5 เรื่องที่ควรรู้ก่อนซื้อ Nike Air Zoom Alphafly Next% จากประสบการณ์ของคนเท้าแบน

Writer : Sam Ponsan

: 2 ธันวาคม 2563

ถ้าพูดถึงรองเท้าวิ่งที่เปรียบเสมือน ‘เฟอร์รารี่’ แห่งวงการรองเท้าในปีนี้ และเป็นที่หมายปองของนักวิ่งที่อยากจะครอบครองก็น่าจะเป็น Nike Air ZoomAlphafly Next% 

รุ่นต้นแบบของ Alphafly Next% ปรากฎโฉมครั้งแรกในการวิ่งทำลายสติถิมาราธอนต่ำกว่า 2 ชั่วโมง ของ ‘เอเลียด คิปโชเก้’ เวลาต่อมา รองเท้าคู่ต้นแบบนี้ ก็ถูกนำไปพัฒนาแขายจริง

แน่นอนว่าได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ด้วยค่าตัวที่สูง 9,400 บาท และอาจจะต้องสั่งออนไลน์ ไม่ได้มีไซส์จริงให้ลอง เลยทำให้หลายคนลังเล โดยเฉพาะคนเท้าแบน ยิ่งกังวลหนัก

จากประสบการณ์ของเราที่ได้ใส่ Nike Air Zoom Alphafly Next% Watermelon วิ่งมาระยะหนึ่ง เราได้ 5 ข้อสรุป จากการใช้งานจริง ที่อาจช่วยคลายข้อสงสัยของคนที่กำลังเล็งรองเท้าคู่นี้

คนเท้าแบนใส่ได้แน่นอน 

ในฐานะสาวก Nike บอกตรงๆ ว่าเคยอกหักจาก Nike มาแล้ว 2 ครั้งเพราะใส่รองเท้าไม่ได้ ครั้งแรกจาก Nike zoomx vaporfly next% เนื่องจากรองเท้ารุ่นนั้นไม่เหมาะสำหรับคนเท้าแบน แม้จะเผื่อไซส์อีก 0.5 ก็ยังใส่ไม่ได้เลยต้องตัดใจขายทิ้ง

พอมาถึง Nike Air Zoom Tempo Next% ที่คิดว่าน่าจะใส่ได้ เพราะผ้าคนละแบบ มีความยืดหยุ่นกว่า ปรากฎว่าใส่ไม่ได้ และบีบเหมือนเดิม เพิ่มไซส์ก็ใส่ไม่ได้เพราะหลวมไปอีก จบข่าว ลาก่อน ขายทิ้งโบกมือลา Nike จะไปซบอก Asics Metaracer เพราะ Nike เขาไม่รักคนเท้าแบน

แต่พอได้มาลอง Nike Air Zoom Alphafly Next% ปรากฎว่า เฮ้ย! บ้าน่า ใส่ได้เฉยเลย ไม่บีบ
ไม่รัด ใส่แล้วตรงไซส์พอดี อาจจะด้วยรูปทรงที่มีหน้าเท้ากว้างกว่าทั้ง Tempo Next%  และ Next% และหน้าผ้าแบบใหม่ Atomknit ที่ยืดหยุ่นกว่า

เลยทำให้ Alphafly Next% ใส่สบาย แม้ว่าผมจะเป็นคนที่เท้าแบน และบิดใน ก็ใส่ได้พอดี แต่มีเงื่อนไขเล็กน้อยคือ คนเท้าแบนแนะนำให้ใส่ถุงเท้าบางหน่อยจะดีมาก รวมถึงจังหวะที่สวมลงไปครั้งแรกจะมีความคับและใส่ยากอยู่บ้าง แต่ถ้าสวมลงไปได้เมื่อไหร่ก็สบาย

ดีดจริง ไม่ได้รู้สึกไปเอง

‘Alphafly Next% ใส่แล้วดีด’ ทุกคนที่เคยใส่รองเท้าคู่นี้ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอย่างนั้น รวมไปถึงวิดีโอรีวิวของนักวิ่งต่างประเทศก็บอกว่าดีด (บ้างก็ว่าดีดกว่า Adizero Adios pro ด้วย)  ซึ่งพอมาลองใส่เองก็พบว่า มันมีความเด้งๆ แบบสัมผัสได้เลย แม้จะเป็นการใส่เดินเล่นเฉยๆ ก็ตาม

ถ้าถามว่าเด้งแค่ไหน ก็ต้องบอกว่าเมื่อเทียบกับ Next% แล้ว ก็ได้รับสัมผัสที่แตกต่างกันอย่างมาก จนรู้สึกได้เลยว่า คู่นี้ใส่แล้ววิ่งเร็วชัวร์ๆ

พอลงสนามจริง 10 กิโลเมตร ที่สวนลุม สิ่งที่พบก็คือมันทั้งดีด เด้ง และใส่แล้ววิ่งสนุกๆ มากๆ จากสิ่งที่รองเท้าคู่นี้ให้เรามา เคล็ดลับที่ทำให้ Alphafly Next% ดีดเป็นม้าศึกก็มาจาก 2 ส่วนคือ

  • โครงสร้างโฟม Nike ZoomX ซึ่ง Nike บอกว่าน้ำหนักเบา เด้งดีมาก ลดการเสียพลังงาน
  • โครงสร้าง Nike Zoom Air Pods ถุงแอร์ใสๆ ที่ไม่ได้ใส่เอาไว้เท่ๆ แต่เอาไว้เพิ่มแรงดีด

สำหรับคนที่วิ่งแบบไม่ได้ลงหน้าเท้า แทบจะไม่ได้รู้สึกอะไรเกี่ยวกับ Zoom Air Pods เลย แต่ถ้าลงบริเวณกลางเท้าก็จะรู้สึกถึงแรงดีดของ Nike ZoomX แต่คนที่ใส่ Alphafly Next% ส่วนใหญ่เน้นเร็ว ดังนั้นมีโอกาสได้ทดลอง  Zoom Air Pods แน่นอน

เราลองมาแล้ว บอกเลยว่า “เวรี่ กู้ด…”

ไม่ต้องเพิ่มไซส์ เคยใส่อะไรมาเลือกเบอร์นั้น

เรื่องไซส์เป็นปัญหาใหญ่มากสำหรับคนที่สั่งซื้อรองเท้าออนไลน์ เพราะไม่ชัวร์ว่าสั่งไปแล้วจะใส่ได้ไหม จะบวก หรือลบ หรือยังไงดี สมมติถ้าเป็น Tempo Next% คุณอาจจะต้องบวกไป 0.5 – 1 จากไซส์ปกติ

แต่ถ้าเป็น Alphafly Next% ไม่ว่าคุณจะเท้าทรงไหน ก็ใส่ตามไซส์ที่คุณใส่ปกติ ถ้าเคยใส่ 10US มาก่อน Alphafly Next% ที่คุณจะซื้อก็ 10US ได้เลย รับรองว่าใส่ได้แน่ๆ ต่อให้เท้าแบนก็ตาม ไม่ต้องเพิ่มไซส์

ที่เป็นแบบนี้เพราะการออกแบบรองเท้า ที่ไม่ได้มีหน้าเท้าแคบเหมือนกับตะกูล Next% 2 รุ่นที่วางขายไปก่อนหน้า และการเปลี่ยนหน้าผ้า เลยทำให้คนเท้าแบนได้ลิ้มลองสุดยอดรองเท้ากับเขาบ้างแล้ว

หน้าผ้าบอบบางและอาจจะขาดง่าย

ข้อนี้เป็นการตั้งข้อสังเกตเท่านั้น ยังไม่ได้ทดลองจริงว่าขาดได้ง่ายขนาดนั้นจริงไหม แต่คิดว่า ‘มีโอกาส’ ที่หน้าผ้าจะขาดได้ง่ายกว่ารุ่นอื่นๆ เนื่องจากผ้า Atomknit แม้จะมีความยืดหยุ่นกว่าผ้าแบบที่ใกล้เคียงกัน มีความบาง และความห่างระหว่างเนื้อผ้าทำให้ระบายอากาศได้ดี ใส่สบาย

แต่ความสบายที่เห็นก็ทำให้เรารู้สึกถึงความไม่แข็งแรงของหน้าผ้า มีความกังวลสูงมาก ว่าหากเกี่ยวกับของแหลม สักนิดนึง มีโอกาสที่จะขาดได้ง่ายมากๆ กว่า Next%  และ Tempo Next%

ที่ผ่านมาเราเคยเห็นคนใส่ Next%  วิ่งเทรลจบมาแล้วผ้า Vaporweave ไม่ขาดเลย ก็การันตีได้ว่าเหนียวระดับหนึ่ง แต่กับ Atomknit เราไม่มั่นใจจริงๆ ดังนั้นดูแลน้องดีๆ ล่ะ

วิ่งสนุก และทำ New PB ได้แน่ๆ 

รองเท้าดี มาพร้อมสถิติที่ดีกว่าเดิม แม้บางคนอาจจะปฏิเสธว่าไม่จริง ใส่อะไรก็ได้ถ้าวิ่งเร็ว วิ่งด้วยเท้าเปล่ามันก็เร็ว ข้อนี้ไม่เถียง แต่อุปกรณ์ก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้เราวิ่งได้ดีขึ้น

โดยจากการที่เราทดสอบรองเท้าวิ่งตัวท็อปของอีกค่ายหนึ่งที่มีแผ่นคาร์บอนเหมือนกัน ในสนามเดียวกัน ช่วยเวลาเดียวกัน ระยะทางเท่ากันคือ 10 กิโลฯ แต่เวลาห่างกัน 2 วันเพื่อพักฟื้นร่างกาย

ผลการทดสอบพบว่า  Alphafly Next% ทำเวลาได้ดีกว่ารองเท้าอีกค่ายราวๆ 2 นาทีกว่าๆ จนได้ New PB ของตัวเองมาครอง และที่น่าสนใจคือแม้จะเหนื่อยอยู่บ้าง แต่การใส่  Alphafly Next% วิ่งด้วยความเร็วนั้น ก็สนุกมากๆ ไม่แพ้กัน

และเมื่อรองใส่วิ่งเทียบกับรองเท้าคู่ที่ใส่ประจำในการฝึกซ้อมคือ Nike Zoom Fly 3 ระยะ 10 กิโลเมตรเท่ากัน  ปรากฎว่า  Alphafly Next% ทำเวลาได้ดีกว่า 6 – 7 นาที ถ้าใครอยากได้ New PB ของตัวเอง  Alphafly Next% เป็นตัวช่วยที่ทำได้

 

 

 

 

Writer Profile : Sam Ponsan
นักเขียนหนุ่มสุดเท่ที่ชื่นชอบการขี่มอเตอร์ไซค์เป็นชีวิตจิตใจ ขนาดฝนตกยังยอมขี่รถตากฝนเลยเพราะคิดว่าทำแล้วเท่ งานอดิเรกของเขาคือการไปออกกำลังกายเพราะเชื่อว่าทำแล้วเท่ ปัจจุบันก็ยังชอบทำ Content อะไรเท่ๆ ลงเว็บ Mango Zero ด้วย แหม่...เท่จริงๆ
Blog : Social Media : Facebook, Twitter
View all post

[Review] iPhone SE แอปเปิ้ลผลเล็ก สเป็คเลิศ