Hurt at first science วิทยาศาสตร์กับอาการอกหัก

Writer : Yoom

: 24 มิถุนายน 2563

‘อกหัก’ เป็นเรื่องปกติของชีวิต ไม่ว่าใครต่างก็เคยมีประสบการณ์การอกหักกันทั้งนั้น และอย่างที่ทุกคนรู้การอกหักนั้น ‘เจ็บปวด’ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่อาการเจ็บปวดที่แสดงออกมาทางกายภาพ แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ออกมายืนยันว่ามันเจ็บจริง (แง) นอกจากนั้นแล้วมันยังสามารถอธิบายได้ด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ และในวันนี้เองเราจะทำความเข้าใจอาการ ‘อกหัก’ ตามหลัก ‘วิทยาศาสตร์’ กัน

อาการอกหักเจ็บปวดได้เหมือนกับอาการเจ็บปวดทางกาย

มีงานวิจัยในปี 2011 พบว่าอาการอกหักสามารถแสดงความเจ็บปวดได้เหมือนกับความเจ็บปวดทางด้านร่างกาย และพบว่าสมองของเรารับรู้ถึงความเจ็บปวดจากการอกหักได้เหมือนกับตอนถูกเผาที่แขน

นอกจากนั้นแล้วยังเรายังมีสิทธิ์เสียชีวิตได้จากอกหักอีกด้วย เพราะอาการเศร้าทำให้อัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้น และอาจเป็นอันตรายต่อผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด

และในงานวิจัยปี 2018 พบว่า พ่อหม่ายและแม่หม่ายกว่า 41% มีโอกาสเสียชีวิตหลังจาก 6 เดือนหลังจากที่คู่สมรสของตนเองเสียชีวิต โดยเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงก็คือคนที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด

เข้าใจอาการอกหัก

ในทางวิทยาศาสตร์เมื่อเราอกหัก ร่างกายจะผลิตฮอร์โมน คอติซอล (Cortisol) ที่เป็นฮอร์โมนของความเครียด ทำให้ร่างกาย อ่อนแอ รู้สึกไม่มีแรงจะทำอะไร และสมองหยุดการผลิตสารที่สร้างความสุขออกมา เช่น โดพามีน (Phenylethylamine) เฟนิลเลไธลามีน (Dopamine) และเอนดอร์ฟินส์ (Endorphins) ที่เป็นสารที่ช่วยสร้างความสุข นั้นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมตอนเราอกหักเราถึงไม่มีความสุข

ระยะของอาการอกหัก

ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว เราสามารถแบ่งอาการอกหักได้เป็น 5 ระยะได้แก่

  • ระยะที่ 1 การปฏิเสธความจริงหรือการไม่ยอมรับความจริง (Denial) คือระยะแรกที่ต้องขี้นหลังจากการอกหัก และเป็นสัญชาติการป้องกันตัวเอง เมื่อเจอกับเหตุการณ์ที่สมองยังไม่สามารถรับมือได้
  • ระยะที่ 2 ความโกรธ (Anger) เมื่อยอมรับความจริงได้มากขึ้นแล้ว สมองของเราจะรู้สึกว่าต้องต่อสู้หรือต่อต้าน ทำให้เกิดความรู้สึกโกรธหรือเดือดดาล
  • ระยะที่ 3 การต่อรอง (Bargaining) ในระยะที่ 3 เป็นสัญชาติญาณเราป้องเพื่อกันการสูญเสีย ทำให้เกิดความรู้สึกที่อยากจะขอคืนดี หรือเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมบางอย่างที่เคยทำผิดพลาดไป
  • ระยะที่ 4 ซึมเศร้าหรือเสียใจ (Depression) หลังจากพยายามที่ทำต่อรองแล้วไม่ได้ผล สมองของเราจะเข้าสู่ระยะของความเสียใจ ทำให้สมองหยุดสารที่สร้างความสุข ซึ่งระยะนี้เป็นคนละอย่างกับโรคซึมเศร้า แต่ก็สามารถเป็นเหตุผลที่นำพาไปสู่โรคซึมเศร้าได้
  • ระยะที่ 5 ยอมรับความจริง (Acceptance) ระยะนี้เป็นระยะสุดท้ายของอาการอกหัก เป็นระยะหลังจากการที่สามารถข้ามผ่าน ระยะที่ 1-4 ได้ แม้ว่าจะไม่ได้มีความสุขเหมือนเดิม แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่เรากลับมายอมรับความจริง และหันมาอยู่กับตัวเองได้เหมือนปกติ

โดยแต่ระยะ 1-4 นั้นอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นตามลำดับ และสามารถเกิดขึ้นสลับกันได้

วิทยาศาสตร์กับการรับมืออาการอกหัก

หลักจากเรารู้แล้วว่า อาการอกหักคืออะไร และระยะของการอกหักเป็นเช่นไร แล้ววิทยาศาสตร์มีจะรับมือกับอาการอกหักอย่างไร ? ในทางวิทยาศาสตร์แล้วมีหลากหลายวิธีด้วยกัน ซึ่งเราขอยกตัวอย่างที่ทุกคนสามารถทำได้เมื่อการอาการอกหัก

  • ปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ มีการวิจัยออกมาว่าน้ำตาและการร้องไห้จะช่วยให้เราสามารถปลอดปล่อยความเศร้าออกมาได้ดีที่สุด เพราะฉะนั้นแล้วหากคุณอกหัก ร้องออกมาเถอะ บางครั้งการแสดงออกมาทางน้ำตาก็เป็นวิธีการที่ดีอีกหนึ่งวิธีเหมือนกันนะ
  • ให้เวลากับความสูญเสีย ให้เวลากับความเสียใจ หรือเวลาเยียวยาวทุกสิ่ง หลาย ๆ คนคงได้ยินคำนี้แล้ว ฟังดูเหมือนกับเรื่องที่ใคร ๆ ก็รู้ (ใช่ครับใคร ๆ ก็รู้) แต่มันเป็นเรื่องจริง เพราะการที่เราจะข้ามผ่านอาการอกหักทั้ง 4 ระยะจนก้าวเข้าสู่ระยะที่ 5 นั้นต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นแล้วให้เวลากับความเสียใจ
  • ปลอบตัวเอง การไม่ต้องฝืนเข้มแข็งและคอยปลอบตัวเองด้วยเรื่องดี ๆ ก็สามารถช่วยให้เราสามารถกลับมาเข้มแข็งได้ เพราะฉะนั้นแล้วการปลอบตัวเอง ให้คุณค่ากับตัวเอง ให้กำลังใจตัวเองก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ
  • ถ้าไม่ไหวจริงให้ไปหาจิตแพทย์ การอกหักไม่ใช่เรื่องตลก หากคุณรับมือกับมันไม่ไหว การมีใครสักคนคอยรับฟังอย่างเข้าใจ เช่น จิตแพทย์ ก็ถือว่าเป็นทางที่ดี และอย่าลืมนะครับ อาการอกหักหรือการถูกบอกเลิกสามารถเป็นเหตุให้เกิดโรคซึมเศร้าได้ เพราะฉะนั้นแล้ว หากไม่ไว้จริง ๆ ไปหาจิตแพทย์เถอะ

อ้างอิง : https://greatist.com/happiness/science-broken-heart https://theanatomyoflove.com/blog/the-science-of-heartbreak/ https://www.petcharavejhospital.com/th/Article/article_detail/heartbroken_love

Writer Profile : Yoom
เด็กหนุ่มจบปรัชญาและศาสนาแต่มาทำงานเป็น Content Creator รักการปีนเขา เวลาว่างชอบเล่นกับแมว และชอบถ่ายวิดิโอเป็นชีวิตจิตใจ
View all post
9 สถานการณ์เด๋อๆ ในออฟฟิศ ที่เด็กฝึกงานต้องเจอ

9 สถานการณ์เด๋อๆ ในออฟฟิศ ที่เด็กฝึกงานต้องเจอ

#loveislove พาไปส่องกฎหมายเกี่ยวกับ LGBT ใน 9 ประเทศทั่วโลก

มีลุ้นอีกครั้ง! กรมอุตุฯ แจ้งว่า 22-24 ม.ค. กรุงเทพฯ จะอากาศเย็นลง 1-3 องศาเซลเซียส

ต้องไปโดนแล้ว! พากิน 'Space Q' ร้านปิ้งย่างหลากเมนูสุดว้าวกลางทองหล่อ ปิดดึก ราคาไม่แพง หัวไม่เหม็น

15 Year Challenge ของ Facebook มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง?

7 ไอเดียต่อยอดเงินเก็บของมนุษย์เงินเดือน เอาลงทุนอะไรได้บ้างเพื่อให้งอกเงยและมีเงินใช้ยามเกษียณ

พาไปเดินดองกี้โฮเต้ ห้าง 24 ชม. มาใหม่จากญี่ปุ่น เปิดวันนี้วันแรก!

เปิดวาร์ปสถานที่ถ่ายรูปสุดชิคในสิงคโปร์ มีเวลานิดเดียวก็เก็บครบ!

เปิดวาร์ปสถานที่ถ่ายรูปสุดชิคในสิงคโปร์ มีเวลานิดเดียวก็เก็บครบ!

พาไปกิน ขนมหวานสไตล์ไต้หวัน หวานน้อย อร่อย ชื่นใจ ที่ TAROTO

ประกาศผลด่วน Thailand General Election 2019 ครั้งที่ 2 (คะแนนดิบ)

10 คำสแลงภาษาอังกฤษ ใช้แล้วเก่งทันตาเห็น!

5 สิ่งที่น่าสนใจ เมื่อลอรีเอะ ดึงทุกคนมารู้จักแบคทีเรีย ผ่านงานศิลป์

เปาโล ดิบาล่า ติด Covid-19 เป็นนักเตะยูเวนตุสรายที่ 3 ต่อจากรูกานี มาตุยดี้

5 หนังสือที่ควรอ่านในช่วง Work From Home