category ไม่ไหว ‘อย่า’ บอกไหว รวมสิ่งที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการพบจิตแพทย์

Writer : Pattranit Lp.

: 5 กรกฏาคม 2564

ช่วงนี้เหตุการณ์บ้านเมืองหรือสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรานั้นล้วนต่างคึกคักน้อยลง หรือเรียกได้ว่าซบเซาจนหดหู่เลยก็ว่าได้ เพราะผู้คนต่างต้องเจอกับความเครียด ความเศร้า และความทุกข์ใจต่าง ๆ จากปัญหามากมายที่ถาโถมเข้ามาไม่ให้ได้พักหายใจหายคอ จนบางครั้ง พวกเขาก็มีความคิดผุดขึ้นมาว่าจะรับมือกับสิ่งเหล่านี้ไม่ไหวแล้ว

และอาจเริ่มเกิดความคิดว่าอยากลองนัดพบหมอจิตกันมากขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้ไปพบจิตแพทย์สักทีนั้นมักเป็นความคิดเข้าใจผิดต่าง ๆ หลายต่อหลายข้อนั่นเอง

Mango Zero ห่วงใยสุขภาพจิตของทุกคน จึงได้รวมเช็กลิสต์ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการพบจิตแพทย์ ที่เชื่อว่าใครหลาย ๆ คนต้องเคยมีความคิดเหล่านี้กันบ้างสักข้อสองข้ออย่างแน่นอน มาไขข้อข้องใจให้กระจ่างสร้างความเข้าใจกันใหม่อีกครั้ง ให้ความลังเลที่จะนัดปรึกษาจิตแพทย์ในตอนแรกหมดไปกันเลย! 


1. จิตแพทย์มีไว้สำหรับคนที่ป่วยหนักเท่านั้น

“การพบจิตแพทย์มีไว้สำหรับคนป่วยหนักนี่ เราไม่ได้ไม่สบายหนักขนาดนั้นซะหน่อย” 

ประโยคเหล่านี้เป็นความเข้าใจที่ผิดอย่างมหันต์! เพราะอาการไม่สบายใจเพียงเล็กน้อย หรืออาการอื่น ๆ ที่เราคิดว่าไม่หนักอย่างที่เห็นคนอื่นเขาเป็นกัน อาจเป็นสัญญาณเตือนไปสู่โรคที่ต้องเข้ารับการรักษา หรืออาการที่หนักขึ้นภายในระยะเวลาอันสั้นได้ทั้งสิ้น 

เพราะฉะนั้นแล้ว หากใครมีความวิตกกังวลไม่สบายใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หรือคิดว่ากำจัดความคิดเหล่านี้ออกไปได้ยากกว่าปกติ ก็เริ่มลงมือนัดหมอก่อนที่อาการจะหนักเกินแก้ได้เลย!

 

2. การพบจิตแพทย์ไม่ได้ช่วยให้รักษาหายจริงหรอก

“สุดท้ายแล้วก็มีแต่ตัวเราที่ต้องหายเอง หมอช่วยเราไม่ได้จริง ๆ หรอก”

ความคิดนี้ถูกเพียงครึ่งเดียว ในเรื่องที่สุดท้ายแล้วความคิดความเศร้าภายในสมองและจิตใจ จะดีขึ้นได้ก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองทั้งสิ้น แต่เพราะหลายคนมีความคิดเหล่านี้ จึงทำให้ไม่สามารถหายดีหรือหายขาดได้เวลามีอาการไม่สบายทางจิตใจ นั่นเป็นเพราะว่าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีจากคุณหมอนั่นเอง

จริงอยู่ที่บางครั้งอาการเหล่านี้สามารถหายเองได้ แต่หากเราฝากจิตใจให้คุณหมอได้ดูแลย่อมดีกว่าแน่นอน เพราะนอกจากจิตแพทย์จะรับฟังปัญหาความคิดของเรา และสามารถวินิจฉัยโรคและอาการได้ถูกต้องแล้ว คุณหมอยังสามารถจ่ายยาที่อาจจำเป็นต่อการรักษา ทำให้เราหายขาดและหายเร็วได้อีกด้วย 

 

3. การพบจิตแพทย์นั้นเสียค่าใช้จ่ายและเวลามากเกินไป ไม่คุ้มหรอกน่า

ใครหลายคนอาจเคยค้นหาหรือศึกษาการรักษากับจิตแพทย์มาแล้วบ้าง และมักเจอแต่รีวิวเรื่องการใช้ระยะเวลานาน แถมยังคิดค่ารักษาแพงเกินไปอีก ทำให้หลายคนต้องเบรกความคิดที่จะโทรจองเวลานัดพบหมออยู่ดี เพราะกังวลเรื่องเวลาและค่าใช้จ่าย

ความจริงแล้วการเข้ารักษากับจิตแพทย์นั้นมีหลากหลายรูปแบบ แบ่งได้ตามโรค และระดับความหนักของอาการ ซึ่งหากใครเป็นเคสที่เบาและรักษาง่าย ค่าใช้จ่ายย่อมถูกกว่าและใช้เวลาสั้นกว่าเคสที่อาการหนักอยู่แล้ว

ส่วนในเรื่องของการโทรจองแล้วคิดว่าน่าจะใช้เวลาเป็นเดือน ๆ กว่าจะได้เจอหมอนั้น ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์บ้านเมืองในตอนนั้นว่าผู้คนมีความตึงเครียดหรือเศร้าจนต้องพบจิตแพทย์มากแค่ไหน และทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลด้วย ซึ่งโรงพยาบาลที่ดีและรวดเร็วนั้นมีให้เลือกใช้บริการมากมาย เพราะฉะนั้นแล้ว หากใครที่สนใจจะพบจิตแพทย์จริง ๆ ก็ลองเริ่มศึกษาสถานที่ที่เหมาะสมกับตัวเองและไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้เจอหมอดีกว่า 

 

4. จะนัดพบจิตแพทย์แต่ละทีก็ยุ่งยากเสียเหลือเกิน

สืบเนื่องจากข้อที่แล้ว ที่มีความคิดว่ากลัวเสียเวลาในการเจอหมอ เพราะหมอจิตมักไม่สามารถ Walk- in เข้าพบได้เลยเหมือนพบหมอแผนกอื่น ๆ และคิดว่ากว่าจะโทรหาโรงพยาบาลเพื่อทำการจองติดเอย กว่าจะต่อสายไปถึงหมอที่อยากนัดเอย กว่าจะทำการนัดสำเร็จเอย กระบวนการเหล่านี้คงกินเวลาทำมาหากินไปเป็นเวลาใหญ่แน่ ๆ ซึ่งทำให้ใครหลายคนถอดใจในการโทรจองไปเลยตั้งแต่แรก

ซึ่งความจริงแล้ว เราสามารถโทรกริ๊งเดียวและจองนัดครบจบภายในไม่กี่นาทีได้! เพียงแค่โทรไปยังโรงพยาบาลที่สนใจ แล้วแจ้งว่าอยากนัดพบจิตแพทย์ เจ้าหน้าที่ที่รับสายประสานงานให้เราอยู่ก็จะบันทึกชื่อคนไข้ เบอร์ติดต่อ พร้อมถามวันเวลาที่เราสะดวกพบหมอให้เลยเสร็จสรรพ จากนั้นเราแค่รอรับสายยืนยันการมาเข้าพบหมออีกทีเมื่อใกล้ถึงวันนัดแค่นั้นเอง ซึ่งการจองนี้ไม่เสียค่าใช้จ่าย หากวันจริงไม่สามารถมาพบหมอได้แล้ว ก็สามารถโทรแจ้งยกเลิกได้โดยไม่ต้องเสียเงินอีกเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะต้องเสียตังค์กับขั้นตอนการจองนัดเบื้องต้นนี้เลยสักนิด!

 

5. รวม Checklists อาการที่ควรพบจิตแพทย์ได้แล้ว!

ข้อนี้อาจไม่ใช่ความคิดความเข้าใจผิด แต่เป็นรวมอาการต่าง ๆ ที่อยากให้ทุกคนลองตรวจสอบสุขภาพจิตใจตัวเองกันว่า หากมีอาการเหล่านี้เพียงข้อใดข้อหนึ่ง ก็สามารถเข้าปรึกษาจิตแพทย์ได้แล้วนะ!

1. มีความวิตกกังวล ไม่สบายใจ

2. นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร มีความเครียด

3. อาการคล้ายชักกระตุก คล้ายอัมพาต หรือเหมือน ผีเข้า

4. กลัวสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างรุนแรงโดยไม่มีสาเหตุ

5. ย้ำคิดย้ำทำอยู่เสมอ

6. เศร้าโศก เสียใจ คิดฆ่าตัวตาย

7. อ่อนเพลีย ไม่มีแรงทั้งร่างกายและจิตใจ

8. เหนื่อยหน่าย ท้อแท้

9. เพ้อคลั่ง เอะอะอาละวาด พูดเพ้อเจ้อ ฟุ้งซ่าน

10. หลงผิด หวาดระแวง มีหูแว่ว เห็นภาพแปลก ๆ

11. เฉยเมย แยกตัวเอง ไม่ค่อยพูด ซึมเศร้า ฯลฯ

12. ติดสารเสพติด สุรา ยาบ้า

13. มีปัญหาด้านความจำหลงลืม

 

หวังว่าทุกคนจะมีความเข้าใจที่ดีมากขึ้นเกี่ยวกับการพบจิตแพทย์ และมีความกล้าในการโทรจองนัดหมอมากขึ้นต่อจากนี้ อย่าละเลยอาการแปลก ๆ ของตัวเองพร้อมหมั่นตรวจสอบสุขภาพกายและใจอย่างสม่ำเสมอ ด้วยความห่วงใยจาก Mango Zero!

 

 

 

 

 

Writer Profile : Pattranit Lp.
ผู้หญิงอินดี้ ฟังเพลงอินดี้ อ่านวรรณคดีไทย และชื่นชอบเกมมาก ๆ โดยเฉพาะเกมจีบหนุ่ม!
Blog : Padzphere Social Media : Facebook, Twitter
View all post