะเป็นคนออกไปจับจ่ายซื้อวัตถุดิบที่จำเป็นต่อสัปดาห์นั้น ๆ เข้ามาในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น ไข่ เห็ด เส้นพาสต้า ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ กุ้งหมึกหอยฟรีซแช่แข็งก็ยังมี กลายเป็นครอบครัวของเราได้อัปสกิลการทำอาหารตามใจฉันไปด้วยเลย และที่สำคัญคือยังได้ใช้เวลาร่วมกันกับได้สารอาหารครบถ้วนกว่าเดิมอีกด้วย! (เพราะแม้กระทั่งมาม่ายามดึกเรายังไปหยิบวัตถุดิบพวกนี้มาใส่จนน้ำหนักขึ้นมาเลย Y-Y)

Shopping Therapy บำบัดจิตใจที่ห่อเหี่ยวด้วยการช็อปปิ้งออนไลน์กันเถอะ

พออยู่บ้านอย่างเดียวแล้วส่องเห็นเพื่อนเขาที่ไม่ได้อยู่จังหวัดเดียวกับเราไปเที่ยวที่นั่นที่นี่เป็นเรื่องปกติแล้วก็รู้สึกเหงาจัง กดส่องไปที่ไหนก็มีแต่คนมีกิจกรรมทำ เราก็เลยลองหากิจกรรมที่พอจะบรรเทาจิตใจตัวเองได้ นั่นก็คือ Shopping Therapy หรือการบำบัดจิตใจด้วยการช็อปปิ้งนั่นเอง (ไม่เสียใจแต่เสียทรัพย์ก็ยังดี)

เราสั่งของกระจุกกระจิกไปเยอะมาก อัลบั้มเกาหลีก็มาส่ง ออเดอร์หนังสือการ์ตูนก็มา ไหนจะแอบไปจองฟิกเกอร์เรซิ่นน้องคานาโอะเรื่องคิเมตสึไว้อีก ช่วงกักตัวทำให้เข้าไปหลายวงการจนกลายเป็นโรคทรัพย์จางกันไปเลย แต่เมื่อพูดถึงการช็อปปิ้งออนไลน์และการส่งของ ก็ขอเน้นย้ำเรื่องการออกไปรับพัสดุด้วยความระมัดระวังกับทุกคนด้วยนะ เราเชื่อว่าทางไปรษณีย์ก็ต้องมีมาตรการระดับหนึ่งแล้ว แต่เพื่อความชัวร์ต่อใจเราก็ขอรับอยู่ห่าง ๆ แล้วฉีดแอลกอฮอลล์รอบกล่องก่อนหยิบพัสดุเข้าบ้าน ปลอดเชื้อก็เป็นอันโอเค

ยามดึกเราก็ไม่หวั่น เปิด Netflix นั่งอ่านการ์ตูน แง้มหน้าต่างแอบดูรถพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ

มาถึงช่วงดึกกันบ้าง บอกเลยว่าโควิดทำให้เรากลายเป็นมนุษย์กลางคืนที่เวลาเที่ยงคืนให้ความรู้สึกเหมือนพึ่งจะเที่ยงวัน ตาสว่างมากจ้า หาอะไรกินไปเรื่อยไม่พอก็ยังผ่อนคลายไปด้วยกับการนั่งดูซีรี่ส์หรืออนิเมะต่าง ๆ นานา ดูไปเยอะมาก ทั้งใน Netflix บ้าง ยูทูบบ้าง หรือแอปอื่น ๆ ที่เรียกได้ว่าแทบจะจ่ายค่าสมาชิก VIP เกือบทั้งหมด และพอดูจ้องจอนานเกินไปก็แอบมาพักฟังเพลง อ่านหนังสือการ์ตูนหรือวรรณกรรมแปลมากมายที่ตั้งไว้เป็นกองดองตั้งแต่ตอนไปงานหนังสือ เรียกได้ว่าเพียบ! ก็เป็นอีกกิจกรรมที่ทำให้เราติดวาร์ปจนลืมวันลืมคืนกันเลย

แล้วอีกหนึ่งโมเมนต์ในทุกคืนของเราที่จะชอบทำคือการดูรถน้ำยาฆ่าเชื้อวิ่งผ่านบ้านตัวเอง เพราะในสมุทรสาครจะมีการฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นประจำทุกคืน เป็นอีกหนึ่งมาตรฐานที่ค่อนข้างซีเรียสและทำให้เราอุ่นใจมากกว่าเก่า ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงรถและเครื่องพ่นก็จะต้องแอบแง้มผ้าม่านมาดูนิดนึงว่าวันนี้มาแล้วสินะ รู้สึกตื่นเต้นเหมือนได้ย้อนวัยไปตอนเด็ก ๆ ที่เห็นรถดับเพลิงเป็นครั้งแรกอย่างนั้นเลย

สุดท้าย Work From Home ด้วยความตั้งใจ เฝ้ารอสถานการณ์เพลาลง อยากไปเจอผู้คนแล้ว แง้

แน่นอนว่าแม้จะโควิดอินมายแอเรียย๊ะ จะทำให้เราต้องเฝ้าดูสถานการณ์ด้วยการฝึกงานจากบ้านก่อน ไม่ต้องเข้าออฟฟิศเหมือนคนอื่น ๆ แต่เราก็ต้องติดต่อกับพี่ ๆ ในทีมที่ดูแลให้คำปรึกษา ติดต่อกับเพื่อน ๆ ในโปรเจคเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้ได้ คิดว่าสิ่งที่ยากมากที่สุดคือเรื่องการจัดการเวลานี่แหละ เพราะอย่างที่หลายคนจะรู้ ยิ่งถ้าเป้นคนที่เคย WFH ต้องรู้ดีเลยว่าการทำงานที่บ้านมันทำให้เราจัดการอะไรหลายอย่างได้ยาก และทำงานไม่สะดวกเท่าที่ควรจะเป็น ด้วยบรรยากาศหรือคนรอบตัวก็ด้วย ฉะนั้นเราจึงควรที่จะแพลนตารางงานและเวลาในการทำกิจกรรมช่วงพักผ่อนให้เป้นระเบียบ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างเวลางานกับเวลาพักด้วยนั่นเอง

สุดท้ายและท้ายสุดก็หวังว่าสถานการณ์โควิดในบ้านเราจะผ่านไปได้อีกครั้ง เราได้รับบทเรียนกันมากมายตลอดปี 2020 มาจนถึงตอนนี้ก็ปี 2021 แล้ว เหนื่อยมากแล้ว แหะ ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพ ออกไปไหนมาไหนก็อย่าลืมสวมหน้ากากอนามัยให้มิดชิด หมั่นล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ เพราะประเทศไทยต้องชนะ (ฮา) ฮู่เร่!

 

Writer Profile : Jiratchaya Laosakul
The Zero Junior #6 ผู้คลั่งรักเกิร์ลกรุ๊ป ชอบอ่านมังงะ เวลาว่างดูอนิเมะ เป็นเด็กวารสารที่ชื่นชอบงานเขียนและมีความฝันว่าอยากจะเปิดร้านหนังสือเป็นของตัวเองในสักวัน
View all post