รีวิวฝึกงาน : ฝึกงานกับ Mango Zero ได้อะไรกลับมาโม้มากกว่าที่คิด!

Writer : mindgo

: 27 มีนาคม 2563

ช่วงชีวิตในมหาวิทยาลัย หลายคนคงผ่านการฝึกงานกันมาบ้างใช่ไหมล่ะ เราเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ได้มาใช้ชีวิตในฐานะเด็กฝึกงานที่ Mango Zero เป็นเวลาถึง 3 เดือนเต็ม! ใครกำลังลังเลหาที่ฝึกงานอยู่ ถ้าไม่เข้ามาอ่านระวังจะพลาดของดีนะ

สวัสดีค่ะ เราชื่อมายด์ มาจากภาควิชานิเทศศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปี 4 วันนี้เราจะมาแชร์ประสบการณ์ฝึกงานในฐานะ Content Creator ประจำ The Zero Junior รุ่นที่ 4 ให้ทุกคนได้รู้กัน เพราะหลายคนคงสงสัยใช่ไหมล่ะ ว่าการฝึกงานในตำแหน่งนี้ทำอะไรบ้าง บรรยากาศเป็นยังไง เอาล่ะ เตรียมขนมมากินแกล้มและฟังเราโม้ยาวๆ ไปเลย!

บรรยากาศการทำงาน

อย่างที่บอกว่าเรามาฝึกงานฝ่าย Content Creator หลายคนคงคิดว่าเราจะต้องนั่งพิมพ์งานอยู่หน้าคอมจนเป็นออฟฟิศซินโดรมใช่ไหม? ข้อนี้ขอตอบว่าใช่ค่ะ แต่! การทำงานที่นี่ไม่ได้มีแค่นั่งหน้าเคร่งเครียดอยู่หน้าคอมรอเวลาพักกลางวันอย่างเดียว

เพราะทุกคนจะลุกไปหาแรงบันดาลใจเพื่อจุดประกายความคิดในการเขียนคอนเทนต์ ไม่ว่าจะลุกไปทักทายเพื่อนโต๊ะอื่น เดินแจกขนม ตีปิงปอง เล่นสนุกเกอร์ และถ้าถามว่าอะไรที่เครียดสุดในการทำงาน ก็คงเป็น “วันนี้กินอะไรดี” มากกว่า… ทีนี้ก็พอจะรู้แล้วใช่ไหมล่ะว่าบรรยากาศการทำงานที่นี่เป็นยังไง

ที่นี่ทุกคนอยู่กันเหมือนพี่น้องเลยค่ะ ใครจะออกไปซื้อของกินก็มาชวนกันไป แถมวันไหนเป็นวันเกิดใครพี่ๆ เขาก็จะจัดเซอร์ไพรส์โดยการซื้อขนมมาแฮปปี้เบิร์ธเดย์ ข้อดีตรงนี้คือทุกๆ คนก็จะได้กินขนมฟรีนั่นเอง เย่

และด้วยความที่เป็นออฟฟิศที่ไม่เหมือนออฟฟิศเท่าไหร่ เพราะสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ทำให้การทำงานในแต่ละวันไม่น่าเบื่ออีกต่อไป ทุกวันที่ไปทำงานเรียกได้ว่าเหมือนอยู่เกสท์เฮ้าส์มากกว่าออฟฟิศซะอีก

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น! มาพูดถึงบรรยากาศการทำงานกันบ้างดีกว่า เพราะเรามาฝึกเป็น Content Creator งานเลยไม่ได้เครียดมาก แถมยังมีพี่ๆ ทุกคนคอยให้คำปรึกษาและช่วยเหลือตลอด พี่ๆ ให้โอกาสเราได้เสนอความคิดเท่าๆ กันหมดเสมอ แถมตั้งใจฟังเราจริงๆ ทำให้ไม่รู้สึกว่าเราเป็นแค่เด็กฝึกงาน

ปกติเราเป็นคนค่อนข้างพูดน้อยกับคนที่ไม่ค่อยสนิท แต่พอมาอยู่ที่นี่ก็กลายเป็นคนที่ดูพูดเยอะกว่าปกติเฉยเลย เพราะความที่พี่ๆ และเพื่อนๆ ค่อนข้างเป็นกันเองมากเลยทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดเวลาทำงานหรือเวลาที่ต้องคุยเล่นด้วย และไม่ต้องห่วงว่าทำงานที่นี่แล้วจะเครียด เพราะบางทีพี่ๆ ก็จะมีวงดนตรี ตี้บอร์ดเกมส์ให้เลือกจอยกันได้ตามความชอบ แค่ฟังก็สนุกแล้วใช่ไหมล่ะ

 

หน้าที่อันยิ่งใหญ่

มาถึงด้านหน้าที่กันบ้าง แน่นอนว่ามาฝึกคอนเทนต์ สิ่งที่ได้รับมอบหมายหลักๆ เลยก็คือการคิดและเขียนคอนเทนต์ออกมา โดยในแต่ละวันจะมีการประชุมแมงโก้ เพื่อเป็นการสรุปประเด็นสำคัญประจำวัน และมอบหมายหน้าที่ให้แต่ละคนในทีม ซึ่งเราค่อนข้างประทับใจการประชุมมาก เพราะที่นี่โต๊ะประชุมไม่ใช่สถานที่แต่เป็นผู้คน เราสามารถมูฟไปได้ทุกที่ๆ อยากประชุม ทั้งโต๊ะสนุกเกอร์ หรือแม้แต่การยืนประชุมล้อมอยู่ที่โต๊ะใครสักคน

กระบวนการทำงานหลักๆ คือ เมื่อเรามีหัวข้อเสนอไปกลางวงแล้ว พี่ๆ ก็จะช่วยตบหัวข้อ เสนอแนวทางให้เพิ่มเติม ตรงนี้ถือว่าเราได้เปิดกว้างและมีอิสระทางความคิดสร้างสรรค์มาก พี่ๆ ไม่ปิดกั้นเลย เป็นอารมณ์แบบ “อันนี้น่าสนใจ ดี น่าสนุก ทำเลย! ”

พอเราเขียนเสร็จก็จะส่งต่อให้กราฟิกทำรูปประกอบต่อ ซึ่งรูปเนี่ยเราก็ออกแบบได้ฟรีสไตล์มากๆ บางคอนเทนค์เรียกได้ว่าเขียนเอง ถ่ายเอง แสดงเองหมดเลย และมันดีมากๆ เพราะมันเป็นสิ่งที่เราก็ไม่คิดว่าจะได้ทำ และคงไม่มีโอกาสได้ทำอะไรแบบนี้บ่อยๆ แน่

นอกจากการคิดคอนเทนต์ อยู่ที่นี่ยังได้เพิ่มพูนซูเปอร์มัลติสกิลรอบด้านมากๆ ที่สนุกคือเวลาได้ออกไปข้างนอกไปทำข่าว ทำคอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็นรีวิวอาหาร หรือทำข่าวเปิดตัวสินค้าต่างๆ หรือแม้กระทั่งงานอีเวนต์ แมงโก้เองก็ได้จัดงาน Idol Festival ไปเมื่อปลายปีที่แล้ว งานนี้เราก็ได้มีบทบาทในการเป็น AR หรือผู้ช่วยดูแลศิลปินนั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีออกกอง รับจ๊อบเป็นฝ่าย Makeup & Hair และ Costume นอกเหนือจากนี้ก็มีงานยิบย่อยอย่างได้ลองอัดพอดแคสต์ ออกหน้ากล้องมากขึ้น คือได้ทำเองทุกกระบวนการ ใครจะคิดว่ามาฝึกสายคอนเทนต์จะได้ลองทำงานอะไรแบบนี้ใช่ไหมล่ะคะ สมกับเป็นบริษัทสื่อยุคใหม่ เพราะทำครบแทบจะทุกอย่างแล้วจริงๆ

 

โปรเจกต์ของเหล่าแมงโก้จูเนียร์

และแล้วก็มาถึงส่วนที่ค่อนข้างเป็นจุดที่ยิ่งใหญ่สำหรับเรา เพราะเหล่าเด็กฝึกงานจะต้องทำโปรเจกต์ร่วมกับเพื่อนๆ อีก 3 คน มีทั้งเจ้าปาล์ม ฝ่ายคอนเทนต์อีกคน เจ้านุ กราฟิก และเจ้าฟิ ตัดต่อวิดีโอ ซึ่งแน่นอนว่าเหมือนการทำงานกลุ่มขึ้นมาโปรเจกต์นึงเลยค่ะ อันนี้เราจะได้ทำเองตั้งแต่คิดหัวข้อ วางแผน ลงมือทำ โดยมีพี่ๆ เมนเทอร์ที่คอยไกด์และให้คำแนะนำต่างๆ อยู่เสมอ รวมไปถึงพี่ๆ คนอื่นด้วย กว่างานจะออกมาสักชิ้น เรียกว่าปรึกษาแทบทั้งบริษัท มีวันนี้ได้เพราะพี่ๆ เลย!

ถึงการทำโปรเจกต์สำหรับเราจะยังรู้สึกว่ามีปัญหาอยู่มากมาย อาจเป็นเพราะเราเองก็อ่อนประสบการณ์ด้วย ต้องยอมรับเลยว่าไม่เคยต้องเป็นแม่ทัพขนาดนี้ แต่พอมองย้อนกลับไปมันกลายเป็นสิ่งที่ดีมากๆ ยิ่งเราเจอปัญหาตรงนั้น บวกกับได้รับฟังคำแนะนำของพี่ๆ อยู่ตลอด มันทำให้เราเข้าใจปัญหาและวิธีแก้มากขึ้น พอมองดูตัวเองตอนนี้ เรากลายเป็นคนที่กล้าเสนอความเห็น กล้าวางแผนมากขึ้น บางทีก็หยิบเอาข้อผิดพลาดและเทคนิคที่พี่ๆ เคยแนะนำมาใช้ได้อีกด้วย เรียกง่ายๆ คือได้เรียนรู้และเติบโตขึ้นจริงๆ ค่ะ อาจจะไม่มากมายขนาดนั้น แต่รู้สึกขอบคุณจากใจเลยนะคะ

 

สุดท้ายอยากฝากถึงพี่ๆ ทุกคนว่าขอบคุณที่ให้โอกาสได้มาฝึกงานที่นี่ หนูได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำเยอะมากๆ ถือเป็นประสบการณ์ที่จะไม่ลืมแน่นอนค่ะ แล้วก็ขอบคุณนะคะที่กล้าที่จะสอนหนู (เอ๊ะ) คอยให้คำแนะนำ คอยดูแล มาคุยมาเล่นด้วยกัน ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมาทุกคนมีส่วนช่วยให้หนูเติบโตมากขึ้นจริงๆ ค่ะ รักพี่ๆ ทุกคนนะคะ ถ้ามีโอกาสอาจจะเห็นชื่อหนูในเว็บเครือ The Zero นะคะ!

5 กิจกรรมห้ามพลาด! ที่ต้องฟาดเรียบ เมื่อมาฝึกงานที่ mango zero

5 กิจกรรมห้ามพลาด! ที่ต้องฟาดเรียบ เมื่อมาฝึกงานที่ mango zero

เมื่อ #พลังทำงาน ของ Mango Zero มีปัญหา!! รับทุกฝ่าย(เด็กฝึก)งานหนุกหนาน

รีวิว การฝึกงานที่ให้อะไรมากกว่าการฝึกงาน

6 สิ่งที่เด็กนักศึกษาควรได้ติดตัวไปหลังจากฝึกงาน

7 เรื่องจริงที่คุณจะได้เผชิญเมื่อฝึกงานในโครงการ LAB RABBIT และ MangoZero

7 เรื่องจริงที่คุณจะได้เผชิญเมื่อฝึกงานในโครงการ LAB RABBIT#2 และ Mango Zero

5 ความประทับใจ ที่ Mango Zero มีให้กับน้องฝึกงาน

ความทรงจำดีๆ ในการฝึกงานที่ Mango Zero

ความทรงจำดีๆ ในการฝึกงานที่ Mango Zero

เรื่องราวของเราใน 67 วันกับการฝึกงานที่ Mango Zero

mango zero intern diary บันทึก (ไม่) ลับ ฉบับเด็กฝึกงาน

สิ่งที่ฉันได้ทำเมื่อฝึกงานที่ Mango Zero

The Zero Junior : The real prelude to my twentysomething

5 บทสรุปโครงการ K Capstone2 กับการฝึกงานที่ไม่ธรรมดา

5 สิ่งที่ได้เจอเมื่อมาฝึกงาน ‘ฉบับเด็กฝึกงานโคตรจ๊าบ’