category ระเบิดตัวตนของ “TRYST” ศิลปินร็อกไฟแรงจากค่าย Gene Lab

Writer : uss

: 9 สิงหาคม 2565

หนึ่งในค่ายมาแรงที่สุดในยุคนี้ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่หลายคนที่ชื่นชอบดนตรี คงหนีไม่พ้น “GENE LAB” ห้องทดลองทางดนตรี พื้นที่สร้างศิลปินอาชีพรุ่นใหม่ที่สามารถเลี้ยงชีพได้ด้วยผลงานเพลงที่พวกเขารัก 

โดยเราจะเห็นศิลปินมากมายที่โด่งดังจากค่ายนี้ อาทิ Three Man Down , Tilly Bird , TaitosmitH เป็นต้น ซึ่งพวกเขาต่างโด่งดังในแนวเพลง และมาพร้อมกับสไตล์ที่โดดเด่นของแต่ละวงได้อย่างแท้จริง 

แน่นอนว่าความมุ่งมั่นและความศรัทธาในบทเพลงเหล่านี้ ก็ได้ถูกส่งต่อมายังวงร็อกหน้า (เกือบ) ใหม่ของค่ายอย่าง TRYST (ทริสท์) หนึ่งในวงที่ก้าวเข้ามาเป็นอีกหนึ่งเฉดสีใหม่อย่างฉูดฉาด ภายใต้สังกัด Gene Lab จากการเฟ้นหาศิลปินทั่วประเทศในโครงการ GMM Audition เมื่อปลายปี 2020 

Mango Zero ได้มีโอกาสร่วมพูดคุยกับ 3 หนุ่ม 3 มุมจากวง TRYST อย่าง อาร์ต โฟล์ค นุ๊ก พร้อมขอชวนทุกคนมาร่วมระเบิดตัวตนของพวกเขากัน ผ่านการพูดคุยที่ลึกซึ้งถึงความเท่! หยอกก พูดคุยในเรื่องของความรักและความหลงใหลในดนตรีร็อกของพวกเขา รวมถึงการเข้ามาอยู่ภายใต้ค่ายดนตรีชั้นนำอย่าง “Gene Lab”

ปล. วงฝากมาบอกว่า..ถ้าไม่อยากพลาดไรเท่ ๆ คูล ๆ มารู้จักและฟังเพลงของ TRYST กันนะทุกคนนนนน~ 

TRYST (ทริสต์) ชื่อวงมีที่มาจากอะไร 

อาร์ท – ชื่อวงเราหากันมานานสักพักหนึ่งว่าจะเอาชื่ออะไรดี แต่ว่ามีอยู่วันหนึ่งที่เราไปรวมตัวกัน แล้วอยู่ดี ๆ โฟลค์ก็พูดชื่อนี้ขึ้นมา เราก็เลยรู้สึกว่าเห้ย! ชื่อมันมีความแปลก โดย T R Y S T = TRYST มีความหมายว่าจุดนัดพบของพวกเราทั้ง 3 คน เปรียบเสมือนการรวมตัวของคนที่คิดเหมือน ๆ กัน มาอยู่ด้วยกัน จึงทำให้เกิดชื่อวงนี้ขึ้นมา 

โฟล์ค – ส่วนตัวผมมีความต้องการอยากให้ชื่อวงมีพยางค์เดียว จริง ๆ คือเราใช้ระยะเวลาเกือบ 1 เดือน ในการคิด ผ่านการหาคำศัพท์ต่าง ๆ แล้วนำมาเสนอกัน โดยมีหลายชื่อมากเต็มหน้ากระดาษ A4 เลย ถ้าตอบแบบเอาฮาหน่อยก็คือ เพราะเท่! ครับ จากชื่อวงถ้าดูคือจะมีตัว T 2 ฝั่ง แล้วก็ตัว R กับ S มันเป็นตัวอักษรที่โค้งด้านบนประจวบกับตัว Y ที่อยู่ตรงกลาง 

ทั้ง 3 คนมารวมตัวกันได้อย่างไร 

อาร์ท – เริ่มจากผมเล่น Underground มาก่อน และอีก 2 คนก็มีวงของพวกเขาที่อยู่ด้วยกัน เรามาเจอกันตามงาน ดนตรีอันเดอร์กราวบ้าง แล้วพอผมไม่ได้ทำวงเก่าต่อเลยมาเริ่มเล่นดนตรีกลางคืน ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่ผมมีคิวเล่น แล้ววงของโฟล์คกับนุ๊กมาเล่นเป็นวงปิดผมเลยทำให้เราได้มีโอกาสพูดคุย พร้อมแวะเวียนชนเครื่องดื่มเย็น ๆ อย่าง (น้ำเก๊กฮวย ;-; อิอิ) เพราะว่าพวกเรารักสุขภาพพพพพ 

โฟล์ค – คือวันนั้นผมเปิดประตูรถลงมา แล้วผมได้ยินเสียงคนว๊ากเพลงไม่มีเธอ อยู่ในร้านผมก็แบบไอเชี่ย! วงอะไรวะ ถึงเวลาผมก็เข้าไปทำงานในร้านพร้อมสะกิดกับมือเบสในวงว่า เห้ยใครวะ? พี่มือเบสก็ตอบเห้ยคิดว่าใช่ แล้วตัวผมเองก็ว่าใช่ สักพักผมพูดออกไมค์เลย “สวัสดีคุณอาร์ท LAST HOPER” 

หลังจากนั้นเราก็เริ่มคุยกัน แล้วผมก็เอาโปรเจกต์ไปคุยกับอาร์ท ให้เขาฟังประมาน 5-6 เพลง ซึ่งผมกับอาร์ทก็ค้นพบจริตว่าแบบเออเราฟังเพลงเหมือน ๆ กันเลย ซึ่งไม่ใช่เพลงร็อกเลย ตอนนั้นเป็นแนว Electronic Trap , Trap Pop คือผมมองว่าอาร์ทสามารถทำอะไรได้มากกว่าเพลงร็อกครับ ผมเลยตัดสินใจว่าเอ้ย! ลองชวนมาเล่นวงเดียวกันดู 

นิยามตัวตนของวงว่าเป็นแนวไหน (Electronic Rock ?) 

อาร์ท – ตอนนี้จริง ๆ มันก็คือ ร็อกครับ เอาจริงพวกเรามีหลายสีมากเลย เพราะพวกเรามีความชอบที่หลากหลาย ในวง TRYST มันมีสีที่เราอยากจะนำเสนอมากมาย ไม่ได้แบบโทนเดียวจ๋า ๆ เลย ซึ่งถ้าให้นิยามมันก็คือ ร็อกที่มีความเป็นอิเล็กทรอนิกส์ และผสมผสานความสมัยใหม่เข้าไปในบทเพลง

คิดว่าท้าทายแค่ไหนกับการทำเพลงแนวนี้ ในขณะที่กลุ่มคนฟังเริ่มลดลง

อาร์ท – ผมว่าเราไม่มีไรเสียเลย เพราะมีแต่ค่ายอะครับที่เสีย (555555555+) เราได้ทำในสิ่งที่เราอยากทำ และค่ายก็ให้โอกาสเราในการนำเสนอตัวเองเต็มที่ ซึ่งก็ดีมาก ๆ เลยที่เราได้ชูตัวตนของเราก่อนว่าที่เราอยากเป็นตอนแรกคืออะไร จุดแข็งต่าง ๆ 

โฟล์ค – พวกเราเลือกที่โฟกัสความชอบเป็นหลักก่อน TRYST เลยไม่ได้เฉพาะเจาะจงขนาดนั้น เราเหมือนเป็นแค่กล่องสี กล่องนึง ซึ่งแท่งสีก็จะเป็นไอเดียการนำเสนอของเราเต็มกล่อง แน่นอนว่าก็ไม่ได้มีแค่กล่องเดียว โดยมันก็จะมีกล่องที่ 2 กล่องที่ 3 ตามมาเรื่อย ๆ 

นี่ก็ครบ 1 ปีแล้วที่วงได้เข้ามาเป็นศิลปินในค่าย Gene Lab เริ่มต้นเข้ามาได้ยังไง

อาร์ท – เห็นประกาศออดิชั่นรับสมัครวงดนตรีของทาง Gmm ครับ โดยวันที่พวกเราเห็นคืออีก 3 วันก็จะปิดออดิชั่นแล้ว  ซึ่งในกฎคือ ต้องมีเพลงออดิชั่น 1 เพลง และเพลงของวง 1 เพลง โชคดีว่าตอนนั้นพวกเราเพิ่งปล่อยเพลง ALIVE ไป เลยไม่ใช่ปัญหา 

ตอนนั้นเราเลยต้องรีบปั้นเพลง Cover เลยเลือกเพลงรักจริงรักปลอมของพี่ ๆ วง Clash มาทำในเวอร์ชั่นเรา พอส่งไปปึ๊บ เห้ย! ติดเว้ย จาก 2000 กว่าวง เห้ยเราติดว่ะ! ซึ่งผมเคยพูดกับโฟล์คก่อนส่งว่าถ้าเราไม่ติดก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเราติดอะชิบหายแน่ ๆ 

แล้วมันก็ชิบหายจริง ๆ เพราะมันไม่มีเพลง เราต้องมาเริ่มทุกอย่างใหม่หมด ซึ่งการที่เราจะมาอยู่ค่ายมันต้องมีเพลงสต็อกเพื่อมานำเสนอต่าง ๆ ความพร้อมต่าง ๆเราเลยต้องคูณ 80 มากไปในช่วงแรก 

พอเราผ่านจาก 2000 วงเหลือ 30 วง ซึ่ง 30 วงนี้ต้องไปเล่นที่ Live House ของแกรมมี่ โดยเราไม่รู้เลยว่ามีค่ายไรบ้าง ตอนนั้นคุยกันแล้วว่าเออถ้าเราได้ไปอยู่กับพี่โอมนะ อยากอยู่ Gene Lab ซึ่งทุกคนเห็นตรงกัน 

หลังจากแสดงเสร็จเขาก็เรียกเข้าห้องดำ เป็นห้องสัมภาษณ์ของค่ายต่าง ๆ โดยผมก็ทำตัวไม่ถูกตื่นเต้น ซึ่งพอหลังจากคุยเสร็จเราก็เลือกตัดสินใจที่จะไปอยู่กับพี่โอม Gene Lab 

ชอบอะไรใน Gene Lab 

อาร์ท – ผมชอบวงใน Gene Lab ไม่ว่าจะเป็น Tilly Birds , Three Man Down , Cocktails ผมชอบในทัศนคติของพี่โอม การบริหารหรือการพูดคุยต่าง ๆ 

โฟล์ค – ในส่วนของผมก็เหมือนของอาร์ทเลยครับ (5555555+)

ตลอดเวลาที่ผ่านมาค่ายได้ช่วย Support ด้านไหน 

อาร์ท – อย่างแรกเป็นเรื่องของระบบการทำงาน ที่มันต้องเป็นระบบจริง ๆ มากขึ้น อีกทั้งในเรื่องของค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น mv อย่างถ้าเราเป็นศิลปินอิสระก็ต้องหาทุนมาทำเอง คิดเอง ทำเอง เหนื่อยเอง การมีค่ายจึงช่วยในเรื่องระบบค่าใช้จ่าย ความคิด ให้เข้าที่เข้าทางมากขึ้น 

อีกอย่างในเรื่องระบบความคิด มันทำให้ผมเริ่มมาเขียนเพลงเอง เพราะปกติผมไม่เคยเขียนเลยทำให้ผมได้เริ่มหันมาทำงานด้วยตัวเองมากขึ้น 

โฟล์ค – มีคนช่วยในระบบการจัดการต่าง ๆ ตั้งแต่แผนของวง ซึ่งนำมารวมกับของค่าย แล้วค่อยกลั่นกรองออกมาเป็นไอเดีย รวมถึงค่ายไม่ได้ปิดกั้น ปล่อยให้วงทำงานได้แบบเต็มที่ โดยพวกเรายังคงได้แสดงความชอบและเป็นตัวเองได้อยู่เสมอ

ซิงเกิลล่าสุดหากฉันรู้มาก่อน” Feat. โฟโมส TaitosmitH มาร่วมงานกันได้อย่างไร 

อาร์ท : จริงๆ แล้วเพลงนี้มันเริ่มด้วยความคิดถึงอยู่แล้วเพราะอยู่ในช่วงโควิดแรก ๆ เลย จึงทำให้เกิดเพลงนี้ขึ้นมา อย่างที่บอกไปก่อนเข้าค่ายผมชอบไททศมิตรมาอยู่แล้ว โดยชื่อที่ขึ้นมาแรก ๆ หลังจากที่ทำเพลงนี้เสร็จก็คือคุณโฟโมสต์ ซึ่งพอเดโม่เสดเราก็ได้คุยกับที่ค่ายว่าอยากได้พี่โฟโมสไททศมิตรมาร่วม Feat. เลยส่งเดโม่ให้โมสฟัง แล้วโมสก็บอกว่าชอบเพลงมากเลย! ทำให้พวกเราได้มาร่วมงานกัน

เล่าให้ฟังเกี่ยวกับเพลงนี้หน่อย 

นุ๊ก :  เพลงบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความคิดถึง และเป็นเพลงที่ถ่ายทอดอารมณ์ให้คนรู้สึกได้อย่างจริง ๆ มันคือความจริงทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งสามารถส่งแทนให้กับคนที่เรานึกถึงบ้าน นึกถึงคนที่จากไกล คนที่ห่างไป มันส่งไปถึงได้ครับ เปรียบเสมือนบทเพลงนี้เป็นตัวแทนของความคิดถึงเลยก็ว่าได้ 

โฟล์ค : ซึ่งเพลงนี้มันมีเรื่องราวเซอร์ไพร์สตั้งแต่ตอนเดโม่แล้วครับ เพราะตอนผมทำดนตรีทุกอย่างส่งให้อาร์ท อาร์ทก็แต่งเนื้อเพลงแล้วส่งมาให้ผม ซึ่งผมก็ตกใจมาก เพราะมันตรงกับสิ่งที่อยู่ในหัวผมมากเลย โดยที่ผมยังไม่ได้บรีฟเขาเลยด้วยซ้ก ว่าอยากให้เพลงนี้ออกมาเป็นเรื่องอะไร แต่เขาก้แต่งได้ตรงที่ผมคิดอยู่ในหัว 

เม้าท์โฟโมสเรื่องที่คนไม่เคยรู้

อาร์ท :  ผมเพิ่งรู้ว่าวิธีการอัดเพลงของเขามันสุดแปลกจริง ๆ เรื่องนี้มันซีเครทมาก ใครไม่เห็นเขาอัดก้ไม่เชื่อสายตาตัวเองแน่นอน ตอนที่อัดเพลงหากฉันรู้มาก่อน จะมีท่อนเสียงสูงมากครับ

ซึ่งโฟโมสทัวร์หนักและใช้เสียงเยอะมาก เลยต้องเค้นพลัง โดยพี่กรที่เป็นคนอัดเพลงก็บอกว่าเห้ยโมสมันได้อีกนะท่อนนี้ ตอนนั้นเขายืนร้องตัวเปล่าอยู่ สักพักเขาไปหยิบกีต้าร์มา 

โฟลค์ :  แล้วพอยังไม่ได้… เขาเลยกระตุ้นตัวเองด้วยจับจุดพิเศษของตัวเอง (😵‍💫) เพื่อให้ถึงขีดสุด เพราะท่อนหลังของเพลงนี้มันจะอัพคีย์อีกสเตปหนึ่งซึ่งมันจะสูงมากกกก โมสต์เลยต้องมีปุ่มพิเศษนี่เพื่อทำให้ตัวเองร้องเสียงถึงท่อนนั้น (555555555+)

 

TAG :
Writer Profile : uss
concert and music lover
Blog : Social Media : Facebook, Twitter
View all post

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save