Writer : nunzmoko
nunzmoko

ปรัชญาและศิลปะแห่งการ “ช่างมัน(แม่ง)”

: 18 ตุลาคม 2562

category ปรัชญาและศิลปะแห่งการ “ช่างมัน(แม่ง)”

Writer : nunzmoko

: 18 ตุลาคม 2562

เปิดหัวข้อมาอาจจะดูก้าวร้าวไปสักหน่อยแต่เชื่อมั้ยว่า ผู้คนส่วนมากมักใช้ชีวิตโดยการแคร์คนอื่นหรือสิ่งรอบๆ ตัวมากเกินไปและการที่เราแคร์มากเกินไปก็แปลว่าเราต้องเสียสละบางอย่างที่สำคัญในชีวิตไปด้วย พอมานั่งคิดนอนคิดแล้ว การฝืนใจ ไม่ยอมรับสิ่งที่เหนือการควบคุมมีแต่จะเจ็บตัว เจ็บใจเปล่าๆ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วเรา “ช่างมันหรือช่างแม่ง” กับสถานการณ์หรือสิ่งๆ นั้นไปก็ได้ วันนี้จะมาเล่าถึงปรัชญาและศิลปะแห่งการ “ช่างแม่ง” เหอะ ที่จะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้แฮปปี้กว่าเดิมอย่างแน่นอนค่ะ

ปรัชญาแห่งการช่างแม่ง

  1. “ช่างแม่ง” เพราะเราไม่สามารถทำอะไรได้เลย เป็นเรื่องที่เหนือการควบคุม
  2. ”ช่างแม่ง” เพราะมันไม่ได้มีความหมายหรือคุณค่าอะไรกับตัวเรา
  3. “ช่างแม่ง” เพราะสิ่งที่คนอื่นแคร์กันมันเป็นเรื่องที่ฝืนธรรมชาติของตัวเราเอง
  4. “ช่างแม่ง” เพราะคิดว่าไม่ได้มีอะไรดีขึ้นถ้าเราแคร์จนเกินเหตุ

ศิลปะแห่งการช่างแม่ง

การช่างแม่งไม่ใช่การไม่รู้สึกกับทุกสิ่ง แต่เป็นการรู้สึกเฉพาะกับสิ่งที่สำคัญจริงๆ กับเราและให้ค่ากับสิ่งนั้น ซึ่งเราต้องตัดสินใจเอาเองว่าเราคิดว่าเรื่องไหนสำคัญหรือไม่สำคัญกับตัวเราบ้าง

อีกสิ่งที่เป็นศิลปะแห่งการ “ช่างแม่ง” ก็คือเราต้องระลึกเสมอว่าเรื่องที่แคร์ในชีวิตนั้นจำกัด ไม่ใช่ว่าเราจะสามารถแคร์ได้ทุกคน ทุกเรื่อง ไม่งั้นเราจะเปลืองพลังงานในการแคร์เรื่องหรือคนที่ไม่จำเป็นมากเกินไป ฉะนั้นอะไรที่เราไม่ได้สนใจมากก็ช่างมันหรือช่างแม่งไปเถอะค่ะ

“ช่างแม่ง” ยังไงให้ชีวิตแฮปปี้กว่าเดิม

1. เราเลือกแคร์เฉพาะสิ่งที่สำคัญและเป็นปัจจุบันเท่านั้น

ลองถามตัวเองว่าเรามีเรื่องที่ต้องแคร์มากเกินไปรึเปล่า เราไม่จำเป็นต้องแคร์ทุกสิ่งบนโลกใบนี้ก็ได้มั้ย เพราะแต่ละคนจะให้ค่าความสำคัญไม่เหมือนกันและไม่จำเป็นต้องเหมือนกันด้วย ดังนั้นค่าของความสำคัญนี้เองจะเป็นตัวกำหนดการดำเนินชีวิต การตัดสินใจและความสุขของตัวเรา เพราะฉะนั้นอะไรไม่สำคัญก็ “ช่างแม่ง” เหอะ

2. การเป็นคนธรรมดานี่แหละมีความสุข

ถ้าเราต้องกังวลและพยายามฝืนใจทำให้ทุกคนมาชื่นชมในทุกสิ่งที่เป็น ก็คงเป็นไปไม่ได้ และความคิดที่ว่าอยากเป็นคนพิเศษ เหนือกว่า ดีกว่าและโหยหาสิ่งที่ขาดอยู่ตลอดเวลา โดยลืมค้นหาสิ่งที่สำคัญที่ทำให้ชีวิตมีความหมายก็จะมีแต่เป็นทุกข์เปล่าๆ ในทางกลับกันคนธรรมดาที่ยอมรับต่อเรื่องแย่ๆ ของตัวเองได้ แล้วรู้จักพัฒนาตนเองอยู่เสมอ มีโอกาสประสบความสำเร็จและมีความสุขมากกว่าคนอื่นเสียอีก ดังนั้นอะไรที่ฝืนตัวเองเกินไปก็ “ช่างแม่ง” ไปดีกว่า

3. รู้จักการปฏิเสธและยอมรับการถูกปฏิเสธ

การปฎิเสธคนอื่นในสังคมไทยดูจะเป็นเรื่องยากพอสมควร เพราะเรามีวัฒนธรรมของความเกรงใจอยู่เยอะ เยอะมากจนบางทีกลับมาทำให้ตัวเราลำบากเสียเอง แต่ก็ไม่ใช่ทำไม่ได้ ถ้าเราฝึกฝนตัวเองให้รู้จักการปฎิเสธและยอมรับการถูกปฎิเสธจากคนอื่นได้ด้วยเหตุผลและคำพูดที่เหมาะสม ความขัดแย้งก็จะไม่เกิดขึ้น เพราะความสัมพันธ์ที่ดีก็ถือเป็นสิ่งสำคัญของสังคมมนุษย์เราเช่นกัน (แต่ถ้าคนๆ นั้นหรือสังคมนั้นไม่ได้สำคัญกับชีวิตเราก็ต้องรู้จัก “ช่างแม่ง” บ้าง)

4. ปล่อยวางกับเรื่องที่เหนือการควบคุม

การพยายามเอาชนะหรือควบคุมทุกสถานการณ์ เป็นเรื่องที่ดีแต่ถ้าทุกอย่างต้อง Perfect 100% ตลอดเวลานอกจากจะเป็นไปไม่ได้แล้วจะยิ่งทำให้ตัวเองรู้สึกกดดันมากเกินไป จนความกังวลนั้นอาจย้อนมาทำร้ายและกลายเป็นจุดบอดของสถานการณ์นั้นก็ได้ ดังนั้นเรื่องที่มันเหนือการควบคุมจริงๆ ก็ควรปล่อยวางและ “ช่างแม่ง” ให้เป็นค่ะ

5. คนที่ทำให้เราเจ็บปวดก็ช่างแม่งไปก็ได้นะ

เชื่อว่าทุกคนย่อมมีคนที่เราแคร์ คนที่เราให้ความสำคัญมากๆ จนบางทีการกระทำบางอย่างของคนนั้นอาจจะทำให้เราเจ็บปวดอย่างมาก ในทางกลับกันลองกลับมาคิดว่าแล้วคนที่เราให้ความสำคัญเค้าเห็นคุณค่าตัวเราเหมือนที่เราให้ความสำคัญเขารึเปล่า ความคิดนี้อาจจะดูเหมือนเห็นแก่ตัว แต่บางทีคนพวกนั้นที่เราแคร์อาจไม่มีความสำคัญอะไรในชีวิตเราแล้วในตอนนี้ ถ้าเค้าไม่แคร์เราจะแคร์ทำไม เสียเวลาเสียพลังงาน เพราะฉะนั้นใครที่ทำให้เราเจ็บปวดก็ไม่มีค่าพอให้เรามานั่งกังวลหรือปวดใจหรอก ดังนั้นเราก็ “ช่างแม่ง” ไปก็ได้นะ

การ “ช่างมันหรือช่างแม่ง” ให้เป็นก็เหมือนกับการทำใจยอมรับและปล่อยวางในชีวิต “พอช่างแม่งได้ เราจะรู้สึกสบายและเข้าใจทุกอย่างเอง” หวังว่าทุกคนจะแฮปปี้ มีความสุขกับศิลปะแห่งการ “ช่างแม่ง” นะคะ

ที่มา :

About : nunzmoko
Social Media : Facebook, Twitter สถาปนิกค้างคาว ชอบใช้สีไฮไลท์ หลงใหลกาแฟร้อนพอๆ กับการฟัง Podcast
View all post
Writer Profile : nunzmoko
สถาปนิกค้างคาว ชอบใช้สีไฮไลท์ หลงใหลกาแฟร้อนพอๆ กับการฟัง Podcast
Blog : Social Media : Facebook, Twitter
View all post
5 ความจริงที่ว่าทำไมคนรวยถึงได้ “รวยแล้วรวยอีก”

5 ความจริงที่ว่าทำไมคนรวยถึงได้ “รวยแล้วรวยอีก”

5 วิธีลงทุนในตัวเองที่คุ้มค่า เพื่อให้ชีวิตดีกว่าเดิม

ปฎิวัติตัวเองให้ดีขึ้นด้วยการบริหารชีวิตแบบ 6 มิติ

Work-Life Balance แบบฉบับสาวเวิร์กกิ้งวูแมน

How To Deal With Negative Thoughts รับมือกับความคิดด้านลบอย่างไรให้อยู่หมัด

Are you feeling down? รู้สึกดาวน์แบบนี้ ทำไงให้ดีขึ้น?

Self Love 101 : คู่มือการรักตัวเอง ของคนที่อยากรักตัวเอง

7 เคล็ดลับ สร้างนิสัยให้เหมือนคนที่ประสบความสำเร็จ

7 เคล็ดลับ สร้างนิสัยให้เหมือนคนที่ประสบความสำเร็จ

3 วิธีเอาชนะปีศาจแห่งความกลัวและความกังวล

ทำยังไงให้หายเบื่องาน มาดูวิธีปลุก 'Passion' ในการทำงานให้กลับมาลุกโชนอีกครั้ง

รู้จักตัวเองมากขึ้นด้วย 7 คำถามเหล่านี้

Bullet Journal คืออะไร จัดการชีวิตง่ายๆ ด้วยสมุดหนึ่งเล่ม

Distraction-Free Phone คืออะไร? แนะนำวิธีจัดระเบียบมือถือไม่ให้ว่อกแว่กง่าย

Mood Tracking 101 : เข้าใจตัวเองมากขึ้นได้ง่าย ๆ ด้วยการระบายสีแทนอารมณ์ในแต่ละวัน