Mood Tracking 101 : เข้าใจตัวเองมากขึ้นได้ง่าย ๆ ด้วยการระบายสีแทนอารมณ์ในแต่ละวัน


: 11 ตุลาคม 2562

ถ้าใครที่กำลังรู้สึกว่าตัวเองกำลังพบเจอกับปัญหาต่าง ๆ ทางด้านอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นการที่อารมณ์เปลี่ยนแปลงบ่อย ๆ จนตัวเองก็ตามไม่ทัน หรือจะเป็นอารมณ์เศร้า ๆ และไม่รู้สาเหตุว่าเกิดจากอะไร  เราขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับการทำ Mood Tracking หรือการจดบันทึกอารมณ์ เพราะจะทำให้เราได้ทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ก่อนที่เราจะจดบันทึกว่าในวันนี้เรารู้สึกอย่างไรนั่นเอง

เพียงใช้เวลาแค่ 5 วินาทีต่อวัน ก็ทำให้เราสามารถพัฒนาอารมณ์และรู้จักตัวเองได้มากขึ้นแล้วนะ หลาย ๆ คนอาจจะใช้สมุดไดอารีที่มีปฏิทินในการทำ Mood Tracking บางคนอาจจะใช้แอปพลิเคชัน หรือบางคนอาจจะใช้ปฏิทินตั้งโต๊ะก็ไม่มีผิดหรือถูกทั้งนั้น ขอแค่ให้มีพื้นที่ที่เราสามารถระบายสีให้คะแนนความสุขความทุกข์ของเราในแต่ละวันได้ก็พอแล้ว แต่ก่อนจะเริ่มทำ Mood Tracking เราไปทำความรู้จักกับ Mood Tracking กันก่อนเลยดีกว่า!

Mood Tracking คืออะไร?

Mood Tracking คือการจดบันทึกอารมณ์ของเรา รูปแบบที่มักจะนิยมทำกันก็คือแบบวันต่อวัน หมายถึงว่าอาจจะช่วงก่อนเข้านอนของทุกวัน เราจะต้องมานั่งทบทวนว่าวันนี้มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง และเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นทำให้วันนี้ของเราเป็นวันที่มีความสุขมากระดับไหน แล้วจึงระบายสีตามระดับความสุขนั้นลงไปในตารางประจำวัน การทำ Mood Tracking นี้จะทำให้เราสามารถติดตามอารมณ์ของตัวเองได้เป็นอย่างดี ช่วยทำให้เราเข้าใจตัวเองได้มากขึ้นว่าสิ่งไหนกันแน่ที่ทำให้เรามีความสุข สิ่งไหนที่เราไม่ชอบ และ Mood Tracking ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้แพทย์สามารถประเมินอาการของผู้ป่วยทางจิตเวชอย่างผู้ป่วยโรคซึมเศร้าและอื่น ๆ ได้อีกด้วย

 

ใครทำ Mood Tracking ได้บ้าง?

การทำ Mood Tracking ไม่ได้จำกัดให้เพียงแต่ผู้ที่มีต้องการติดตามอารมณ์ตัวเองเท่านั้นนะ สำหรับคนที่ต้องการพัฒนาตัวเองก็สามารถทำ Mood Tracking ได้นะ เพราะอย่างที่บอกว่ามันทำให้เราตั้งคำถามกับความสุขของตัวเองมากขึ้นและทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้นนั่นเอง หมายความว่าทุกคนบนโลกใบนี้ก็สามารถทำ Mood Tracking ได้หมด โดยเฉพาะคนที่อยากรู้จักและเข้าใจตัวเองมากขึ้น

 

หาสาเหตุและแก้ปัญหาได้ตรงจุด

เมื่อเราทำ Mood Tracking แล้วเนี่ย เราจะเริ่มเข้าใจแล้วว่าสัปดาห์นี้เราอารมณ์ดีมากเกือบจะทุกวันเลย เป็นเพราะอะไรกัน บางทีอาจจะเพราะว่าเราได้เลิกงานตรงเวลา หรืออาจจะเป็นการได้เจอเพื่อนสนิทบ่อย ๆ ก็ได้ เมื่อเราเข้าใจว่านี่คือสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข เราก็จะหาทางทำสิ่งนั้นให้มากขึ้นได้เพื่อให้ตัวเองมีความสุขมากขึ้นนั่นเอง หรือบางทีที่ช่วงสัปดาห์นั้นอารมณ์ไม่ค่อยดี อาจจะเป็นเพราะว่าเจอแต่งานเร่ง สุขภาพไม่ดี เราก็จะได้รู้ว่าสาเหตุเหล่านี้มันทำให้เราไม่มีความสุข ก็หาทางจัดการและหลีกเลี่ยงกันไป

 

ทำ Mood Tracking ได้ยังไงบ้าง?

การเริ่มทำ Mood Tracking ไม่ใช่เรื่องยากเลย ใครที่ชอบขีด ๆ เขียน ๆ ก็สามารถไปซื้อสมุดมาตีตารางเป็นช่อง ๆ ตามแต่ละวัน แล้วเริ่มระบายสีให้กับอารมณ์ในแต่ละวันได้เลย สำหรับใครที่ต้องการความสะดวกสบายมากกว่านั้นก็สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นมาใช้ได้นะ ปัจจุบันมีแอปพลิเคชั่น Mood Tracker ให้เลือกใช้เยอะเหมือนกัน

 

เริ่มทำ Mood Tracking ยังไง?

เริ่มแรกเลย ถ้ามีอุปกรณ์อย่างพวกสมุดหรือแอปพลิเคชั่นแล้ว ก็ให้กำหนดสีแทนระดับความสุขในแต่ละวันขึ้นมาเพื่อใช้ในการระบายสีลงไปในตารางที่เรามี ก่อนจบวันทุกวัน อาจจะเป็นช่วงเลิกเรียน ช่วงนั่งรถกลับบ้าน ช่วงก่อนนอนก็ได้ ให้ตั้งคำถามกับตัวเองว่า วันนี้ฉันมีความสุขเพราะอะไร และไม่มีความสุขเพราะอะไร ทำไมจึงเป็นแบบนั้น และระบายสีระดับความสุขของตัวเองลงไป ง่าย ๆ แบบนี้เลย!

Writer Profile : มะขิ่น
Content Creator ที่ชอบอ่านหนังสือ รักการฟังเพลง และบูชาภาพยนตร์ ใช้เวลาว่างในการทำช่องยูทูปสอนภาษาอังกฤษ
Blog : Pumkinz's Area Social Media : Facebook, Twitter
View all post
How To Deal With Negative Thoughts รับมือกับความคิดด้านลบอย่างไรให้อยู่หมัด

How To Deal With Negative Thoughts รับมือกับความคิดด้านลบอย่างไรให้อยู่หมัด

FOMO 101 : รู้จักกับอาการ Fear of Missing Out และวิธีรับมือที่ทำได้ไม่ยาก

ตัดสินใจไม่ได้สักที ลองทำแบบนี้อาจจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้น!

ปฎิวัติตัวเองให้ดีขึ้นด้วยการบริหารชีวิตแบบ 6 มิติ

5 วิธีลงทุนในตัวเองที่คุ้มค่า เพื่อให้ชีวิตดีกว่าเดิม

Saying NO 101 : คู่มือการปฏิเสธ และเหตุผลที่ควรทำแบบนั้น

Self Love 101 : คู่มือการรักตัวเอง ของคนที่อยากรักตัวเอง

Are you feeling down? รู้สึกดาวน์แบบนี้ ทำไงให้ดีขึ้น?

Are you feeling down? รู้สึกดาวน์แบบนี้ ทำไงให้ดีขึ้น?

Bullet Journal คืออะไร จัดการชีวิตง่ายๆ ด้วยสมุดหนึ่งเล่ม

รู้จักตัวเองมากขึ้นด้วย 7 คำถามเหล่านี้

5 ความจริงที่ว่าทำไมคนรวยถึงได้ “รวยแล้วรวยอีก”

Distraction-Free Phone คืออะไร? แนะนำวิธีจัดระเบียบมือถือไม่ให้ว่อกแว่กง่าย

ปรัชญาและศิลปะแห่งการ “ช่างมัน(แม่ง)”

10 เทคนิคจิตวิทยาง่ายๆ ที่ใช้ได้ผลเสมอ