category 4 วิธีเป็นผู้รับฟังที่ดีในยุค Digital Age

Writer : cozepond

: 22 มีนาคม 2562

ในวันหนึ่งวัน เราพูดคุยกับคนอื่นกี่ครั้ง? จำได้ไหมว่าในเเต่ละเรื่อง เราตอบคู่สนทนากลับไปว่าอะไรบ้าง แล้วเราตั้งใจฟังหรือแทรกเพื่อนทุกครั้งที่มีจังหวะ เฮ้ย! ฉันเข้าใจแก ส่วนตอนฉันเจอนะ เรื่องเป็นแบบนี้ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าคุณกำลังแชร์ประสบการณ์ให้อีกฝ่าย แต่แปลว่าคุณกำลังรับฟังอย่างผิดวิธี ถ้าอย่างนั้นวิธีการที่ถูกต้องทำยังไงล่ะ?

ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของการสื่อสารคือ เรารับฟังเพื่อโต้ตอบ ไม่ใช่เพื่อเข้าใจ

เป็นคำพูดเมื่อนานมาแล้วของ จอร์จ เบอร์นาร์ด ชอว์ เจ้าของรางวัลออสการ์และรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ซึ่งยังคงใช้ได้ในปัจจุบัน ยิ่งเมื่อเราอยู่ในยุคที่ทุกคนมีโลกออนไลน์อยู่ในมือ คนส่วนใหญ่เคยอ่านรีเสิชเรื่องต่างๆ และพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนความเห็นกับอีกฝ่ายอย่างกระตือรือร้น หรือโต้เถียงทันทีที่เห็นว่าอีกฝ่ายผิด จนบางครั้งอาจลืมไปว่า สิ่งที่อีกฝ่ายต้องการไม่ใช่คำแนะนำ แต่เป็นการรับฟัง

ลองคิดถึงสถานการณ์ว่าเรากำลังมีปัญหาถกเถียงกับคนรัก ถ้าฟังว่าอีกฝ่ายพูดอะไรมาและตอบกลับไปทันที อาจเผลอพูดสิ่งที่ทำร้ายจิตใจกัน จนบทสนทนาบานปลายและรุนแรงขึ้น แต่ถ้าเรารับฟังเพื่อทำความเข้าใจ เพราะอะไรอีกฝ่ายถึงพูดแบบนั้นออกมา เขากำลังรู้สึกหรือคิดอะไรอยู่ จะทำให้เข้าใจกันมากขึ้น และจบปัญหานั้นได้ด้วยดีในที่สุด

เริ่มเข้าใจถึงความสำคัญของการรับฟังที่ถูกต้องแล้วใช่ไหมล่ะ มาดูกันดีกว่าว่าวิธีการเป็นผู้ฟังที่ดีในยุคนี้ต้องทำอย่างไร

ไม่เล่นสมาร์ทโฟนหรือทำสิ่งอื่นไปควบคู่กับการฟัง

หลายคนเคยชินกับการ Multi-tasking หรือการทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ทำให้สุดท้ายแล้วไม่สามารถโฟกัสกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้อย่างเต็มที่ และไม่สามารถจับประเด็นที่คู่สนทนาพยายามจะสื่อได้ ทริคที่สำคัญในการบอกว่าเรากำลังตั้งใจฟังอยู่นะ คือการมองหน้าอีกฝ่าย (ไม่ต้องถึงขั้นจ้องไม่วางตานะ) เป็นอีกหนึ่งภาษาทางร่างกายที่แสดงถึงความใส่ใจ

ไม่พูดแทรกประโยค

ไม่ว่าเรื่องที่อีกฝ่ายพูด เป็นเรื่องที่เรารู้มาก่อน หรือเป็นเรื่องที่เคยมีประสบการณ์มาแล้วก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดที่อีกฝ่ายต้องการคือการรับฟังแบบจริงๆ และการพยายามทำความเข้าใจ หรือถ้าหากอยากให้คำแนะนำ ควรรอให้อีกฝ่ายพูดให้จบก่อน บางทีเมื่อจบประโยค คำแนะนำที่ควรให้อาจจะเปลี่ยนไปก็ได้นะ

ไม่รีบสรุปด้วยตัวเอง

รอให้อีกฝ่ายพูดจบประโยคด้วยตัวเอง แล้วจึงพูดทวนเรื่องเล่าเพื่อทำความเข้าใจว่าสิ่งที่เราเข้าใจนั้นถูกต้องหรือไม่  อย่าเดาอารมณ์ไปเรื่อยๆ เพราะจะยิ่งทำให้อีกฝ่ายคิดว่าเราฟังไปอย่างนั้น ไม่ได้ใส่ใจจริงๆ

เห็นต่างอย่างเข้าใจ

ไม่ใช่เรื่องผิดถ้าเราจะไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูดมา แต่ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจในเรื่องที่อีกฝ่ายพูด ลองคิดว่าถ้าเราเป็นเขา จะรู้สึกอย่างไร หรือถ้าไม่เข้าใจจริงๆลองถามย้อนกลับ เพราะเหตุการณ์เป็นแบบนี้ เธอเลยรู้สึกแบบนี้และทำแบบนี้ ใช่ไหม เมื่ออีกฝ่ายรับรู้ว่าคุณสนใจ ก็จะอยากเล่าเรื่องต่ออีกเรื่อยๆ หรือบางทีเราอาจจะเปลี่ยนเป็นเห็นด้วยกับเขาก็ได้นะ

แน่นอนว่าเราไม่เคยถูกสอนวิธีการเป็นผู้ฟัง เพราะการฟังเป็นสิ่งที่เราทำเป็นด้วยตัวเองตั้งแต่เด็ก วิธีการรับฟังที่ถูกต้องจึงต้องผ่านการฝึกฝนและเรียนรู้ สิ่งสำคัญคือการฟังด้วยทัศนคติที่ดี และแสดงถึงความตั้งใจฟังคู่สนทนาอย่างแท้จริง และข้อดีอีกอย่างหนึ่งของการตั้งใจรับฟังคนอื่นคือ เมื่อถึงตาเราบ้าง ก็มั่นใจได้เลยว่าอีกฝ่ายยินดีที่จะรับฟังเราเหมือนกัน

ที่มา : Lifehack 

Writer Profile : cozepond
Blog : Social Media : Facebook, Twitter
View all post
7 ตำนานที่อยู่ในยุคเดียวกับ Nokia 3310

7 ตำนานที่อยู่ในยุคเดียวกับ Nokia 3310

7 ไอเดียต่อยอดเงินเก็บของมนุษย์เงินเดือน เอาลงทุนอะไรได้บ้างเพื่อให้งอกเงยและมีเงินใช้ยามเกษียณ

พาไปเดินดองกี้โฮเต้ ห้าง 24 ชม. มาใหม่จากญี่ปุ่น เปิดวันนี้วันแรก!

REFILL & BULK พิกัดรักษ์โลกแห่งใหม่กลางสยาม ที่ขายทุกอย่างแบบเอาภาชนะไปเติม

ด่วน! ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ จากกรณีเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

พาไปกิน ขนมหวานสไตล์ไต้หวัน หวานน้อย อร่อย ชื่นใจ ที่ TAROTO

5 กิจกรรมสนุกๆ ที่ทำได้หากคุณมีโฮมโปรเจคเตอร์อยู่ที่บ้าน

17 หนังสือใหม่ดับ(หัว)ร้อน ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 47

17 หนังสือใหม่ดับ(หัว)ร้อน ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 47

เปิดวาร์ป Top 3 “Drag Race Thailand SS2” ก่อนแข่งรอบ Final ใครจะปั๊วะ ใครจะปังรอลุ้น!!!

We need to sleep! ทำอย่างไรเมื่อถูกความเครียดแย่งเวลานอน

รู้จักกับ TED Club เวทีที่จะช่วยให้เสียงของนักเรียนดังขึ้น

The Zero Junior : The real prelude to my twentysomething

7 เหตุผลดีๆ ที่ทำให้ระยองเป็นเมืองน่าลงทุนในด้านอสังหาริมทรัพย์

5 ไฮไลท์ไม่ควรพลาดใน Central Village - Luxury Outlet แห่งแรกของไทย