Distraction-Free Phone คืออะไร? แนะนำวิธีจัดระเบียบมือถือไม่ให้ว่อกแว่กง่าย


: 3 ตุลาคม 2562

อย่างท่ีรู้ๆ กันอยู่ว่าในปัจจุบันสมาร์ทโฟนได้กลายเป็นส่วนใหญ่ในชีวิตเราไปแล้ว หลายครั้งต้องหยิบขึ้นมาเช็คตลอดเวลาว่าในโซเชียลมีเดียมีอะไรบ้าง มีใครส่งอะไรให้เรารึเปล่า จนวันหนึ่งหมดไปโดยที่เราแทบไม่ได้ทำอะไรนอกจากเช็คโทรศัพท์มือถือเลย จากสมาร์ทโฟนที่สร้างมาให้เป็นตัวช่วยกลับกลายเป็นตัวถ่วงซะงั้น Distraction-Free Phone คือทางออกหนึ่งสำหรับการจัดระเบียบในโทรศัพท์ให้เราพักจากโซเชียลบ้าง และให้มือถือกลับมาเป็นตัวช่วยในการทำงานเราอีกครั้ง จะเป็นยังไง เราไปดูกันค่ะ

Distraction-Free Phone คืออะไร?

เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า Social Detox กันมาบ้าง ซึ่งแนวคิดของ Distraction-Free Phone หรือโทรศัพท์มือถือไร้สิ่งรบกวนก็มาจากรากฐานที่ใกล้เคียงกัน คือลบแอปพลิเคชั่นที่ไม่จำเป็นทิ้งไปซะ! ซึ่งเป็นวิธีที่หักดิบใช้ได้ แต่เป้าหมายของ Distraction-Free Phone คือการทำให้โทรศัพท์กลับมาเป็นเครื่องมือที่จะช่วยเราในการใช้ชีวิตหรือทำงานอีกครั้ง โดยไม่ว่อกแว่กกับสื่อต่างๆ จนเกินไปค่ะ

 

ตัดสินใจว่าอยากใช้เวลากับอะไร

เพราะขั้นตอนหลังจากนี้คือลบแอพที่ไม่จำเป็นทั้งหมด! ดังนั้นเราควรคิดให้ดีว่าเราทำ Distraction-Free Phone เพื่อเป้าหมายอะไร เพื่อใช้เวลาทำอะไรกับใคร ไม่ว่าจะอยากใช้เวลาอยู่กับครอบครัว หรือตั้งใจทำงานให้เสร็จ หรือคิดว่าเราต้องการคุยแค่กับใครด้วยมือถือเครื่องนี้ แล้วจะช่วยให้เราตัดใจลบแอปพลิเคชันทิ้งได้ง่ายขึ้นค่ะ

 

ลบโซเชียลมีเดียทิ้ง!

โซเชียลมีเดียมักเป็นกลุ่มแอปพลิเคชั่นที่เรามักเสียเวลาให้มากที่สุด เปิดดูทีไรก็อดใจไถรัวๆ ไม่ได้ ไม่ก็นั่งดูคลิปเพลินจนลืมเวลา เพราะฉะนั้นเราต้องตัดไฟแต่ต้นลม! ตัดสินใจลบตัวที่เราใช้เวลาว่อกแว่กกับมันทิ้ง โดยเริ่มจากแอปพลิเคชั่นที่โซเชียล > ข่าวสาร > สื่อบันเทิง > เว็บเบราว์เซอร์ > อีเมล ตามลำดับ

 

หรือสำหรับคนที่ใช้แอนดรอยด์ ก็สามารถไปที่หน้าตั้งค่าแล้วกด Disable ตัวแอปพลิเคชั่นได้ แล้ว Enable ก็ต่อเมื่อจะใช้งาน และอย่าลืมว่าเรายังมีโซเชียลต่างๆ ให้เช็คได้ในคอมพิวเตอร์ และสามารถติดตั้งแอปพลิเคชั่นเหล่านี้ใหม่ได้ทุกเวลานะคะ

 

ลบแล้วจะเหลืออะไรดี?

ให้ตั้งคำถามกับตัวเองอีกครั้งว่าอะไรที่ทำให้เราว่อกแว่กมากน้อยที่สุด โดยตัวที่ไม่ทำให้เราเสียเวลา หรือตรงกันข้ามช่วยให้เราทำงานได้ไวขึ้น ยกตัวอย่างเช่นแอปพลิเคชันอย่าง Reminders หรือจดบันทึกต่างๆ บางคนอาจจะทำงานไวขึ้นถ้าได้ฟังเพลงหรือพอดแคสต์ไปด้วย ซึ่งแอปพลิเคชั่นจำพวกนี้ก็ยังเก็บไว้ติดเครื่องได้ ไม่จำเป็นต้องลบ

 

ทดลองใช้สักพักแล้วถามตัวเองอีกครั้ง

ลองให้เวลาตัวเองสักสองชั่วโมงอย่างต่ำเพื่อทดลอง(และทำใจ)กับโทรศัพท์มือถือแบบไร้สิ่งรบกวน แล้วดูว่าภายในเวลาที่กำหนดไว้นั้นเรารู้สึกอย่างไรบ้าง ได้ทำในสิ่งที่เราตั้งเป้าหมายหรือไม่ มีแอปพลิเคชั่นที่สุดท้ายแล้วเราต้องใช้จริงๆ รึเปล่า มีตัวไหนที่สามารถทำให้เราใช้เวลาได้อย่างมีประโยชน์หรือไม่

 

อย่าลืมว่าการใช้ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราอาจจะพักตอบอีเมลได้ แต่บางอาชีพที่ต้องตอบอีเมลหรือข้อความอย่างทันท่วงทีตลอดเวลาก็ควรมีแอปพลิเคชั่นสื่อสารบางส่วนติดไว้เป็นสำคัญค่ะ

 

อย่าลืมบอกเพื่อนและคนรอบข้าง

ปัจจุบันเราอยู่ในยุคที่ทุกคนต้องตามอัพเดทข่าวสารตลอดเวลา บอกให้คนรอบข้างเข้าใจว่าอาจจะตอบข้อความช้าลงสักหน่อย หรือหากมีอะไรเร่งด่วนก็ให้โทรศัพท์มาแทน โดยให้เขารู้ว่าจุดประสงค์คืออะไร เพื่อที่ทุกคนจะได้รู้ว่าเราอาจไม่อยู่เช็คทุกข้อความนะ อีกทั้งอาจให้เขาช่วยเหลือโดยการเตือนว่าเราใช้เวลากับโทรศัพท์มือถือมากไปหรือเปล่าได้อีกด้วย

ที่มา: medium.com (1)  / medium.com (2)

D.I.Y. ฟิลเตอร์ถ่ายภาพ สำหรับโทรศัพท์มือถือ

D.I.Y. ฟิลเตอร์ถ่ายภาพ สำหรับโทรศัพท์มือถือ

Saying NO 101 : คู่มือการปฏิเสธ และเหตุผลที่ควรทำแบบนั้น

Self Love 101 : คู่มือการรักตัวเอง ของคนที่อยากรักตัวเอง

Are you feeling down? รู้สึกดาวน์แบบนี้ ทำไงให้ดีขึ้น?

รู้จักตัวเองมากขึ้นด้วย 7 คำถามเหล่านี้

Bullet Journal คืออะไร จัดการชีวิตง่ายๆ ด้วยสมุดหนึ่งเล่ม

5 วิธีลงทุนในตัวเองที่คุ้มค่า เพื่อให้ชีวิตดีกว่าเดิม

ปฎิวัติตัวเองให้ดีขึ้นด้วยการบริหารชีวิตแบบ 6 มิติ

ปฎิวัติตัวเองให้ดีขึ้นด้วยการบริหารชีวิตแบบ 6 มิติ

5 ความจริงที่ว่าทำไมคนรวยถึงได้ “รวยแล้วรวยอีก”

Mood Tracking 101 : เข้าใจตัวเองมากขึ้นได้ง่าย ๆ ด้วยการระบายสีแทนอารมณ์ในแต่ละวัน

ตัดสินใจไม่ได้สักที ลองทำแบบนี้อาจจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้น!

ปรัชญาและศิลปะแห่งการ “ช่างมัน(แม่ง)”

FOMO 101 : รู้จักกับอาการ Fear of Missing Out และวิธีรับมือที่ทำได้ไม่ยาก

How To Deal With Negative Thoughts รับมือกับความคิดด้านลบอย่างไรให้อยู่หมัด