category คุยกับ “5 กิจการเพื่อสังคม” ผู้ชนะ ‘Banpu Champions for Change ปีที่ 8’ มุ่งเปลี่ยนแปลงสังคมด้วยธุรกิจ


: 18 ธันวาคม 2561

กิจการเพื่อสังคมมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ส่วนหนึ่งขับเคลื่อนโดยคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่นำไอเดียและความคิดสร้างสรรค์มาต่อยอดให้เกิดธุรกิจแนวใหม่ ที่เข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงดีๆ ให้กับสังคม

ซึ่งบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจด้านพลังงานแบบครบวงจรแห่งเอเชีย-แปซิฟิก ที่มุ่งมั่นพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน และ สถาบัน ChangeFusion องค์กรไม่แสวงผลกำไร ยังคงเดินหน้าผลักดันและสนับสนุนผ่านโครงการ “พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8

โดยล่าสุดได้เปิดตัวผู้ชนะจากโครงการฯ ดังกล่าว ในงานแฟร์ Impact Day : พื้นที่แห่งโอกาสของคนรุ่นใหม่ ซึ่งนอกเหนือจากประกาศรายชื่อผู้ชนะ ภายในงานยังมีกิจกรรมมากมายให้คนทั่วไปมาร่วมสนุก หาความรู้ และทำความรู้จักกับกิจการเพื่อสังคม

ไม่ว่าจะเป็น เสวนาเพื่อคนรุ่นใหม่แชร์ประสบการณ์การทำกิจการเพื่อสังคม SE School Live Consultation เปิดโอกาสให้ร่วมพูดคุยกับรุ่นพี่จากโครงการฯ เวิร์กชอปต่างๆ รวมไปถึง Fashion for Change แฟชั่นโชว์รูปแบบใหม่ที่มุ่งสร้างการรับรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในวงการแฟชั่นและสังคม

จากความเชื่อของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ที่ว่า “พลังความรู้ คือ พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา” ในปีนี้จึงมีการพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ชื่อว่า  SE.School (Social Enterprise School) สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมแห่งแรกในประเทศไทยขึ้น

ซึ่งโครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม ปีที่ 8 หรือ Banpu Champions for Change 8 ได้นำแพลตฟอร์มออนไลน์นี้มาเป็นหนึ่งในเครื่องมือช่วยเสริมความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกิจการเพื่อสังคมให้กับผู้ที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ ในปีนี้ หลังจากผ่านขั้นตอนการสมัครและคัดเลือก ผู้ที่ผ่านเข้ารอบจะได้เข้าร่วมเวิร์กชอปและกิจกรรมต่างๆ กับรุ่นพี่ในโครงการและวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ

ที่จะช่วยให้พวกเขาได้ตกผลึกไอเดีย พัฒนากิจการอย่างเป็นระบบ และสร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจ สำหรับ 5 กิจการเพื่อสังคม ผู้ชนะเลิศในปีนี้มีใครบ้างนั้น ไปดูได้เลย

5 กิจการเพื่อสังคม โดยคนรุ่นใหม่ รวมพลัง เทใจช่วยเปลี่ยนแปลงสังคม

จากที่เกริ่นกันไป ครั้งนี้เรามีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ชนะทั้ง 5 กิจการเพื่อสังคมด้วยแหละ โดยแต่ละธุรกิจก็ตอบโจทย์สังคมแตกต่างกันออกไป แต่พวกเขามีเป้าหมายเดียวกัน คือ ใช้ธุรกิจของพวกเขาเป็นพลังเพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้แก่สังคม

Vanta (วันทา)

เกรียงไกร บุญเหลือ

2 คู่รักหนุ่มสาว ที่หันหลังให้กับชีวิตเมืองกรุง มุ่งหน้าสู่จังหวัดสุรินทร์ ผันตัวเป็นเกษตรกร ทำเกษตรอินทรีย์กว่า 5 ปี เล็งเห็นปัญหาว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ในพื้นที่เป็นผู้สูงอายุ และมีอาชีพทำนาเป็นหลักซึ่งรายได้ไม่คงที่ จึงเกิดไอเดีย ใช้ความถนัดของคนในชุมชนนั่นคือการทอผ้า มาต่อยอดเป็นอาชีพที่สอง พร้อมส่งเสริมให้ชุมชนปลูกต้นไม้เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการย้อมสีธรรมชาติ ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสร้างรายได้เสริมให้กับคนในชุมชนระยะยาว

โมเดลทางธุรกิจ

เกรียงไกรVanta (วันทา) เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าฝ้ายออร์แกนิค ทอมือและย้อมด้วยสีธรรมชาติ ผลิตโดยเกษตรกรผู้สูงอายุในชุมชน จ.สุรินทร์ มีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้ สร้างงานให้กับคนในชุมชน และลดความเสี่ยงจากอาชีพเกษตรกรที่มีรายได้ไม่แน่นอน ส่วนเป้าหมายในระยะยาวคือส่งเสริมให้ชุมชนปลูกต้นไม้เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการย้อมสีธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวและเป็นรายได้เสริมให้กับคนในชุมชน

พบปัญหาอะไรบ้าง แล้วมีวิธีการแก้ไขอย่างไร

เกรียงไกร : บอกเลยว่าแรกๆ ค่อนข้างยากเพราะกว่าชาวบ้านในพื้นที่จะเข้าใจในสิ่งที่เราทำ มันต้องใช้เวลา เริ่มแรกลงพื้นที่เพื่ออธิบายถึงข้อเสียเกี่ยวกับการใช้สารเคมีสำหรับย้อมสีผ้า ว่ามันอาจจะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวแล้วยังเสียรายจ่ายในการรักษาตัวอีก

หลังจากนั้นจึงเริ่มมีคนสนใจ จากคนสองคนก่อนแล้วขยับมาเรื่อยๆ เมื่อรวมกลุ่มได้แล้วก็เริ่มออกแบบ ผลิตและหาตลาด เบื้องต้นก็มองหาคำแนะนำจากผู้รู้จริงแล้วนำมาปรับแก้ไขเพื่อให้สินค้าตอบโจทย์ทั้งผู้ซื้อและผู้ใช้

อนาคตจะขยายกิจการไปทิศทางไหน

เกรียงไกร : อยากให้กิจการอยู่รอด ชาวบ้านสามารถพึ่งพาตัวเองได้ พยายามออกแบบสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้ตอบโจทย์ตลาด พร้อมขยายตลาดบนช่องทางออนไลน์ และอยากให้ชุมชนปลูกต้นไม้ให้มากขึ้น ให้ชาวบ้านเก็บรักษาต้นไม้เหล่านี้เอาไว้เป็นมรดกให้ลูกหลาน

เพิ่มเติม : Vanta

Gonfai (ก้อนฝ้าย)

บีม ปิชญา ตะนอย

บีมจากพื้นเพชาติพันธุ์ลัวะผู้คลุกคลีกับชุมชนมาตั้งแต่เด็ก มองเห็นปัญหาว่าสินค้าของกลุ่มชาติพันธุ์ขายไม่ได้ราคาแล้วยังไม่เป็นที่ยอมรับ

จึงลุกขึ้นมาเริ่มแปรรูปและออกแบบสินค้าให้ตอบโจทย์ตลาดมากขึ้นภายใต้ภูมิปัญญาหัตถกรรมที่มีอยู่ พร้อมหาช่องทางจัดจำหน่ายทั้งทางออนไลน์และหน้าร้านเพื่อให้ชาวบ้านในชุมชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น

จุดเริ่มต้นของกิจการเพื่อสังคม

ปิชญา : เนื่องจากว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มชาติพันธุ์ ในตอนเด็กๆ เราเห็นพ่อแม่ที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์พยายามเอาของมาขายแต่มันไม่มีจุดขายที่โดดเด่น เพราะว่าสินค้าทำออกมาแบบดั้งเดิม เสื้อผ้าก็พื้นๆ

พอนำไปขาย จึงไม่ค่อยมีตลาดรองรับ คนก็ไม่ให้ความสนใจ เพราะเขายังไม่รู้จักกลุ่มชาติพันธุ์ นอกจากนี้ชาวบ้านก็ถูกเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง คือทำได้แค่ผลิตสินค้าแต่ไม่ได้ค่าแรง

พอเห็นตรงนี้เราเลยมองเห็นปัญญาและไม่อยากให้กลุ่มชาติพันธุ์ถูกเอารัดเอาเปรียบอีก จึงมาคิดหาวิธีที่จะทำให้ชาวบ้านมีรายได้จากงานหัตถกรรม

อีกหนึ่งปัญหาที่พบเจอคือ การที่เด็กๆ คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยให้ความสนใจงานหัตถกรรมเพราะว่ารายได้น้อย จึงเลือกทำงานในเมือง ทำให้คนแก่ในชุมชนจำนวนมากไม่มีคนดูแล เกิดปัญหาในระยะยาว

เราเล็งเห็นปัญหาเหล่านี้และอยากช่วยแก้ปัญหา จึงเกิดเป็น ‘ก้อนฝ้าย’ ธุรกิจที่สร้างทางเลือกให้คนในชุมชน ให้สามารถหารายได้ได้ด้วยตัวเองโดยในท้องที่โดยไม่ต้องลงไปทำงานในเมือง แม้แต่เด็กๆ ก็สามารถทำงานกับเราได้ อย่างผลิตภัณฑ์ชิ้นเล็กๆ เนื่องจากทำง่ายไม่ซับซ้อน

มันสามารถตอบโจทย์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างไร

ปิชญา : ตอบโจทย์แน่นอน เพราะว่าของทุกชิ้นมันจะมาจากฝ้ายซึ่งเป็นวัสดุที่มาจากธรรมชาติ ซึ่งของทุกอย่างเราจะไม่ทิ้งเลยหากมีชิ้นส่วนเหลือใช้เราก็นำมาผลิตเป็นของที่ระลึกอีกชิ้นได้

ซึ่งตรงนี้ก็สามารถช่วยแก้ปัญหาขยะและโลกร้อนได้ดี ส่วนด้านสังคมเรานำสินค้างานหัตถกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์มาวางขาย โดยจะถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาสอดแทรกเข้าไปในสินค้าเพื่อให้ลูกค้าได้รู้จักไปพร้อมกับอนุรักษ์ภูมิปัญญาอีกด้วย

อีกทั้งช่วยเรื่องรายได้เสริมให้กับคนในชุมชน หรือเป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพ เมื่อลูกหลานได้เห็นคุณค่าเหล่านั้นก็จะส่งเสริมให้เกิดการสืบทอดภูมิปัญญาต่อไป

จุดเด่นของกิจการเพื่อสังคมนี้คืออะไร

  1. ได้ช่วยเหลือพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ เดิมทีเราทำแค่กลุ่มชาติพันธุ์เดียวแต่ตอนนี้ได้ขยายไปอย่างกว้างขวาง และช่วยให้ชาวบ้านไม่ถูกเอาเปรียบจากนายหน้า ซึ่งจะนำไปสู่การใช้ชีวิตที่ดีขึ้น
  2. ได้ทำให้คนรุ่นใหม่ได้หันมาใส่ใจและสืบสานภูมิปัญญาดั้งเดิมของชุมชน เพื่อที่พวกเขาจะได้มีวิชาติดตัวและสามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวและตัวเองได้

ทิศทางของธุรกิจในอนาคต

ปิชญา : ในระยะยาว อยากให้เด็กชาติพันธุ์รุ่นใหม่ได้มีทางเลือกในการประกอบอาชีพ พร้อมหารายได้เลี้ยงชีพและครอบครัวได้

ส่วนทิศทางของธุรกิจจะสร้างช่องทางการขายทางออนไลน์มากขึ้น จากเดิมขายเพียงหน้าร้านเท่านั้น รวมทั้งจะพัฒนาสินค้าให้เป็นที่ยอมรับของลูกค้ามากขึ้น และเพิ่มความหลากหลายของสินค้าแต่ยังคงความเป็นชาติพันธุ์ไว้เหมือนเดิม

เพิ่มเติม : Gonfai

Craft de Quarr (คราฟท์เดอคัวร์)

ยุจเรศ สมนา

ธุรกิจมุ่งเป็นศูนย์กลางการจัดจำหน่ายสินค้าที่ระลึกจากภูมิปัญญาและงานศิลปะพื้นเมือง ผสมผสานด้วยการออกแบบสมัยใหม่ เพื่อให้สินค้าตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มากขึ้น พร้อมมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและแก้ไขปัญหาการขาดผู้สืบทอดงานหัตถกรรม

โมเดลทางธุรกิจ

ยุจเรศ : คราฟท์เดอคัวร์ เกิดขึ้นเพื่อเป็นช่องทางการตลาดให้กับสินค้าหัตถกรรมจากชุมชน ที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดเชียงใหม่

โดยมีดีไซน์เนอร์ท้องถิ่นมาต่อยอดการออกแบบสินค้า เพื่อให้ตอบโจทย์ตลาดได้กว้างมากยิ่งขึ้น ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นและเห็นคุณค่าของการทำสินค้าหัตถกรรมที่เป็นวิถีดั้งเดิม

จุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจ

ยุจเรศ : เคยพานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เข้าไปยังหมู่บ้านชาวเขา พบว่าสินค้าที่วางขายไม่ใช่สินค้าที่มาจากงานหัตถกรรมของชาวบ้านจริงๆ จึงได้เข้าไปพูดคุยกับชาวบ้านแล้วพบว่าสินค้าหัตถกรรมที่ชาวบ้านผลิตขึ้นมานั้นไม่สามารถขายได้

เนื่องจากต้นทุนสูง รวมถึงไม่เป็นที่น่าสนใจของลูกค้ามากนัก ดังนั้นจึงศึกษาอย่างละเอียด เกี่ยวกับสินค้าที่ชาวบ้านผลิตขึ้น และพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า ทำให้สินค้าที่ชาวบ้านผลิตขึ้นมานั้นสามารถขายออกไปได้โดยไม่ตกค้าง

ชาวบ้านเป็นกลุ่มชาวเขา อาจจะไม่เข้าใจกระบวนการมากนัก มีวิธีการอย่างไรที่จะสื่อสาร

ยุจเรศ : แรกๆ ก็มีปัญหาเรื่องภาษา โดยเฉพาะกับชาวบ้านที่เป็นชาติพันธุ์ เราจึงแก้ไขปัญหาโดยให้ตัวแทนที่มีความเชี่ยวชาญ สาธิตหรือทดลองทำให้ชาวบ้านดูก่อน จากนั้นค่อยเข้าไปสื่อสารเพื่อให้เกิดความเข้าใจ

ส่วนปัญหาอุปสรรคก็จะมีเรื่องของระยะเวลาในการผลิต เนื่องจากชาวบ้านจะมีกิจกรรมที่ต้องทำเป็นประจำ เช่น เกี่ยวข้าว งานศพ งานบวช ทำให้ขาดช่วงในการผลิตสินค้า ทางทีมจึงต้องวางแผนเพื่อปรับความเข้าใจให้ชาวบ้านหันมาผลิตสินค้าเพื่อให้มีของสำรองไว้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่สูงขึ้น

อนาคตข้างหน้าของธุรกิจจะไปไหนทิศทางไหน

ยุจเรศ :  จะส่งเสริมให้งานหัตถกรรมของชาวบ้านสามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว การเรียนรู้ และการสืบทอดต่อให้ลูกหลานได้ ให้สามารถนำเอางานเหล่านี้ไปสร้างแบรนด์ของตัวเองในชุมชน แล้วสร้างช่องทางตลาดบนโลกออนไลน์อีกทางเพื่อให้สินค้าเป็นที่ยอมรับของตลาดทั่วโลก

เพิ่มเติม : Craft de Quarr

Refill Station

สุภัชญา เตชะชูเชิด

จากกลุ่มเพื่อนสามคนที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผู้ตระหนักถึงปัญหาจากการใช้พลาสติก ก่อให้เกิดเป็นธุรกิจแนวใหม่ที่แก้ปัญหาขยะจากบรรจุภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าโดยไม่ต้องสร้างขยะ ด้วยการซื้อสินค้าแบบรีฟิล ให้นำบรรจุภัณฑ์มาเติมสินค้าเอง

อะไรคือสิ่งที่อยากเข้ามาแก้ไขและเปลี่ยนแปลงสังคม

สุภัชญา : Refill Station เป็นร้านค้าขายสินค้าอุปโภค บริโภคในชีวิตประจำวัน เช่น น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม โลชั่น

โดยไม่มีบรรจุภัณฑ์ให้ เพื่อให้ลูกค้าทุกคนนำภาชนะเข้ามาเติมเอง ทำให้ซื้อสินค้าได้ในราคาถูกลงกว่าเดิม ขวดเก่าก็สามารถนำไปใช้งานได้อีก และยังช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกได้ดี

แรงบันดาลใจในการเริ่มกิจการ

สุภัชญา :  พวกเราสามคนสนใจปัญหาสิ่งแวดล้อมกันอยู่แล้ว พื้นฐานเป็นคนที่ทำงานและใช้ชีวิตอยู่ในเมือง หากจะรอให้มีเวลาไปร่วมกิจกรรมรณรงค์สิ่งแวดล้อม อาจจะต้องใช้เวลานาน

แล้วทำไมเราไม่มองหาอะไรที่มันสามารถทำได้ทุกวัน จึงเริ่มจากปรับพฤติกรรมจากตัวเราก่อน จากนั้นก็กระจายไปยังเพื่อนๆ และคนทั่วๆ ไป เป็นที่มาของ Refill Station และเลือกสินค้าที่ซื้อซ้ำบ่อยๆ เช่น สินค้าอุปโภค บริโภคในชีวิตประจำวันมาจำหน่าย

เพราะเห็นว่าหากลดบรรจุภัณฑ์ในส่วนนี้ได้ ก็น่าจะช่วยลดขยะพลาสติกไปได้มาก เราอยากเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมขยะเหลือศูนย์ (Zero Waste) ให้เป็นจริง

อนาคตสามารถต่อยอดอย่างไรได้บ้าง

สุภัชญา : เราตั้งเป้าที่ทำให้การซื้อขายลักษณะนี้กลายเป็นสิ่งปกติ ไม่ใช่เรื่องแปลก แล้วคนในสังคมก็สามารถเข้าถึงได้อีกด้วย ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลาสติกและเพิ่มทางเลือกในการลดปริมาณขยะพลาสติกด้วย

เพิ่มเติม : Refill Station ปั๊มนำ้ยา

WEALTHI

ธวัชชัย อิงบุญมีสกุล

อีกหนึ่งธุรกิจแนวใหม่ในประเทศไทยที่ค่อนข้างได้รับความสนใจในสังคม ซึ่งเป็นธุรกิจการเงินส่วนบุคคล ที่ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้ารายย่อยที่มีรายได้น้อยและไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินได้

ธุรกิจนี้ค่อนข้างแปลกใหม่ มีโมเดลอย่างไร

ธวัชชัย : เวลธ์ติ เป็นธุรกิจด้านการเงินส่วนบุคคล มีโมเดลเป็นแหล่งเงินทุนทางเลือกสำหรับผู้ขาดโอกาสทางการเงิน เรามุ่งพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของคนกลุ่มนี้

โดยระบบจะวิเคราะห์ข้อมูลความน่าเชื่อถือให้แม่นยำและรวดเร็วขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขาดโอกาสทางการเงิน เช่น ความสามารถในการเข้าถึงเงินทุน ลดต้นทุนการกู้ยืมเงินเพื่อให้หลุดพ้นจากการเป็นหนี้และมีข้อมูลเครดิตและเพื่อให้มีทางเลือกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบมากขึ้น

ธุรกิจเกี่ยวกับการเงิน ทำอย่างไรให้ลูกค้าเชื่อถือและไม่กังวลเรื่องความเสี่ยง

ธวัชชัย :  เวลธ์ติ เป็นแหล่งเงินทุนทางเลือกแนวใหม่ที่ให้ลูกค้าสมัครหรือรับเงินกู้ผ่านแอพพลิเคชั่น ถือเป็นสิ่งใหม่ในประเทศไทย

ทำให้ลูกค้าหลายรายไม่คุ้นชินและเชื่อถือ ทางบริษัทจึงใช้ช่องทางการตลาดหลายๆ ทางเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้า เช่น ออกบูธแนะนำแอพฯ โฆษณาทางสื่อออนไลน์

ธุรกิจสามารถขยายไปทางไหนได้บ้าง

ธวัชชัย :  หากมีฐานลูกค้าเข้ามาใช้บริการแอพพลิเคชั่นเพิ่มมากขึ้น จะสามารถสร้างแบบจำลองในการวิเคราะห์สินเชื่อได้แม่นยำมากขึ้น จะส่งผลให้เวลธ์ติขยายเงินกู้ให้กับลูกค้าและนำไปสู่การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ

รวมทั้งสร้างความรู้เกี่ยวกับวินัยการใช้เงินและการบริหารการเงินให้กับลูกค้าเพื่อจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว สำหรับการใช้งานแอพพลิเคชั่นนั้นสามารถใช้ทางระบบแอนดรอยด์ ส่วนระบบ iOS อยู่ระหว่างการพัฒนา

เพิ่มเติม : wealthi.co

ทั้งหมดนี้ถือเป็นธุรกิจของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สามารถแก้ไขปัญหาและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้แก่สังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม

ซึ่งพวกคุณทุกคนเองก็สามารถมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงนี้ได้เช่นกัน ลองคิดนอกกรอบ เปิด ปรับ เปลี่ยนแนวความคิดของตัวเอง ไม่แน่ คุณอาจจะเป็นคนกลุ่มถัดไป ที่มีกิจการเพื่อสังคมเป็นของตัวเองและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้แก่สังคมเหมือนกับพวกเขาเช่นกัน

Writer Profile : หญิงเกศ
สตรีผู้หลงใหลในการกิน อินกับการเดินทาง หลงทางในตัวหนังสือ(นิยาย) ทำปากจือเวลาถ่ายรูป
Blog : Social Media : Facebook, Twitter
View all post
รวมความเชื่อไหว้ตรุษจีน เข้าใจง่าย สไตล์ปีหมู

รวมความเชื่อไหว้ตรุษจีน เข้าใจง่าย สไตล์ปีหมู

รู้จักกับ '3 กิจการเพื่อสังคม' ที่เปลี่ยนสังคมด้วยธุรกิจของตัวเอง ผู้ชนะจาก 'Banpu Champions for Change' ปีที่ 7

4 เหตุผลที่ไทยขึ้นอันดับ 1 ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์มากที่สุดในเอเชียตอนนี้ !!

รวม 7 ปาร์ตี้สงกรานต์ ส่องสาวสวยหนุ่มแซ่บ มันส์สุดเหวี่ยงรับหน้าร้อน

รีวิว IconSiam ห้างหรูหราแห่งใหม่ในสยามประเทศ มีอะไรบ้างที่มาแล้วต้องไม่พลาด!

เปิดจุดเช็คอินใหม่ MOOD MOTEL “ป๊อปอัพสโตร์รูปแบบใหม่” ที่เดอะมอลล์บางแค และบางกะปิ ถึง 3 ต.ค.นี้

6 สิ่งพิเศษที่คุณจะได้ เมื่อใช้บัตรเดบิต SCB M VISA  รูดวนไปอย่าได้หยุด!

นับถอยหลัง กทม.ขีดเส้นตาย  งดใช้พื้นที่และย้ายของออกจาก “เจเจกรีน จตุจักร”  ภายใน 12 ก.ย.นี้

นับถอยหลัง กทม.ขีดเส้นตาย งดใช้พื้นที่และย้ายของออกจาก “เจเจกรีน จตุจักร” ภายใน 12 ก.ย.นี้

เปิดตำนาน "ยาหม่องน้ำเซียงเพียว" แบรนด์ไทยสู่ความสำเร็จ 60 ปี

Bangkok Shopping Festival 2018 ช้อปต่อไม่ต้องรอโบนัส สินค้าลดกระหน่ำตลอดทั้งเดือนที่ Paragon, Emporium, EmQuartier

สรุปงาน 'Banpu B-Sports Thailand 2018' การแข่งขันบอร์ดเกมครั้งแรกในไทยที่ใหญ่ที่สุด

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ชวนลูกค้างดใช้ถุงพลาสติก 4 ธ.ค. วันสิ่งแวดล้อมไทย

พาชมที่จอดรถโฉมใหม่ @เดอะมอลล์บางแค กว้าง ทันสมัย ที่จอดเพียบ!!

5 ช่องทางตรวจสอบค่าฝุ่น PM 2.5 รีบโหลดไว้ติดเครื่อง!