category บันทึกความประทับใจที่ได้ฝึกงานที่ Mango Zero ฉบับน้อง The Zero Junior #6 (ยุคโควิด 2.0)


: 11 เมษายน 2564

ก่อนที่จะเริ่มคอนเทนต์นี้ก็มาแนะนำตัวครั้งสุดท้ายกันก่อนดีกว่า เราชื่อมิวนิคนะคะ อายุ 22 ปี พึ่งจบหมาด ๆ มาจากคณะนิเทศศาสตร์ สาขาวารสารศาตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งช่วงระหว่างที่รอรับปริญญาว่าง ๆ ในยุคโควิด เราก็อยากจะเรียนรู้ประสบการณ์ให้มากขึ้นเลยมาสมัครเป็นเด็กฝึกงานโปรเจค The Zero Junior รุ่นที่ 6 ในตำแหน่ง Content Creator นั่นเอง

และเวลาสามเดือนผ่านไปก็ไวเหมือนโกหกเลย ชาว The Zero Junior #6 อย่างเราก็ถึงเวลาสิ้นสุดการเป็นเด็กฝึกงานจนได้ ดังนั้นแล้วในคอนเทนต์สุดท้ายนี้ เราจะมานั่งลิสต์บันทึกความประทับใจที่ได้มาฝึกงานที่ Mango Zero แห่งนี้ จะมีอะไรบ้างไปอ่านกันเลย!

 

ความประทับใจที่ 1 : เป็นเด็กฝึกงานคนแรกที่ได้ฝึกงานแบบ Work From Home 

มาถึงความประทับใจแรกก็ฮาเลย เพราะเริ่มเรื่องมันมีอยู่ว่าเราเป็นเด็กที่บ้านอยู่สมุทรสาครค่ะ ซึ่งทุกคนก็คงจะจำกันได้ใช่ไหมว่าช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา สมุทรสาครถือเป็นจังหวัด โอเค นัมเบอร์วัน เรื่องยอดติดเชื้อโควิดที่มียอดติดเชื้อสูงสุดในประเทศเลย ติด ๆ กันไปร่วมหมื่นได้

ทำให้เราไม่สามารถเดินทางออกจากจังหวัดหรือพกความเสี่ยงไปทำงานที่ออฟฟิศกับพี่ ๆ เพื่อน ๆ ทีมแมงโก้ได้เลย แง (ไทม์มิ่งประจวบเหมาะพอดี น้ำตาจะไหล) เวลาประชุมก็ต้องผ่านออนไลน์ ทำงานผ่านออนไลน์ เรียกได้ว่าอยู่บ้านแสตนด์บายทำงานไปแบบหดหู่สุด ๆ 

ซึ่งมันมีข้อดีในเรื่องที่เราได้เซฟตัวเอง เซฟทุกคนที่ทำงาน ไม่ต้องเอาตัวเองออกไปเสี่ยงเชื้อ แต่ข้อเสียมันก็ทำให้เรารู้สึกเหนื่อยกับการทำงานสุด ๆ เพราะต้องอยู่แต่ในบ้าน นั่งอยู่แต่ที่โต๊ะทำงานไม่ได้ไปเจออะไรแปลกใหม่ที่มาช่วยทำให้เกิดไอเดียต่าง ๆ ได้ ก็ต้องพยายามกันไป

และกว่าเราจะสมารถไปทำงานที่ออฟฟิศได้จริง ๆ จัง ๆ ระยะการฝึกงานก็ผ่านไปแล้วเกือบสองเดือนเลยทีเดียว ชีวิตเด็กฝึกงานยุคโควิดมันก็จะยากลำบากแบบนี้อ่านะ Y-Y

 

ความประทับใจที่ 2 : การได้ลองเป็น Content Creator คิดประเด็น ลงมือทำจริง

เกริ่นความประทับใจแรกไปแบบซึม ๆ ขนาดนั้นแล้ว มาพูดถึงงานที่ได้ทำกันดีกว่า เพราะถึงแม้จะเป็นการฝึกงานออนไลน์ไปเยอะบ้างก็นี่ก็ไม่ใช่ปัญหาหรืออุปสรรคในการทำงานแต่อย่างใด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราก็ได้ลองทำหน้าที่เป็น Content Creator จริง ๆ อย่างที่คาดหวังเอาไว้เลยล่ะ

โดยเบสิกของการทำตำแหน่งนี้ที่เราได้รับมาจะแบ่งเป็นสองพาร์ตในแต่ละวัน พาร์ตแรกคือข่าว และพาร์ตที่สองคือคอนเทนต์ โดยพาร์ตของข่าว พี่ ๆ จะมอบหมายให้เรามอนิเตอร์หาข่าวที่เป็นประเด็นน่าสนใจในแต่ละวันมาเขียนอย่างน้อยวันละ 3 ข่าว ซึ่งอาจจะเป็นข่าวที่พี่ ๆ ช่วยกันส่งมา หรือข่าวที่เราสนใจและคิดว่าคนอ่านในเว็บไซต์และช่องทางต่าง ๆ สนใจด้วย

ส่วนพาร์ตของคอนเทนต์แน่นอนว่าหน้าที่เขียนเราต้องทำเป็นหลักอยู่แล้ว ซึ่งส่วนรูปภาพจะมีทีมกราฟิกซัพพอร์ตอีกที ตรงนี้พี่ ๆ ในทีมแต่ละคนให้คำปรึกษาและเปิดกว้างในสิ่งที่เราอยากจะทำมากกกกกกกกก (เน้น ก.ร้อยล้านตัว เพราะพี่ ๆ ให้อิสระทางความคิดกับเรามากจริง ๆ)

ในประเด็นที่จะทำก็ให้คิด ถามไถ่ว่าสนใจอยากจะทำเรื่องอะไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความชื่นชอบส่วนตัว เรื่องหนังสือ การ์ตูน อนิเมะ ก็สามารถเอามาทำเป็นคอนเท้นต์ดี ๆ ได้ หรือถ้าเราคิดไม่ออก พี่ ๆ ก็จะช่วยแจกไอเดียกัน ให้อิสระในการเขียนและสอนให้เรามีวินัยในตัวเองตลอด

ซึ่งร่วม ๆ แล้วเราก็ได้ทำทั้งข่าวประจำวัน (ซึ่งหลัง ๆ เราก็ลองเน้นทำแนวบันเทิง การ์ตูน ไอดอลซะเยอะเพราะพี่ในทีมรู้ว่าเราสนใจ) ด้านคอนเทนต์ตามความสนใจ มีมากมายหลายแนวมาก ตั้งแต่ไทม์ไลน์ 4 ปี BNK48 ยันวิเคราะห์ Kimetsu no Yaiba เลย 

ปล.แม้กระทั่งสคริปต์ Tik Tok หลัง ๆ เราก็ได้มีโอกาสช่วยพี่ ๆ เขียนด้วย อย่างคอนเทนต์ของ GOT7 และโรเซ่ BLACKPINK เพราะทีมแมงโก้มีช่องทาง Tik Tok ด้วยกัน ไปติดตามกันได้! /เนียนขาย 

 

ความประทับใจที่ 3 : ก๊วนเพื่อนฝึกงานสุดหรรษา ชวนกันหาของกินในแต่ละวัน

เอาล่ะ มาถึงความประทับใจข้อนี้ก็พูดถึงแก๊งค์เพื่อน ๆ ฝึกงานที่น่ารักของเรากันดีกว่า

สำหรับ The Zero Junior #6 รุ่นของพวกเรามีทั้งหมด 6 คน คือ เรา (คอนเทนต์) เบสท์ (คอนเทนต์) ซิน (กราฟิก) ฮ่องเต้ (อีดิตเตอร์) การ์ตูน (คอนเท้นต์) ฟ้าใส (อีดิตเตอร์) เรียกได้ว่าเป็นกลุ่มเด็กฝึกงานที่พี่ ๆ รับเข้ามาในจำนวนมากที่สุดในหลาย ๆ รุ่นที่ผ่านมาเลยแหละ

ตอนแรกที่ยังไม่เจอกันจริง ๆ เพราะเราต้องอยู่ทำงานอยู่ที่บ้าน เพื่อน ๆ ทำงานกันที่ออฟฟิศ ก็มีแอบกังวลบ้างว่าตัวเองจะแปลกแยกจากเพื่อนคนอื่นในทีมมากไปมั้ยนะ แต่พอสัปดาห์ที่ได้มาออฟฟิศและทำงานเล่นด้วยกันจริง ๆ ก็คือทุกคนเฮฮามาก ทั้งชวนไปเล่นนั่นนี่ ช่วยกันทำงาน หาของกิน (บางทีก็มีแอบอู้งานเล่นเกมกันด้วย พี่ ๆ อย่าดุหนูนะคะ แหะ)

ช่วงแรกก็คอลประชุมงานกันบ่อย คอลทีสองสามชั่วโมง ไม่ใช่ว่ามีเรื่องคุยเยอะเลยนะ แต่ว่าเดดแอร์บ่อย อ่าว แต่หลัง ๆ ทุกคนก็เอนจอยกันมากเลย ยิ่งช่วงที่เราได้ไปออฟฟิศแล้วพบว่าวัน ๆ ของพวกเราก็คือ เม้าท์มอย-ประชุม-เม้าท์มอย-หาร้านเด็ดตอนพักเที่ยง-เล่นกับวัวนม (แมว CEO ประจำออฟฟิศ)

โดยรวมแล้วเป็นแก๊งค์เพื่อนกลุ่มใหม่ที่เราได้จากที่ฝึกงานแห่งนี้และคงไม่มีที่ไหนเหมือน 

 

ความประทับใจที่ 4 : ได้คำแนะนำจากพี่ ๆ ในทีมที่ใจดีและมีคอนเนคชันเพิ่มขึ้น

หลายคนที่กำลังจะลองหรือมีโอกาสได้เป็นเด็กฝึกงานของบริษัทใดก็ตาม น่าจะต้องเคยแอบคิดว่าตัวเองจะเข้ากับพี่ ๆ ในที่ทำงานได้ไหมนะ ยิ่งเราที่ฝึกงานแบบไม่ได้เคยเจอตัวจริงของทุกคนได้ทีมไป 2 ใน 3 ของเวลาทั้งหมดแล้วยิ่งแพนิกเข้าไปใหญ่เลยล่ะ

แต่ก็อยากจะบอกว่าการได้เข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกของทีมแมงโก้ทำให้เราได้รู้จักกับพี่ ๆ ที่ใจดีทุกคน และพี่ ๆ ที่ชวนเราทำเรื่องสนุก ๆ เต็มไปหมดเลยล่ะ เพราะพี่ในทีมแมงโก้นั้นคุยง่ายมากกกกก สุดยอดของความเฟรนลี่เลย และยังคอยสอน มอบงานที่เราไม่เคยได้ทำ พร้อมให้คำปรึกษาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัวก็ด้วย (ยกเว้นเรื่องเงินไม่เคยถามนะคะ)

แล้วพอเรามาเจอพี่ ๆ ที่ออฟฟิศทุกคน ด้วยเพราะเราเป็นคนที่รู้จักคนน้อยด้วย พอได้มาเจอการต้อนรับดี ๆ จากพี่ในทีมทุกคนก็เลยรู้สึกประทับใจเข้าไปใหญ่ ไม่ว่าจะเวลาทำงาน หรือเวลาคุยเล่นกันเรื่องอนิเมะ การ์ตูน วงที่ติ่ง ก็ยิ่งสนุกมาก 

รวม ๆ แล้วรู้สึกเลยว่าถึงแม้งานหลายครั้งจะหนัก แอบกดดันตัวเอง แต่ก็ยังมีพี่ ๆ คอยซัพพอร์ตเป็นกำลังใจให้ และเพื่อน ๆ เด็กฝึกงานคนอื่นก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน

ปล.แถมช่วงท้าย ๆ ฝึกงาน พี่เอ็มยังมีกิจกรรมพาทีมแมงโก้และน้องฝึกงาน The Zero Junior #6 ไปรวมพลยิงเลเซอร์กันที่สยามด้วย บอกเลยว่าสนุกกระชับมิตรสุด ๆ ทีมแมงโก้สุดยอด

 

ความประทับใจที่ 5 : ได้เจอ CGM48 และได้ไปดูเธียเตอร์ BNK48!

สำหรับความประทับใจนี้เรียกได้ว่าแอบอิจฉาตัวเองเบา ๆ เพราะตอนที่เรามาสัมภาษณ์งานที่นี่ เราก็ได้บอกไปว่าตัวเองก็ชอบและติดตาม 48 Group เอาเรื่องอยู่เหมือนกันเลยล่ะ 

แต่ก็น่าเสียดายไปนิดนึงงงงง ที่ช่วงต้นปีช่วงเราต้องติดฝึกงานอยู่กับที่บ้าน ดันตรงกับช่วงที่ BNK48 เดินสายมาโปรโมตเพลง ‘Warota People’ ที่แมงโก้ด้วย! อดไปและอดเจอ แป่ว พี่ ๆ ถึงกับแซวเลยว่าเสียดายที่มิวนิคไม่ได้มาเจอเมมเบอร์กับเขาด้วย แง

ในช่วงระหว่างนี้เองเราก็ได้มีโอกาสเขียนข่าวเกี่ยวกับ BNK48 หลายข่าวเลย ข่าวโปรโมตหนังเอย ข่าวอัปเดตเอย (รวมไปถึงข่าวแกรดของโอชิตัวเอง อย่างน้องมิวนิคด้วย องค์หญิงของพี่ ; _ 😉 อีกทั้งยังได้ทำคอนเทนต์ครบรอบ 4 ปี BNK48 ที่ถึงกับรวบรวมข้อมูลจนตาแฉะเลยทีเดียว

แต่เมื่อตั้งใจทำงานต่อมาจนถึงช่วงที่จะจบฝึกงานพอดี ในที่สุดเราก็มีโอกาสที่ได้เจอทั้ง BNK48 และ CGM48 เสียที!!! 

โดยเริ่มจากเราได้ไปงาน BNK48 & CGM48 We Talk To You 2021 ที่เป็นงานประกาศตารางแพลนที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ของ BNK48 และ CGM48 มาเขียนสรุปเรียกน้ำย่อยให้กับแฟน ๆ กัน งานนี้ได้เจอทั้งมิวสิค เจนนิษฐ์ อร วี โมบายล์ เลย

ต่อมาเป็นคิวเดินสายโปรโมตของ CGM48 กับซิงเกิลที่ 3 ที่เป็นออริซองอย่าง ‘มะลิ’ โดย รินะ คนิ้ง ฟอร์จูน แชมพู นีนี่ มามิ้งค์ ได้แวะมาถึงออฟฟิศฐานทัพแมงโก้ เราก็ด้วยความอยากเจอ และโอชิน้องคนิ้ง และน้องแชมพู พี่ ๆ ก็ชวนมาเป็นลูกทีมตัวน้อย ๆ ในสตูดิโอถ่ายทำเล็ก ๆ

และงานสุดท้ายกับการไปดูเธียเตอร์ BNK48 ครั้งแรก! กับสเตจเปิดตัวเปิดตัวรุ่นที่ 3 “Ganbare! Kenkyuusei” ที่เฌอปรางเป็นโปรดิวเซอร์ ตื่นเต้นมากกกกกก เปิดประสบการณ์ดูเธียเตอร์ที่ประทับใจขั้นสุด 

แถมงานนี้ก็ยังได้เจอโอชิอีกแล้ว! น้องแพมแพม รุ่นที่ 3 น่ารักมากจริง ๆ ค่ะ ใครยังไม่เคยดูก็ไปดูกันได้นะ ขายรีวิวสเตจไว้เลยตรงนี้ ต้องไหปตำ!! <<รีวิว สเตจเธียเตอร์เทรนนี BNK48 “Ganbare! Kenkyuusei” พยายามเข้านะ! เค็งคิวเซย์>>

 

สุดท้ายการได้มาเป็นเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งก็รู้สึกขอบคุณในทุกโมเม้นต์ดี ๆ ที่พี่ ๆ ในทีมแมงโก้และเพื่อน ๆ ฝึกงานมอบให้ ทุกความประทับใจมากมายที่เกิดขึ้นล้วนเป็นความทรงจำที่ดีกับเรามากจริง ๆ ใครอยากจะลองมาเจอความประทับใจแบบนี้ก็ลองมาสมัครเข้ามากันดูนะ!

Writer Profile : Jiratchaya Laosakul
The Zero Junior #6 ผู้คลั่งรักเกิร์ลกรุ๊ป ชอบอ่านมังงะ เวลาว่างดูอนิเมะ เป็นเด็กวารสารที่ชื่นชอบงานเขียนและมีความฝันว่าอยากจะเปิดร้านหนังสือเป็นของตัวเองในสักวัน
View all post