category 5 หนัง Visual สวยชวนหลง

Writer : cozepond

: 19 เมษายน 2562

หากให้คนกลุ่มหนึ่งมานั่งดูหนังเรื่องเดียวกัน แล้วถามถึงส่วนที่ชอบที่สุดของหนัง เชื่อว่าคำตอบที่ได้จะแตกต่างกันไป บางคนชอบเอฟเฟกต์อลังการ เนื้อเรื่องซับซ้อน นักแสดงเข้าถึงบทบาทจนเราอินถึงขีดสุด และคงมีจำนวนไม่น้อยที่มองวิชวลของหนังเป็นเรื่องสำคัญ 

วันนี้ Mango Zero จะพาทุกคนไปรู้จักกับหนังที่ได้รับการยอมรับว่าองค์ประกอบภาพสวย จนต้องย้อนกลับมาดูอีกหลายครั้งแม้จะจำบทได้ขึ้นใจ ทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจหรือข้อคิดให้กับใครหลายคนหลังจากดูจบ

Call Me By Your Name (2017)

เรื่องราวของ “เอลิโอ” เด็กหนุ่มวัย 17 อาศัยอยู่ที่อิตาลี ต้องมาดูแล “โอลิเวอร์” ชาวอเมริกันวัย 24 ผู้ช่วยของพ่อที่มาอยู่ร่วมชายคาชั่วคราว ในตอนแรกดูเหมือนหนุ่มน้อยจะไม่ชอบหน้าเพราะต้องแบ่งห้องให้ ซ้ำยังต้องเป็นไกด์จำเป็นพาทัวร์เมือง แต่เมื่อเวลาผ่านไป กลับพบว่าตัวเองโดนสเน่ห์ของหนุ่มอเมริกันดึงดูดจนตกหลุมรักแบบถอนตัวไม่ขึ้น แม้ว่าเอลิโอจะมีแฟนสาวอยู่แล้วก็ตาม

แม้จะมีภาษาอิตาลีที่แปลกใหม่ปะปนอยู่บ้าง ก็ไม่อาจเรียกความสนใจของเราไปมากกว่าฉากแต่ละเซ็ท ที่เข้ากันอย่างลงตัวกับแสงในช่วงเวลาต่างๆ ทั้งยังจัดองค์ประกอบรูปได้ราวกับสถานที่ในฝัน ไม่ว่าจะเป็นฉากปิคนิคกลางแจ้ง ห้องต่างๆ ในบ้าน หรือสถานที่ในเมือง ซึ่งภาพและแสงที่ออกมานุ่มนวลและเข้ากันอย่างลงตัวในทุกฉากนั้น ไม่ใช่ผลงานใครที่ไหน เป็นผู้กำกับภาพคนไทยฝีมือดีคือ คุณสยมภู มุกดีพร้อม นั่นเอง

La La Land (2016)

ย้อนเวลากลับไปอีกสักเล็กน้อย ในช่วงที่เมืองทั้งเมืองตกอยู่ในความโรแมนติกและวินเทจ “มีอา” หญิงสาวที่ไล่ตามความฝันในการเป็นนักแสดงอย่างมุ่งมั่น แต่หนทางก็ยากจนเธอท้อ ระหว่างที่กำลังหลงทางและเดินอย่างไร้จุดหมาย(ซึ่งตีความได้ว่าเธอกำลังหลงทางอยู่ในระหว่างที่เธอ”หลง”อยู่จริงๆ ) มีอาก็ได้เจอกับ “เซบาสเตียน”  นักดนตรีแจ๊ซในคลับ ทั้งคู่ตกหลุมรักกันอย่างรวดเร็ว อะไรๆ ดูเป็นไปอย่างที่หนังรักควรจะเป็น แต่แล้วปัญหาก็เกิดขึ้นและบานปลายกลายเป็นจุดแตกหัก การตัดสินใจในการเลือกทางเดินของทั้งคู่เป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่สอนเราได้เป็นอย่างดี

เป็นที่พูดถึงอยู่พักใหญ่ในทุกเทศกาลหนังถึงความงดงามของหนังมิวสิคอลเรื่องนี ไม่ว่าจะเป็นเพลงแจ๊สติดหูในครั้งแรกที่ได้ฟัง ยิ่งเมื่อประกอบไปกับจังหวะการเต้นในหนัง คอสตูม มู้ดแอนด์โทนของแสงในแต่ละฉากที่เราอยากจะหยุดหนังเพื่อแคปเก็บไว้เป็นวอลเปเปอร์โทรศัพท์ ทุกองค์ประกอบผสานเข้ากันอย่างเหมาะเจาะในทุกๆฉาก จนทำให้ผู้ชมตกตะลึงในความอลังการได้ตั้งแต่เริ่มจนจบ ทำให้เรื่องนี้ขึ้นแท่นเป็นหนังในดวงใจใครหลายคนไปอีกนาน

The Grand Budapest Hotel (2014)

อีกหนึ่งผลงานของเวส แอนเดอร์สัน ผู้กำกับในดวงใจตลอดกาลของชาวอาร์ตได ครั้งนี้ก็ยังสร้างความมหัศจรรย์ในโทนสีได้อย่างเช่นเคยด้วยธีมของโรงแรม เนื้อเรื่องเปิดด้วยเจ้าของโรงแรมได้เล่าย้อนไปถึงช่วงเวลาที่ยังเป็นล็อบบี้หนุ่มน้อย มีพนักงานต้อนรับชื่อ”กุสตาฟ” ซึ่งมีคารมคมคายจนเป็นที่เสน่หาของหญิง(ชรา)ที่เข้ามาพัก

ต่อมาหนึ่งในสาวที่เคยมีความสัมพันธ์ด้วยได้ถูกฆาตกรรมอย่างปริศนา กุสตาฟถูกใส่ร้ายว่าเป็นผู้ฆ่า เรื่องราวสนุกๆ จึงได้เริ่มต้นขึ้น วิธีการไล่ล่า การหลบหนี และการคลี่คลายคดีที่สุดแสนจะเซอร์เรียลแต่ก็ไม่มากเกินไปนักเมื่อเป็นหนังของเวส ความตลกร้ายพอให้ขบขันและนึกโชคดีที่เป็นไปไม่ได้จริง โทนสีในแต่ละฉากที่ต้องร้องกรี๊ดออกมาเบาๆ เมื่อเห็น ทำให้เรื่องนี้เป็นหนังโปรดของใครหลายคน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ตาม

The Great Gatsby (2013)

ในยุค 1922 ที่ดนตรีแจ๊สรุ่งเรืองถึงขีดสุด นักเขียนหนุ่ม “นิค คาราเวย์” มีเพื่อนบ้านเป็นมหาเศรษฐี “เจย์ แกตสบี้” ผู้มีงานอดิเรกคือการจัดงานเลี้ยง ไม่ใช่เพื่อรื่นเริงสังสรรค์ แต่เพราะเขาหวังว่าจะได้พบกับคนรักอีกครั้ง เมื่อนิคและแกตสบี้ได้รู้จักกันมากขึ้น ก็ยิ่งค้นพบเรื่องราวของความผิดหวัง การแข่งขัน การดิ้นรนและเปรียบเทียบชนชั้นอย่างชัดเจน

แม้จะเป็นหนังที่ดำเนินเรื่องได้อย่างค่อนข้างเนิบนาบในบางตอน แต่บทและการแสดงของนักแสดงที่ทรงพลังก็ยังชวนให้เราดูจนจบได้อย่างน่าประทับใจ ไม่เพียงแต่จะมอบข้อคิดเกี่ยวกับความเป็นวัตถุนิยมและการมุ่งมั่นเพื่อความรักให้เราได้เท่านั้น แต่ภาพและโปรดักชันก็เรียกได้ว่ามีคุณภาพแน่นทะลุจอออกมาเลยทีเดียว แนะนำว่าถ้าดูด้วยระบบสามมิติจะได้อรรถรสของสีที่คมมากยิ่งขึ้น

The Secret Life of Walter Mitty (2013)

ไม่ใช่แค่ภาพสวย แต่หนังเรื่องนี้ยังทำให้ต้องเราลุกออกไปทำอะไรสักอย่างที่ออกจาก comfort zone เชื่อว่าใครหลายคนต้องเคยมีภาพจินตนาการแบบที่ “มิตตี้” พนักงานบริษัทนิตยสารท่องเที่ยว ที่ต่อมาได้เปลี่ยนไปทำนิตยสารออนไลน์ ทำให้โครงสร้างบริษัทเปลี่ยน และต้องลดพนักงานบางส่วนไป

มิตตี้ผู้ซึ่งใช้ชีวิตอย่างจำเจจนต้องสร้างภาพถึงช่วงเวลาโลดโผนเกินจริงเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตในแต่ละวัน ได้ทำรูปหน้าปกนิตยสารแบบตีพิมพ์ฉบับสุดท้ายหายไป เขาจึงเริ่มต้นออกตามหา “ณอน” นักถ่ายรูปและนักผจญภัยที่เขาเคารพ ในตอนจบหนังเรื่องนี้ทำให้เราได้รู้ว่า ไม่ว่าตอนท้ายมิตตี้จะตามหารูปเจอหรือไม่ แต่สิ่งที่เขาค้นพบอย่างแน่นอนก็คือตัวเอง ผ่านการเดินทางและผจญภัยในแต่ละที่ ที่เกินกว่าคำว่าธรรมดาไปมากโข

 

 

TAG : movie , visual
Writer Profile : cozepond
Blog : Social Media : Facebook, Twitter
View all post
สรรพสามิตศึกษาแนวทางเก็บภาษี 'เกม เพลง หนัง ออนไลน์' ชี้เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย

สรรพสามิตศึกษาแนวทางเก็บภาษี 'เกม เพลง หนัง ออนไลน์' ชี้เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย

7 หนังแนะนำสำหรับคนที่ชอบ La La Land ควรดู

คอนเฟิร์ม !! Star Wars : Episode VIII จะใช้ชื่อว่า "The Last Jedi"

House RCA ชวน "คนโสด" มาชมหนังรักก่อนวันวาเลนไทน์ !! รับฟรีโปสเตอร์พร้อมกระดาษซับน้ำตา

5 ความน่าดูของ BRIGHT (ไบรท์) หนังใหญ่เรื่องใหม่จาก Netflix

อีธาน ฮันท์ ควรทำประกันอะไร ? Mission: Impossible – Fallout

What would SUPERHERO look like as the opposite sex? Take a look in our Magic Mirror to see.

พาไปดู “โรงภาพยนตร์แห่งอนาคต”  ใหม่แกะกล่อง! กับ SF Cinema สาขา Cosmo Bazaar เมืองทองธานี

พาไปดู “โรงภาพยนตร์แห่งอนาคต” ใหม่แกะกล่อง! กับ SF Cinema สาขา Cosmo Bazaar เมืองทองธานี

BNK48 กับ โลกภาพยนตร์ เส้นทางในอนาคตของเหล่าสาวๆ

8 บทบาทจากภาพยนตร์ของ 'Emma Stone' ชอบลุคไหนกันมากที่สุด ?

Ghost in the shell ฉบับภาพยนตร์มาแล้ว แสดงนำโดย Scarlett Johansson

รวมหนังรักต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส สำหรับคนโสดที่ต้องนอนเหงาอยู่บ้าน

12 หนัง GTH ต่อไปนี้ คุณรู้หรือไม่ว่า "เต๋อ" หรือ "ซันนี่" เป็นพระเอก ??

เตรียมความพร้อมก่อนดู Death Note: Light Up the NEW World