5 วิธีหนีออฟฟิศ(ซินโดรม)

Writer : cozepond

: 1 พฤศจิกายน 2562

หากพูดถึงโรคยอดฮิตของพนักงานออฟฟิศ ที่ยิ่งเป็นยิ่งแสดงถึงความนานของการทำงานออฟฟิศ นั่นก็คือ “ออฟฟิศซินโดรม” นั่นเอง  หลายคนคิดว่าอาการมีแค่ปวดตัวธรรมดาแต่ความจริงแล้วสามารถส่งผลกระทบถึง สายตา ไปจนถึงส่งผลกระทบทางอารมณ์ได้ วันนี้จึงขอแนะนำ 5 วิธีหนีอาการออฟฟิศซินโดรม ชนิดที่ว่าจะทำงานนานขนาดไหนก็ยังแข็งแรงได้!

จ้องคอมตลอดเวลา ต้องพักสายตาบ้าง

หากเป็นสายกราฟฟิค หรือนักเขียนที่ต้องจ้องหน้าจอแบบนานๆ เกินกว่า 4 ชัวโมงต่อวัน อาจทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าทางสายตา (Digital eye strain) หรือตาแห้ง ซึ่งอาจะส่งผลกระทบระยะยาวให้กับสายตาอย่างสายตาสั้นหรือยาวได้ 

ดังนั้นจึงควรพักสายตาทุก 10 นาทีหรือกะพริบตาบ่อยขึ้น เพื่อให้ดวงตาของคุณชุ่มชื้นขึ้น รวมไปถึงการจัดพื้นที่ทำงานให้มีสีเขียวบ้าง อาจเป็นการปลูกต้นไม้ใกล้ๆ หรือหามุมนั่งที่เห็นวิวและเข้าถึงแสงธรรมชาติอย่างเพียงพอ เพื่อลดอาการปวดตา นอกจากนี้ ควรลดแสงจอคอมพิวเตอร์ลง เพื่อลดแสงสีน้ำเงินซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเครียดทางตามากกว่าสีอื่นๆ 

ยืนหรือเดินขยับย้ายที่สักนิด

แม้บางวันอาจรู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปแล้วอย่างรวดเร็ว แต่รู้หรือไม่ว่าที่จริงแล้วชาวออฟฟิศใช้เวลานั่งทำงานอยู่กับที่เกือบ 7 ชั่วโมง ซึ่งการนั่งอยู่กับที่นานๆ นั้นมีผลทำให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อ และยังส่งผลให้สรีระร่างกายผิดรูปร่างอีกด้วย

ลองขยับร่างกายเปลี่ยนอิริยาบถ ด้วยการเดินไปดื่มน้ำ หรือยืนเปลี่ยนเป็นยืนทำงานบ้าง (สบายขึ้นจริงๆ ขอให้ลอง) หรือเดินไปเดินมาเล็กน้อย เพื่อยืดเส้นยืดสายผ่อนคลายกล้ามเนื้อ แขน ข้อมือและขา นอกจากจะช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจได้ดีแล้ว ยังทำให้มีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นอีกด้วย

ปรับที่นั่งตามใจ(ตัว)เรา

โต๊ะทำงานของเรา ก็ต้องปรับให้เข้าตามหลักของร่างกายเราให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้เพื่อลดการเกิดอาการเมื่อยล้า หรือการนั่งผิดท่าที่อาจทำให้ถึงขั้นเป็นโรคหมองรองกระดูกเสื่อมได้

สิ่งที่ต้องปรับก็คือ ความสูงของเก้าอี้ ที่เมื่อนั่งแล้วจะทำให้การวางแขนพอดีกับโต๊ะ  ระยะห่างระหว่างอุปกรณ์บนโต๊ะทำงานต่าง ๆ รวมไปถึงท่านั่งที่เอื้ออำนวยต่อการพิมพ์คอมพิวเตอร์ หรือการเขียนสมุด อย่าลืมคำนึงถึงพื้นที่สำหรับวางเม้าส์นั้นเพียงพอต่อการรขยับแขนหรือไม่

ไม่ไหวต้องไม่ฝืน

ทำงานสนุกแค่ไหนก็อย่าลืมกลับมาดูร่างกายตัวเองว่ารับได้อยู่หรือไม่ เมื่อรู้ว่าตัวเองงานเริ่มมีอาการปวดเมื่อยตัว ทั้งตอนทำงานอยู่ หรือแม้แต่ตอนที่วางมือไปทำอย่างอื่น แต่อาการปวดก็ยังไม่หายไปไหน

ลองหาเวลาพักไปทำอย่างอื่นดูบ้าง อาจเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการเดินไปเดินมา หรือทักทายเพื่อนร่วมงานคนอื่นบ้าง การหักโหมทำงานมากเกินไป นอกจากจะเป็นสาเหตุหลักของการเกิดออฟฟิศซินโดรมแล้ว ยังสามารถเปลี่ยนนิสัยเราไปได้เยอะเชียวล่ะ

ปรับชีวิตให้เข้ากับการทำงาน

หากจำเป็นต้องทำงานหนักบ่อยๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ควรปรับชีวิตให้พยายามรักษาสุขภาพให้ได้มากที่สุดด้วยการกินอาหารที่เป็นประโยชน์ ในสัดส่วนที่พอดี หากไม่มีเวลาออกกำลังกาย ก็พยายามขยับร่างกายบ่อยๆ รวมไปถึงการตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพราะอาการออฟฟิศซินโดรมแม้ดูไม่ร้ายแรง แต่สามารถส่งผลต่อชีวิตในระยะยาวได้เลยนะ

ที่มา IWG Thailand

Writer Profile : cozepond
Blog : Social Media : Facebook, Twitter
View all post
มนุษย์ออฟฟิศต้องอ่าน! 7 วิธีทำงานหน้าจอทั้งวันอย่างไรไม่ให้เสียสุขภาพ

มนุษย์ออฟฟิศต้องอ่าน! 7 วิธีทำงานหน้าจอทั้งวันอย่างไรไม่ให้เสียสุขภาพ

10 ท่าแก้อาการปวดออฟฟิศซินโดรม สไตล์มนุษย์เงินเดือน

รีวิวจัง EP2 : แชร์ประสบการณ์ แก้ออฟฟิศซินโดรม ด้วยนักกายภาพบำบัดตัวจริง!!

รีวิวจัง EP4 : แชร์ประสบการณ์เข้าสปายืดกล้ามเนื้อ แก้ปวดเมื่อยจากทุกปัญหาที่เจอ!

เช็กพยากรณ์อากาศยังไงให้แม่นที่สุด! มารู้จักกับการพยากรณ์อากาศสำหรับวางแผนเดินทางกัน

สุดเท่!!! IKEA จัดแคมเปญ ตัดสูทแมทซ์เฟอร์นิเจอร์

7 บริการที่ปรึกษาทางใจ ทั้งแชท โทร วิดีโอคอล หรือนัดเจอ สะดวกแบบไหนเลือกเลย

7 ความจริงเรื่องลิขสิทธิ์และการก็อป ที่หลายคนอาจยังเข้าใจผิด

7 ความจริงเรื่องลิขสิทธิ์และการก็อป ที่หลายคนอาจยังเข้าใจผิด

รู้จักไอดอลตัวจริงหลายวงแล้ว มารู้จัก 5 เฟรนไชส์ไอดอลสายการ์ตูนกันหน่อยไหม

เพราะมีเยอะหลายภาค เลยสรุปย่อสั้นๆ ของ Fate 6 ภาคมาให้อ่านกัน

7 เหตุผลที่ต้องมี 4G แรงๆ บนมือถือ และมาดูวิธีเลือก 4G ที่เหมาะกับเรา

คุยกับ 'กาย-ปฏิกาล' บ.ก. ใหญ่แห่งแซลมอนบุ๊คส์ ผู้เชื่อว่าในยุคสื่อออนไลน์ หนังสือไทย 'ยังไปรอด!'

BNK48 ผนึกกำลัง พี่ตูน ชวนลดใช้ถุงพลาสติกในแคมเปญ “ลดวันละถุง...คุณทำได้ เฟส 2”

6 พฤติกรรมนักขับยอดแย่ ทำคุณเสี่ยงแน่ ถ้าไม่มีประกันรถยนต์